ตามรอยขุมสมบัติอาถรรพ์ วัดกุฎีดาว ณ สถานที่จริง

https://youtu.be/XBa1ZDn_gm8 สวัสดีครับท่านผู้รักการท่องเที่ยวตามรอย ครั้งนี้เป็นบทความพิเศษอีกครั้งหนึ่ง เพราะผมจะพาทุกท่านเดินทางตามรอยความเร้นลับเกี่ยวกับขุมสมบัติอาถรรพ์ ที่มีบันทึกเป็นข้อเท็จจริงถึงความเร้นลับนี้ ก่อนหน้านี้ผมเคยเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับกรุมหาสมบัติของวัดราชบูรณะ พระนครศรีอยุธยาไว้แล้ว แต่ครั้งนี้เราจะไปตามรอยอีกแห่ง ซึ่งสถานที่แห่งนี้ก็คือ วัดกุฎีดาว จ.พระนครศรีอยุธยา  เป็นสถานที่มีเรื่องราวขุมสมบัติอาถรรพ์ที่มีความหลอนและน่ากลัวในประวัติศาสตร์อีกเรื่องหนึ่ง เพราะเป็นประสบการณ์ตรงของพระรวงวศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช การเดินทางครั้งนี้ เดินทางในช่วงต้นเดือนสิงหาคม พ.ศ.2560 และสิ่งที่สุดพิเศษก็คือ ได้รับเกียรติจากนักวิชาการทางโบราณคดี นำโดยอาจารย์แบ๊งค์และทีม Ghost Forces Team ในรายการ PARANORMALได้กรุณานำเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์มาทำการพิสูจน์เรื่องราวการตามรอยความเร้นลับครั้งนี้ จุดจอดรถจะมี 2 จุดคือ ทางหน้าพระวิหาร และอีกจุดคือบริเวณฝั่งวัดประดู่ทรงธรรม โดยกลุ่มนักเดินทางจอดรถ ณ ฝั่งวัดประดูทรงธรรม พาเดิมชมพื้นที่วัดกุฎีดาว อันดับแรก ผมจะพาทุกท่านเดินชมพื้นที่ของวัดกุฎีดาวกันเสียก่อน เป็นวัดที่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น เมื่อเข้ามาในบริเวณวัดกุฎีดาว จะผ่านตำหนักกำมะเลียน มีปรากฏในพระราชพงศาวดารว่า เมื่อครั้งที่สมเด็จพระเจ้าบรมโกศทรงบูรณปฏิสังขรณ์พระอารามนี้ พระองค์เสด็จมาทอดพระเนตรการบูรณะเป็นครั้งคราว สันนิษฐานว่าพระองค์น่าจะมาประทับที่ตำหนักนี้ พระเจดีย์ประธานในวัด เป็นเจดีย์ศิลปะแบบมอญ มีร่องรอยการพอกองค์เดิม สันนิษฐานว่าเป็นการปฏิสังขรณ์ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ การเดินชมพื้นที่วัดโดบรอบ มีพื้นที่ใหญ่พอสมควร ทำให้จินตนาการไปถึงในยุคสมัยรุ่งเรืองคงมีความสวยงามอลังการอย่างยิ่ง เรื่องราวขุมทรัพย์อาถรรพ์ที่วัดกุฎีดาว เรื่องราวอาถรรพ์ขุมสมบัติที่วัดกุฎีดาว เป็นประสบการณ์ของพระรวงวศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช  ซึ่งพระองค์มีชื่อเสียงอย่างมากเพราะเป็นชาวเอเชียคนแรกที่ได้รับรางวัลชนะเลิศเวิร์ลกรังปรีซ์ พระองค์เจ้าพีระฯ เป็นผู้ที่มีความคิดสมัยใหม่ ไม่เชื่อเรื่องลี้ลับ วิญญาณ จนกระทั่งครั้งหนึ่งพระองค์ได้รับลายแทงขุมทรัพย์มหาสมบัติ ซึ่งปรากฏแหล่งขุมทรัพย์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาถึง 303 จุด และที่วัดกุฎีดาวมีขุมสมบัติถึง 18 จุด นอกจากนี้ในลายแทงยังมีคำสาบแช่งปรากฏอีกด้วย แต่ด้วยที่พระองค์เจ้าพีระฯ ทรงไม่เชื่อเรื่องราวความอาถรรพ์ จึงมีพระประสงค์ที่จะพิสูจน์ค้นหาสมบัติดังกล่าว โดยพระองค์ได้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฏหมาย โดยมีการทำสัญญาว่า… Read More »

ตามรอยพระปฏิบัติดีเมืองขอนแก่น หลวงปู่บุญมา วัดหนองตูม

https://youtu.be/KSNUIYMGSnk สวัสดีครับท่านผู้รักการท่องเที่ยวตามรอยความศรัทธา ครั้งนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปยังจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดของผมเอง โดยผมจะพาทุกท่านเดินทางไปยังวัดหนองตูม ซึ่งเป็นวัดที่หลวงปู่บุญมา มุนิโก เคยจำพรรษาอยู่ ซึ่งท่านเป็นพระที่ได้รับความเคารพศรัทธารูปหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น โดยส่วนตัว ผมเองนั้นไม่ได้รู้จักชื่อเสียงของท่านเท่าไหร่นัก แต่ด้วยโอกาสที่ผมได้เดินทางไปยังวัดเจติยภูมิ (พระธาตุขามแก่น) และต้องผ่านมายังบ้านหนองตูม จึงเห็นป้ายวัดหนองตูม จึงตัดสินใจเข้ามายังวัดแห่งนี้ แม้ตัวผมเองนั้น จะเกิดและเติบโตที่จังหวัดขอนแก่น แต่ด้วยสมัยเด็กๆ ผมไม่ค่อยได้มีโอกาสเดินทางไปไหน เนื่องด้วยปัจจัยต่างๆ เช่น การเดินทาง ข้อมูลก็มีน้อย ไม่เหมือนปัจจุบันที่ค้นหาข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผมไม่ค่อยจะรู้จักพระเกจิ อาจารย์ในจังหวัดขอนแก่นเท่าไหร่นัก มีช่วงหลังๆมานี้ ผมก็ได้เริ่มศึกษาข้อมูลพระอาจารย์ที่ปฏิบัติดี ในแถบภาคอีสานมากขึ้น โดยเริ่มที่จังหวัดขอนแก่นซึ่งเป็นบ้าเกิดผมเอง และวัดหนองตูมก็เป็นอีกหนึ่งวัดที่ผมได้เดินทางมาตามรอยครูอาจารย์ คือหลวงปู่บุญมา มุนิโก นี่เอง ประวัติหลวงปู่บุญมา มุนิโก พอสังเขป เดิมท่านชื่อ บุญมา หินอำคา  เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี ที 14 กรกฎาคม พ.ศ.2453วันขึ้น 8 ค่ำเดือน 8 ที่บ้านหนองตูม ต.บ้านขาม อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น (ปัจจุบันคือ ต.หนองตูม อ.เมืองจ.ขอนแก่น) บิดาชื่อ นายด้วง  มารดาชื่อ นางจันทร์ หินอำคา บรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ 18 ปี ที่วัดบูรพา(วัดบ้านหนองตูม) ต.บ้านขาม อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เมื่อวันอังคารที่ 17 กรกฎาคม… Read More »

หลวงปู่วรพรต วัดจุมพล สังขารสีเขียวมรกตกับตำนานปาฏิหาริย์

https://youtu.be/iubnYTnfKM8 สวัสดีครับท่านผู้รักการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยความศรัทธาทุกท่าน วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางท่องเที่ยวตามรอยความศรัทธาไปยังวัดจุมพล อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น เพื่อไปกราบสักการะสังขารของหลวงปู่วรพรตวิธาน ที่ไม่เน่าเปื่อยและสังขารของท่านยังมีความแปลกคือ หลายเป็นสีเขียวมรกตไปทั่วทั้งร่างอีกด้วย หลวงปู่วรพรต เป็นพระสุปฏิปันโนที่ควรแก่การกราบไหว้ เพราะท่านอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนาตั้งแต่เป็นสามเณรจนกระทั่งบวชเป็นพระสงฆ์ ได้ออกธุดงค์กับหลวงปู่ผาง จิตตคุตโต ซึ่งท่านเป็นพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่นอีกด้วย ผมเดินทางไปวัดจุมพล ช่วงเดือนกรกฏาคม พ.ศ.2560 เพื่อกลับไปบ้านที่จังหวัดขอนแก่น จึงได้ถือโอกาสเดินทางไปยังวัดจุมพลก่อน เพราะได้ทราบเรื่องราวเกี่ยวกับสังขารหลวงปู่วรพรต มานานแล้วเช่นกัน ระหว่างการเดินทางจะได้เห็นความเป็นธรรมชาติของหมู่บ้านในชนบทไปด้วยครับ ทั้งพื้นที่เกษตรกรรมและวิถีชาวบ้าน บรรยากาศเงียบสงบ เพราะวัดอยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกลพอสมควร นักท่องเที่ยวที่เดินทางมา ส่วนมากจะทราบถึงข่าวเรื่องสังขารไม่เน่าเปื่อยของหลวงปู่วรพรต พื้นที่จอดรถจะอยู่บริเวณหน้าวัด สามารถเือกที่จอดได้เลยครับ วันที่ผมเดินทางนั้น ก็มีเพียงผมคนเดียว สังขารของหลวงปู่วรพรต จะเก็บรักษาในโรงแก้ว ที่ศาลาการเปรียญตรงข้ามกับวิหาร สังขารของหลวงปู่วรพรตวิธาน จะเก็บรักษาในโรงแก้ว หลังรูปหล่อหลวงปู่ ครับ สังขารหลวงปู่วรพรต ไม่เน่าเปื่อยและมีสีเขียวเหมือนมรกตทั่วทั้งร่าง ผมได้เข้ามากราบสักการะสังขารของหลวงปู่วรพรต แล้วจึงเก็บรูปไว้เป็นที่ระลึกอีกหลายรูป เมื่อกราบสังขารหลวงปู่ล้ว ผมจึงออกเดินดูบริเวณพื้นที่วัด ซึ่งมีความเงียบตามแบบของชนบท มีที่นั่งพัก และสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน เมื่อมายังวัดจุมพล ก็ได้ทราบเรื่องราวเกี่ยวกับหลวงปู่วรพรต มากยิ่งขึ้น และรู้ว่าท่านเป็นพระสุปฏิปันโนอีกรูปหนึ่ง ที่น่ากราบไหว้… ท่านบชร้ำเรียนตั้งแต่ยังเป็นสามเณร และอุทิศตนต่อพระพุทธศาสนาเรื่อยมาจนละสังขาร ผมอยู่ในวัดไม่นานนัก ก็รีบเดินทางกลับ เพราะใกล้เย็นมากแล้ว ประกอบกับฝนจะตกลงมาเสียก่อน วันนี้ถือได้ว่าเป็นวันที่ดีอีกวันหนึ่งของผมที่ได้รู้จักกับเรื่องราวของหลวงปู่วรพรต ประวัติหลวงปู่วรพรตวิธาน พอสังเขป หลวงปู่วรพรตวิธาน นามเดิมของท่านชื่อ พันธ์ ทับงาม เกิดที่บ้านน้ำอ้อม อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 1… Read More »

วัดสนามชัย เจดีย์สุพรรณภูมิขนาดใหญ่ ภายในบรรจุกระดูกคนตายจำนวนมาก

https://youtu.be/G_mIeGmrU8o สวัสดีครับท่านผู้ติดตาม ผมจะพาทุกท่านเดินทางท่องเที่ยววัดร้างในเมืองสุพรรณบุรี ที่เขาเล่าว่าในเจดีย์มีการบรรจุกระดูกคนตายจำนวนมาก นั่นคือ วัดสนามชัย (ร้าง) สุพรรณบุรี ในจังหวัดสุพรรณบุรี ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะท่านที่มีความสนใจในเรื่องวัดเก่าโบราณ เพราะเมืองแห่งนี้มีโบราณสถานมากมายพอสมควร ซึ่งในอดีตเรียกว่า สุพรรณภูมิ คำว่าสุพรรณภูมิคือชื่อเมืองโบราณก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยาแห่งหนึ่งในลุ่มน้ำสุพรรณบุรี และยังมีพระนามของราชวงศ์สุพรรณภูมิที่ได้ปกครองกรุงศรีอยุธยาถึง 13 พระองค์ โดยมีระยะเวลายาวนานกว่า 200 ปี ความโดดเด่นที่วัดสนามชัยคือเจดีย์สุพรรณภูมิองค์ขนาดใหญ่ แต่ส่วนยอดได้หักพังไปหมดแล้ว การสำรวจระหว่างการบูรณะองค์เจดีย์พบว่าภายในมีการบรรจุกระดูกคนตายจำนวนมาก ทำให้สันนิษฐานกันว่าเป็นเจดีย์ที่มีความเกี่ยวข้องกับสงครามระหว่างไทย – พม่า จากการสันนิษฐานของกรมศิลปากรได้สันนิษฐานว่าเจดีย์ประธานสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 20 เมื่อได้เดินเข้ามายังภายในองค์เจดีย์ประธาน ก็มีความรู้สึกหลอนๆนิดนึงครับ เพราะไปรู้เรื่องราวว่าภายในนี้เคยเก็บกระดูกคนตายจำนวนมาก กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนวัดสนามชัย (ร้าง) เป็นโบราณสถานของชาติ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 52 ตอนที่ 75 วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 และประกาศระวางแนวเขตในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 98 ตอนที่ 177 วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2524 เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ 50.25 ตารางวา และ ประกาศเพิ่มเติมในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 106 ตอนที่ 140 วันที่ 29 สิงหาคม 2532 เนื้อที่ประมาณ… Read More »

พระแก้วมรกต ความศักดิ์สิทธิ์ที่หลวงปู่มั่นได้บอกไว้

สวัสดีครับท่านผู้ติดตามอ่านบทความ FaithThaistory.com ผมมีเรื่องราวที่น่าสนใจมานำเสนอเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ของพระแก้วมรกต ณ วัดพระแก้ว (วัดพระศรีรัตนศาสดาราม) เรื่องราวนี้ได้จากคำบอกเล่าของหลวงปู่มั่น บันทึกโดยหลวงตาทองคำ จารุวัณโณ ซึ่งท่านได้เป็นพระอุปัฏฐากหลวงปู่มั่นอย่างใกล้ชิดอีกรูปหนึ่ง หลวงตาทองคำ จารุวัณโณ (หรือในอดีต คือ พระอาจารย์ทองคำ ญาโณภาโส) เป็นพระอุปัฏฐากผู้ใกล้ชิดหลวงปู่มั่น อยู่หลายปี ได้มีโอกาสอยู่ปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่มั่นทั้งในช่วงที่หลวงปู่มั่นจำพรรษาอยู่ที่บ้านโคกและบ้านนามน อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ในช่วงปี พ.ศ. 2486 -2487 จนเมื่อหลวงปู่มั่นย้ายมาอยู่ที่วัดป่าบ้านหนองผือ (วัดป่าภูริทัตตถิราวาส) อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร พ.ศ. 2488-2492 ท่านก็ได้ติดตามมาอยู่ด้วย การศึกษาเรื่องราวประวัติของหลวงปู่มั่น ถ้าจะให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องหรือใกล้เคียงที่สุด ก็ควรศึกษาจากพระอุปัฏฐากใกล้ชิดซึ่งน่าจะได้ข้อมูลที่ใกล้เคียงที่สุด ผมเองนั้นได้ใช้ข้อมูลเรื่องราวการบันทึกประวัติหลวงปู่มั่นหลักๆ ประมาณ 3 เล่ม โดยมีพระอุปัฏฐากหลวงปู่มั่นเขียนไว้ได้แก่ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน, หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร และหลวงตาทองคำจารุวัณโณ ในฐานะที่ผมชอบเดินทางท่องเที่ยววัดต่างๆ และได้อ่านบทความประวัติหลวงปู่มั่นโดยหลวงตาทองคำ ได้พบบทความเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ของพระแก้วมรกต ซึ่งบางท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าหลวงปู่มั่นได้เขียนเรื่องราวนี้ไว้อย่างไร นอกจากการบันทึกเรื่องราวนี้โดยหลวงตาทองคำแล้ว ผมยังได้เห็นการนำเรื่องราวนี้ไปจัดแสดงไว้ที่วัดป่าสุทธาวาส (สถานที่ละสังขารของหลวงปู่มั่น) ไว้ด้วย จึงน่าจะเป็นข้อมูลที่ไม่ผิดเพี้ยน  ผมจึงขอโอกาสนี้นำเรื่องราวดังกล่าว มานำเสนอเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อท่านผู้ติดตามต่อไป บันทึกความศักดิ์สิทธิ์ของพระแก้วมรกต เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่หลวงปู่มั่นพักที่วัดป่าบ้านหนองผือ พระอุปัชฌาย์อุ่น หรือ พระครูบริบาลสังฆกิจ (อุ่น อุตตโม) วัดอุดมรัตนาราม อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร ได้เข้ามากราบนมัสการหลวงปู่มั่นเพื่อฟังธรรม และได้นำรูปพระแก้วมรกตขนาด 20 นิ้ว… Read More »

ตามรอยตำนานรักนางผมหอม ที่ปรางค์โบราณนางผมหอม ลพบุรี

https://youtu.be/5Cyrt6AxdRk สวัสดีครับท่านผู้ติดตามเรื่องราว วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางตามรอยตำนานนางผมหอม ที่มีปรางค์นางผมหอม เป็นโบราณสถานในตำนานเรื่องเล่านี้ ปรางค์นางผมหอมเป็นปรางค์โบราณแบบขอม ตั้งอยู่โดดเดี่ยว ที่บ้านโคกคลี อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี สันนิษฐานว่ามีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 โดยในแถบนี้ จะเป็นเส้นทางโบราณในอดีต การเดินทางครั้งนี้เป็นการตามรอยตำนานรักของนางผมหอมที่เล่าสืบต่อกันมา ทั้งนี้มีเรื่องราวตำนานหลายตำนานและในหลายๆพื้นที่ ส่วนเรื่องราวที่ผมจะนำเสนอในวันนี้ ก็เป็นอีกเพียงเรื่องราวหนึ่งเท่านั้น การเดินทางค่อนข้างไกลพอสมควรครับ แต่เส้นทางก็ถือว่าสะดวก เมื่อมาถึงพื้นที่ จะต้องขับรถผ่านเข้ามาเส้นทางลูกรังเล็กน้อย จะมองเห็นปรางค์ตั้งอยู่ บรรยากาศโดยรอบเป็นพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน เมื่อมาถึงปรางค์นางผมหอม ผมก็ได้สัมผัสบรรยากาศชายทุ่ง ที่มีลมพัดเย็นสบาย และยังมีโต๊ะหินอ่อนให้นั่งพักผ่อนอีกด้วย วันที่เดินทางแม้ว่าแสงแดดจะแรง แต่ก็ไม่ร้อนอย่างที่คิด ทำให้ได้ชมบรรยากาศอย่างเต็มที่     บริเวณกรอบประตูของปรางค์เป็นหินทราย ชาวบ้านเล่าว่า แต่เดิมมีทับหลังแต่ได้สูญหายไป เนื่องจากมีความเชื่อและตำนาน จึงได้มีการนำหุ่นจำลองตัวแทนนางผมหอมมาไว้ด้านในปรางค์ ซึ่งเป็นเรื่องราวความเชื่อของคนในท้องถิ่นครับ ตำนานนางผมหอม ต้องบอกก่อนว่า ตำนานนางผมหอมมีเรื่องราวมากมายในหลายท้องถิ่น ซึ่งเรื่องราวที่ผมจะนำเสนอนี้ก็เป็นเพียงอีกหนึ่งตำนานเท่านั้น ในสมัยขอมเรืองอำนาจมีเมืองหนึ่งชื่อเมืองศรีเทพ มีพระมหากษัตริย์ปกครองอย่างผาสุก พระองค์มีพระโอรสพระองค์หนึ่งไม่ปรากฏนามซึ่งมีพระชันษาสมควรที่จะมีคู่ครอง พระองค์จึงสั่งให้เหล่าเสนาอำมาตย์ตีฆ้องร้องป่าวหาคนที่จะมาอภิเษกสมรสกับเจ้าชาย พระองค์จึงชุกคิดได้ว่ามีพระสหายปกครองบ้านเมืองอยู่เมืองพิมายและมีพระธิดาที่มีสิริโฉมงดงามกว่านางใดในแผ่นดินชื่อว่านางผมหอม พระองค์จึงได้ตั้งขบวนกับพระโอรสเพื่อไปสู่ขอนางผมหอมที่เมืองพิมาย เมื่อเดินทางไปถึงเมืองพิมายก็ได้เที่ยวชมเมืองพิมายซึ่งเป็นนครกว้างใหญ่และได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากพระสหาย  พระองค์ทรงพอพระทัยมาก ฝ่ายพระโอรสก็ได้เจอกับนางผมหอมซึ่งเกิดมีความรักต่อกัน เมื่อถึงวันต้องเสด็จกลับเมืองศรีเทพ พระองค์จึงทรงสู่ขอนางผมหอมจากเจ้าเมืองพิมาย เพื่อกลับไปอภิเษกสมรสกับพระโอรสของพระองค์ ซึ่งพระสหายก็ทรงอนุญาตให้นางผมหอมไปด้วย นางผมหอมมีม้าตัวหนึ่งคู่พระทัยซึ่งทรงโตมาด้วยกันตั้งแต่ทรงพระเยาว์นางจึงนำม้าไปด้วยโดยขี่หลังม้าไป ขบวนเสด็จของพระราชาเมืองศรีเทพก็ได้เดินทางกลับ เมื่อเดินทางมาถึงช่องเขาขาดซึ่งปัจจุบันเป็นรอยต่อระหว่างจังหวัดนครราชสีมากับจังหวัดลพบุรี ขบวนของพระองค์ก็ทรงหยุดตั้งพลับพลาที่ประทับริมฝั่งแม่น้ำแห่งหนึ่ง นางผอมหอมมีความต้องการที่จะสรงน้ำจึงเสด็จไปสรงน้ำที่แม่น้ำใกล้ๆลำน้ำแห่งนั้น นางได้นั่งสรงน้ำที่แท่นหิน(ภายหลังต่อมาเรียกแท่นนางผมหอม) ด้วยพระทัยที่เบิกบาน ในขณะนั้นนางได้สระผมแล้วเส้นผมของนางก็ได้หลุดลอยไปตามกระแสน้ำ ต่อมาเจ้าชายแห่งเมืองละโว้ ได้เสด็จประพาสป่า พระองค์มีความรู้สึกกระหายอย่างเป็นกำลังจึงลงไปที่ลำน้ำ เมื่อไปถึงลำน้ำพระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นพระเกศาติดอยู่ที่ท่าน้ำมีกลิ่นหอมมาก ส่งผลให้พระองค์เกิดหลงรักเจ้าของเส้นผมที่มีกลิ่นหอมนางนี้ ทั้งที่พระองค์ยังไม่เคยเห็นหน้านางมาก่อน… Read More »