ตามรอยหลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู พระเกจิแห่งสงครามอินโดจีน (มีคลิป)

https://youtu.be/D7CSBX99DPw สวัสดีครับ วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปตามรอยพระเกจิชื่อดังในอดีตแห่งวัดนางหนู ลพบุรี นั่นก็คือหลวงปู่จันทร์ จันทโชติ ท่านเป็นพระที่มีชื่อเสียงในช่วงของสงครามอินโดจีน เล่ากันว่าช่วงนั้นมีเหล่าทหารมาขอวัตถุมงคลของท่านเพื่อเป็นสิริมงคลจำนวนมาก สภาพปัจจุบัน วัดนางหนูอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แต่ก็มีบรรยากาศที่เงียบเหงา เนื่องจากไม่ใช่วัดท่องเที่ยว ชาวบ้านจึงจะจัดงานบุญในช่วงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วัดนางหนูไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างทีแน่ชัด แต่ความมีชื่อเสียงของวัดเกิดขึ้นจากบารมีของหลวงปู่จันทร์ ที่โด่งดังมากในช่วงของสงครามอินโดจีน ร่วมสมัยกับพระเกจิอาจารย์รูปอื่นๆ ได้แก่ หลวงพ่อจาด, หลวงพ่อจง, หลวงพ่อคง, และหลวงพ่ออี๋ เมื่อเดินทางไปถึง ก็จะมองเห็นพระอุโบสถโดดเด่น และมีวิหารรูปหล่อหลวงปู่จันทร์ให้ได้กราบไหว้บูชาและปิดทอง ผมเดินทางแล้วนำรถไปจอดข้างๆพระอุโบสถแล้วเดินกันเข้ามาด้านใน โดยมุ่งไปที่หลังวัดเป็นอันดับแรก ฝั่งตรงข้ามวัดนางหนูคือวัดบัว ซึ่งเป็นวัดที่หลวงปู่จันทร์ได้ทำการอุปสมบท จากนั้นท่านก็ขอมาจำพรรษาที่วัดนางหนู เพราะสมัยนั้นวัดนางหนูมีสภาพทรุดโทรม ใกล้จะเป็นวัดร้าง จากนั้นผมก็เดินมายังศาลา ประดิษฐานรูปหล่อหลวงปู่จันทร์   ผมก็เข้ามากราบรูปหล่อหลวงปู่จันทร์ในศาลา  จากนั้นหลวงพ่อเปรื่อง อัตตมโน เจ้าวาสวัดนางหนูรูปปัจจุบัน ท่านได้ออกมาจากกุฏิ ผมจึงเข้าไปกราบนมัสการและบอกจุดประสงค์การเดินทางครั้งนี้ หลวงพ่อเปรื่อง ท่านจึงเมตตานำกุญแจเพื่อเข้าไปกราบรูปหล่อหลวงปู่จันทร์ ในมณฑปซึ่งล็อคไว้ เมื่อเปิดพระมณฑปเข้าไป ก็จะพบกับรูปหล่อหลวงปู่จันทร์ประดิษฐานอยู่ กลุ่มเราก็เข้าไปกราบขอพรตามปกติ หลังจากนั้นกลุ่มของผมก็เข้าสนทนากับหลวงพ่อเปรื่อง เจ้าอาวาสวัดนางหนู ซึ่งท่านก็เมตตามานั่งสนทนาด้วย เล่าเรื่องราวต่างๆให้กลุ่มผมฟัง และนำหนังสือเรื่องราวของวัดมาให้อ่านอีกด้วย การสนทนาใช้เวลาไม่นานนัก  ได้ความรู้และเรื่องราวมาบอกเล่าให้กับท่านผู้อ่านมากมาย จากนั้นกลุ่มของผมจึงกราบลาหลวงพ่อเพื่อเดินทางกลับ ประวัติหลวงปู่จันทร์ จันทโชติ พอสังเขป หลวงปู่จันทร์ จันทโชติ หรือหลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู จ.ลพบุรี เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในสมัยสงครามอินโดจีน เป็นที่กล่าวขานจนถึงทุกวันนี้ หลวงปู่จันทร์ นามเดิมว่า จัน หรือจันทร์ สุดสาย เป็นชาวจังหวัดลพบุรี โดยกำเนิด… Read More »

หลวงพ่อฉาบ พระผู้ไม่ลงกุฏิกว่า 30 ปี แห่งวัดศรีสาคร สิงห์บุรี (มีคลิป)

https://youtu.be/A6-AKuvNCMQ คลิปแอดมินเล่าเรื่องหลวงพ่อฉาบ มังคโล วัดศรีสาคร สิงห์บุรี https://youtu.be/wGN7q_rc3wA สวัสดีครับท่านผู้อ่าน วันนี้ผมมีเรื่องราวดีๆมาถ่ายทอดให้ได้รับชมกัน เป็นเรื่องราวของหลวงพ่อฉาบ แห่งวัดศรีสาคร จังหวัดสิงห์บุรี ปัจจุบันปี พ.ศ.2560 ท่านมีอายุย่างเข้าปีที่ 89  โดยท่านไม่ได้ลงกุฏิและไม่ได้รับกิจนิมนต์มากว่า 30 ปีแล้ว ครั้งนี้เป็นการเดินทางครั้งที่ 2 ของผม เนื่องจากครั้งแรกผมยังไม่ทราบเวลาให้เข้ากราบนมัสการ แม้ว่าท่านจะไม่ได้ลงกุฏิเป็นเวลานาน แต่ท่านก็ได้เมตตาต่อญาติโยมให้เข้าดราบไหว้ได้ทุกวัน เวลา 10.00 – 11.00 น. ส่วนเหตุผลที่ท่านไม่รับนิมนต์และลงกุฏินั้น แอดมินไม่ได้สอบถามถึงเหตุผล … แต่การเข้าไปกราบท่านในครั้งนี้ (วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2560) ผมก็ได้สัมผัสถึงความเมตตาของท่านอย่างเป็นที่สุด แม้ท่านจะชราภาพมาก แต่ท่านก็ได้กล่าวให้พรเสียงดังฟังชัด จนผมรู้สึกปิติอย่างบอกไม่ถูก บนกุฏิของท่าน เป็นกุฏิไม้ธรรมดา ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใดๆ ไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีวิทยุ ไม่มีโทรศัพท์ส่วนตัว แม้แต่เครื่องปรับอากาศท่านก็ไม่ให้ติดตั้ง  มีเพียงคณะศิษย์ที่คอยดูแลอุปัฏฐากท่านอย่างใกล้ชิด แม้ว่าท่านจะห่างไกลจากเหตุการณ์ภายนอก แต่ท่านก็ทราบทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้น ด้วยปฏิปทาอันดีงามนี้เอง ผมจึงไม่แปลกใจเลยว่า จะมีผู้มีจิตศรัทธาต่อท่านเป็นอย่างมาก สังเกตุได้จาก สิ่งก่อสร้างภายในวัด เช่น เมรุ ศาลาการเปรียญ อาคารเอนกประสงค์ พระอุโบสถ และอื่นๆอีกมากมาย ที่ได้ทยอยสร้างกันในบริเวณวัด ทั้งๆที่ท่านไม่ได้ไปเรี่ยไรที่ไหนเลย …ปัจจัยทุกอย่างล้วนเกิดจากความศรัทธาที่เหล่าคณะศิษย์ได้สัมผัสถึงนั่นเอง ในวัดจะติดป้ายเรื่องห้ามถ่ายรูปหลวงพ่อ อาจจะเพราะด้วยความเชื่อบางอย่างของคณะศิษย์ ซึ่งผมก็ไม่ขอก้าวล่วง จึงได้บันทึกเป็นคลิปเสียงที่ท่านได้อวยพรให้กับแอดมินมาให้ได้รับฟังกันด้วย ตามคลิปบนยูทูปในช่วงท้าย… Read More »

วัดบางปลาหมอ หลวงพ่อสุ่นพระอาจารย์ของหลวงพ่อจงและหลวงพ่อปาน

https://youtu.be/4eVh5PBN2EQ สวัสดีครับ วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปยังวัดบางปลาหมอ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งแต่เดิมนั้นเป็นสถานที่จำพรรษาของหลวงพ่อสุ่น ซึ่งเป็นพระอาจารย์และพระอุปัชฌาย์ของพระที่มีชื่อเสียงสองรูปคือหลวงพ่อจง แห่งวัดหน้าต่างนอก และหลวงพ่อปาน แห่งวัดบางนมโค ประวัติวัดบางปลาหมอ ไม่พบหลักฐานการบันทึก สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลายหรือไม่ก็รัตนโกสินทร์ตอนต้น แม้แต่ประวัติของหลวงพ่อสุ่น ก็หาได้ยากไม่ค่อยพบการบันทึก มีเพียงแต่การเล่าปากต่อปาก ส่วนผู้เฒ่าผู้แก่ ก็ได้ตายจากไปจนหมด จึงมีเรื่องราวของหลวงพ่อสุ่นน้อยเหลือเกิน ตามบันทึกของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ได้กล่าวว่า หลวงพ่อสุ่น เป็นพระอุปัชฌาย์ของหลวงพ่อปาน แห่งวัดบางนมโคและหลวงพ่อจงวัดหน้าต่างนอก หลวงพ่อสุ่นเป็นพระที่เรืองวิทยาคมและมีวิชารักษาโรค จึงได้ถ่ายทอดวิชาให้แก่หลวงพ่อปานอีกด้วย หลวงพ่อสุ่นละสังขารเมื่อไหร่ ไม่มีบันทึก แต่หลังจากที่หลวงพ่อสุ่นละสังขารไป วัดบางปลาหมอก็เงียบลงไปอย่างมาก จนบางครั้งแทบเป็นวัดร้าง ผมได้เดินทางไปยังวัดบางปลาหมอ เมื่อปลายปี พ.ศ.2559 ซึ่งอยู่ห่างจากวัดบางนมโคไม่มากนัก ต้องบอกว่าวัดมีบรรยากาศเงียบเหงาอย่างมาก แตกต่างจากวัดบางนมโคอย่างยิ่ง ในใจผมก็อยากจะให้วัดกลับมามีบรรยากาศเหมือนดั่งในอดีต ให้สมกับเป็นวัดพระอาจารย์ของหลวงพ่อปานและหลวงพ่อจง เช่นเดิม แต่ผมก็เข้าใจว่าเป็นไปตามหลักสัจธรรม ที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไปเป็นธรรมดา ถ้าท่านผู้ฟังได้รับฟังกันในวันนี้ ก็อยากให้ลองไปเที่ยวชมบรรยากาศกันบ้างจะเป็นการดี อาจจะทำให้บรรยากาศกลับมาเหมือนเดิม สุดท้าย ผมจึงขอนำบรรยากาศในวัดบางปลาหมอ มาให้ชมด้วย ซึ่งมีเพียงกลุ่มผมเท่านั้น บรรยากาศเงียบ เห็นเพียงสุนัข ที่คอยวิ่งมาต้อนรับ วิหารรูปหล่อหลวงพ่อสุ่นถูกล็อคเข้าไม่ได้ รวมถึงพระอุโบสถที่สวยงามด้วยประตูลายรดน้ำ ส่วนวิหารพระนอนสามารถเข้าไปกราบได้ครับ เรียนเชิญรับชมบรรยากาศกันเลยครับ       พุทธวิหารมงคลอุปถัมภ์ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ 2 องค์ ตามบันทึก หลวงพ่อสุ่น เป็นผู้สร้างพระพุทธไสยาสน์มงคลชินวัฒน์ มีความยาว 5.19 เมตร และพระพุทธไสยาสน์มงคลสรรเพชญ มีความยาว… Read More »

เหตุการณ์อัศจรรย์ ในงานยกฉัตรบรรจุพระธาตุเจดีย์หลวงปู่มั่น วัดภูริทัตตถิราวาส

https://youtu.be/wqwBB3o38Q0 วันนี้ผมขอนำเรื่องราวอัศจรรย์ เป็นประสบการณ์จากผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ชื่อว่า คุณ“Sahai Dhamma” ซึ่งผมอ่านแล้ว รู้สึกปิติอย่างมาก จึงขอบันทึกเรื่องราวนี้ไว้เป็นประวัติศาสตร์อีกครั้ง เป็นเหตุการณ์ที่คุณ “Sahai Dhamma” ได้ไปอยู่ในพิธีงานยกฉัตร บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระอัฐิธาตุของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ณ เจดีย์พิพิธภัณฑ์ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่วัดป่าภูริทัตตถิราวาส จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2560 วัดป่าภูริทัตตถิราวาส หรือเดิมชื่อว่า วัดป่าบ้านหนองผือ เป็นวัดที่หลวงปู่มั่น ได้จำพรรษาเป็นเวลา 5 พรรษาสุดท้ายก่อนที่จะละสังขาร ที่วัดป่าสุทธาวาส จ.สกลนคร จึงถือเป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งในเส้นทางธรรมของหลวงปู่มั่น เมื่อปีที่ผ่านมา คือ ปีพ.ศ. 2559 ผมเคยโพสบน Facebook เกี่ยวกับงานบุญสร้างพระเจดีย์และวัตถุมงคลที่ใช้บรรจุในพระเจดีย์แห่งนี้ไว้ด้วย ผมได้เดินทางไปทำบุญในการสร้างพระเจดีย์ ที่วัดธรรมมงคล กรุงเทพฯ และได้รับวัตถุมงคลพระผงหลวงปู่มั่นมาเป็นที่ระลึกจำนวนหนึ่ง โดยผมได้แบ่งแจกฟรีเป็นอภินันทการให้กับแฟนเพจไปจำนวน 17 ท่าน ไว้บูชาด้วย วัตถุมงคลนี้ เป็นวัตถุมงคลที่ได้รับการอธิษฐานจิตอย่างต่อเนื่องจากหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร ซึ่งท่านเป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่น ที่ได้อุปัฏฐากหลวงปู่มั่นอย่างใกล้ชิดถึง 4 ปี ท่านเป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่น ที่ยังทรงขันธ์อยู่ในปัจจุบัน ด้วยอายุถึง 97 ปี ใน ปีพ.ศ.2560 เมื่อกล่าวถึงหลวงพ่อวิริยังค์ ผมขออนุญาตนำเรื่องราวประสบการณ์ของผมเองเมื่อได้ทำบุญกับท่านครั้งแรกมาเล่าให้ฟัง ผมเคยเดินทางไปทำบุญตักบาตรกับท่านที่ วัดศรีรัตนธรรมาราม จ.สมุทรปราการ ในงานสอนสมาธิแก่คณะสงฆ์ ครั้งนั้น… Read More »

แอดมินเล่าเรื่อง พญาครุฑกับพระอริยสงฆ์ (มีคลิปเล่าเรื่อง)

สวัสดีท่านผู้ติดตามทุกท่าน วันนี้ผมจะขอถือโอกาสมากล่าวถึงตำนานพญาครุฑกับพระอริยสงฆ์ไทยให้ได้รับชมรับฟังกัน โดยปกติในสังคมไทยเกี่ยวกับเรื่องราวความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีมาแต่โบราณ โดยเฉพาะเรื่องเทพเทวดาต่างๆ นอกจากนี้ก็จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์กึ่งเทพ อาทิเช่น พญานาค พญาครุฑ เป็นต้น แต่ส่วนมากตามข่าวต่างๆ รวมถึงประวัติของครูบาอาจารย์ เรามักจะคุ้นเคยเกี่ยวกับเรื่องพญานาคซะมากกว่า ทั้งนี้ก็ขอให้ใช้วิจารณญาณในการที่จะเชื่อให้มากๆ ด้วยนะครับ ผมเคยสงสัยว่า นอกจากเรื่องพญานาค ที่ปรากฏให้เห็นในประวัติครูบาอาจารย์แล้ว จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับพญาครุฑบ้างหรือไม่ ผมจึงได้ลองค้นหาข้อมูลจากแหล่งความรู้ต่างๆ ซึ่งส่วนมากเป็นหนังสือประวัติครูบาอาจารย์ และผมก็เคยนำเรื่องราวเกี่ยวกับพญาครุฑมาบันทึกเสียงให้ได้รับฟังกันบนยูทูปไปหลายคลิป อาทิเช่น เรื่องราวของหลวงปู่คำคะนิง จุลมณี, หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท และ หลวงปู่สิม พุทธาจาโร เป็นต้น แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับพญาครุฑ ค่อนข้างน้อยกว่าเรื่องราวของพญานาค… ทั้งนี้ ตามคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนาไม่ได้ปฏิเสธเรื่องราวของพญาครุฑและพญานาค โดยมีความเชื่อว่า ทั้งพญานาคและพญาครุฑจะอยู่ในการปกครองของท้าวจตุโลกบาล ในสวรรค์ชั้นที่ 1 หรือ ชั้นจาตุมหาราชิกา ท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 แต่ละองค์ได้แก่ ท้าวธตรฐ รักษาโลกด้านทิศตะวันออก ทำหน้าที่ปกครองคนธรรพ์ ท้าววิรุฬหก รักษาโลกด้านทิศใต้ ทำหน้าที่ปกครองครุฑ ท้าววิรูปักษ์ รักษาโลกด้านทิศตะวันตก ทำหน้าที่ปกครองพญานาค ท้าวกุเวร รักษาโลกด้านทิศเหนือ ทำหน้าที่ปกครองยักษ์ ท้าวกุเวรมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ท้าวเวสวัณ หรือ ท้าวเวสสุวรรณ โอกาสนี้ผมจึงขอนำเรื่องราวสรุปเกี่ยวกับพญาครุฑกับพระอริยสงฆ์ในบางรูปมานำเสนอ ดังต่อไปนี้ หลวงปู่คำคะนิง จุลมณี หลวงปู่คำคะนิง จุลมณี แห่งวัดถ้ำคูหาสวรรค์ จ.อุบลราชธานี ท่านเป็นคนลาว ซึ่งแต่เดิมนั้นเคยบวชเป็นฤาษีอาศัยอยู่ตามป่าตามถ้ำ… Read More »

ตามรอยตำนานดวงพระเนตรและความศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อโต วัดน้ำฉ่า

https://youtu.be/fnOiaxC3qUs วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปตามรอยความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโต วัดน้ำฉ่า หรือทางการเรียกว่า วัดราษฎร์ศรัทธาธรรม อ.ราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเรื่องราวการเดินทางครั้งนี้ ได้รับการแนะนำจากคุณอัฐพงษ์ บุญสร้าง ที่ชำนาญเส้นทางในจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นอย่างดี คุณอัฐพงษ์ เล่าว่า ตำนานหลวงพ่อโต มีความเชื่อว่าดวงพระเนตรของท่านเป็นนิล แต่มีคนแอบมาขโมยดวงพระเนตรหลวงพ่อโตไป และมีลักษณะเหมือนน้ำตาไหลออก ต่อมาทางกรมศิลปากร ได้มาตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเพียงตำนานเล่าขานกันมาเท่านั้น และจากการสังเกตุภายในดวงพระเนตร เหมือนมีลักษณะของอักษรโบราณคล้ายตัว ป.ปลา อีกด้วย ปัจจุบันนี้ หลวงพ่อโต ได้ประดิษฐานในมณฑปที่สร้างขึ้นใหม่ในบริเวณของพระอุโบสถหลังเดิม แต่ในวันที่ผมเดินทางไปนั้น มณฑปได้ถูกปิด ไม่สามารถเข้าไปได้ จึงได้แต่เพียงถ่ายภาพบรรยากาศภายนอกเท่านั้น จุดจอดรถของผมจะอยู่บริเวณหน้าพระอุโบสถหลังใหม่ ซึ่งคุณอัฐพงษ์ได้เล่าว่า พระอุโบสถหลังเก่าจะสร้างใกล้เคียงกัน จุดที่สำคัญในการเดินทางครั้งนี้ คือหลวงพ่อโต ในมณฑป แต่น่าเสียดายที่เข้าไปไม่ได้ จึงได้ทำการถ่ายรูปลอดผ่านประตูกระจกให้ได้ชมกันเท่านั้น องค์หลวงพ่อโต องค์จริงจะประดิษฐานด้านหลังองค์เล็กที่สร้างจำลองขึ้น  เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นสร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เรื่องราวตำนานแต่เดิมชาวบ้านเชื่อว่า ดวงพระเนตรของหลวงพ่อโตเป็นนิลแต่ถูกลักขโมยไป และเกิดลักษณะมีน้ำตาไหลออกมา…ซึ่งเป็นตำนานเล่าขานกันมาแต่นมนานแล้ว และถ้าได้เพ่งมองเข้าไปในพระเนตรของหลวงพ่อโต จะพบว่ามีอักษรโบราณ ลักษณะคล้าย ป.ปลา ในดวงพระเนตรทั้งสองข้างด้วย อีกทั้ง มีความเชื่อว่าเมื่อถึงเวลาการเกณฑ์ทหาร มักจะมีชายไทยมาบนบานด้วยหนังตลุง เพื่อไม่ให้ติดทหารเกณฑ์อีกด้วย (โปรดใช้วิจารณญาณ)   ตามเอกสารประวัติวัดน้ำฉ่า ลงวันที่ 13 มิถุนายน รศ.126 (ตรงกับปี พ.ศ.2451) พระกำพูชาชาญศึกและด้วยเจ้าอธิการและทายก ได้ปักกำหนดเขตพระอุโบสถกระทำกิจผูกพัทธสีมา ตามพระบรมราชานุญาต เมื่อผมได้พูดคุยสอบถามเรื่องราวเกี่ยวกับวัดน้ำฉ่าพอสมควร จึงเดินดูภายในบริเวณวัด ผมเดินชมบริเวณที่เคยตั้งพระอุโบสถเดิม ซึงปัจจุบันไม่เห็นร่องรอย นอกจากการสอบถามและค้นหาข้อมูล… Read More »

ตามรอยสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่ฉะเชิงเทรา

https://youtu.be/FmoN6ZfegK8 วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางตามรอยสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งผมได้มีโอกาสเดินทางไปจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นประจำ เพราะเป็นบ้านญาติพี่น้องของผมหลายคน การเดินทางครั้งนี้ ในวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2560 เกิดจากความสนใจเรื่องราวความสำคัญของสถานที่ ที่มีเรื่องราวของความเชื่อและความศรัทธาเป็นทุนเดิมของผม โดยเฉพาะการท่องเที่ยวตามวัดวาอารามต่างๆ  ผมจึงได้ค้นหาข้อมูลเรื่องราวสถานที่ ที่น่าสนใจในจังหวัดฉะเชิงเทรา ก็พบว่า มีเรื่องราวแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในพิธีบรมราชาภิเษกในรัชกาลที่ 6, 7 และ 9 ในจังหวัดฉะเชิงเทราถึง 2 แห่งด้วยกัน จากข้อมูลบนเว็บไซต์ศาลาเครื่องราชอิสริยยศ ได้เขียนบันทึกเกี่ยวกับแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ไว้อย่างละเอียด โดยมีบันทึกเกี่ยวกับแหล่งน้ำในจังหวัดฉะเชิงเทราไว้ 2 แห่งคือ น้ำสระมหาชัยและ น้ำสระหินดาษ โดยทำพิธีเสกน้ำที่วัดยโสธร เมืองฉะเชิงเทรา มณฑลปราจีนบุรี ซึ่งแต่เดิมจังหวัดฉะเชิงเทรา อยู่ในมณฑลปราจีนบุรี และแต่เดิมวัดโสธรวรารามวรวิหาร เรียกว่า วัดยโสธร หรือที่เรารู้จักกันดี ก็คือวัดหลวงพ่อโสธรนั่นเอง ด้วยความสนใจเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยความศรัทธาและความเชื่อต่างๆอยู่แล้ว ผมจึงได้ติดต่อคุณอัฐพงษ์ บุญสร้าง ซึ่งเป็นคนในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา อีกทั้งยังมีความชำนาญในเรื่องเส้นทาง เพื่อเป็นผู้นำทางในการท่องเที่ยวครั้งนี้ จึงขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ แหล่งน้ำแหล่งแรกที่เราเดินทางไปคือ สระหินดาษ อยู่ที่ อ.ราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา ใกล้กับวัดหินดาษ  และใกล้กับถ้ำนางสิบสอง ตามตำนานพระรถเมรี  ปัจจุบันยังมีสภาพเป็นสระน้ำ ที่เต็มไปด้วยใบบัว  และมีป้ายบันทึกเรื่องราวไว้อย่างชัดเจนด้วยว่า สระน้ำแห่งนี้ เป็นน้ำพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอีกด้วย     ตามตำนานเล่าว่า ถ้ำนางสิบสองตรงนี้ สามารถทะลุได้ถึงลานพระรถชนไก่ และหาที่สุดไม่ได้… Read More »

วัดป่าห้าพระองค์ สถานที่พระกรรมฐานมรณภาพ 5 รูปจากเครื่องบินตก

https://youtu.be/If9N26LoAOU สวัสดีครับท่านผู้รักการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยทุกท่าน วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางท่องเที่ยวตามรอยความศรัทธาที่วัดป่าห้าพระองค์จากเหตุการณ์ความสูญเสียของพุทธศาสนิกชนครั้งสำคัญ คือการมรณภาพของพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่นถึง 5 รูปจากเหตุการณ์เครื่องบินตกในเขตจังหวัดปทุมธานี เหตุการณ์เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2523 ในดือนเมษายน พระกรรมฐาน 5 รูป  ได้แก่ พระอาจารย์วัน อุตตโม, พระอาจารย์บุญมา ฐิตเปโม, พระอาจารย์จวน กุลเชฏฺโฐ, พระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร, และ พระอาจารย์สุพัฒน์ สุขกาโม ได้รับอาราธนานิมนต์ทางกรุงเทพมหานครจึงได้รวมกันที่ จังหวัดอุดรธานี เพื่อขึ้นเครื่องบิน เพราะลูกศิษย์ต้องการถวายความสะดวกและรวดเร็วในการเดินทาง ได้ขึ้นเครื่องบินที่อุดรธานี เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2523 เมื่อเครื่องบินมาถึงเขตจังหวัดปทุมธานี อำเภอคลองหลวง เหลือระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตรเศษ เครื่องบินได้ตั้งลำและลดเพดานบินเพื่อเตรียมลงสู่สนาม แต่เนื่องจากเครื่องบินได้ประสบพายหมุนและประกอบกับฝนตกหนัก เครื่องบินจึงเสียหลัก ตกลงที่ท้องนาเขตอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พระคณาจารย์ทั้งหลายจึงถึงแก่มรณภาพพร้อมด้วยผู้โดยสารอีกเป็นจำนวนมาก จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ยังความโศกเศร้าเสียใจของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ และยังความเสียพระราชหฤทัยแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ จากเรื่องราวนี้ผมจึงเดินทางตามรอยความศรัทธา เพื่อนำมาแบ่งปันเรื่องราวให้ทุกท่านได้รับรู้ และหาโอกาสเดินทางตามรอยความศรัทธาเพื่อระลึกถึงคุณของพระคณาจารย์ทั้ง 5 รูป ผมได้ทราบว่ามีการก่อสร้างวัดป่าห้าพระองค์ เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานจากเหตุการณ์เครื่องบินตก จึงได้เดินทางมาในอีกไม่นาน เมื่อผมเดินทางมาถึงพื้นที่ จะมองเห็นรูปปั้นหลวงปู่มั่นมาแต่ไกล ถือเป็นแลนด์มาร์กของวัดในปัจจุบันนี้ เมื่อผมมาถึงก็ทำการจอดรถในบริเวณวัด ซึ่งปัจจุบัน ปี พ.ศ.2560 ยังมีการก่อสร้างอยู่หลายจุด จากนั้นผมจึงเดินขึ้นไปกราบสักการะรูปปั้นหลวงปู่มั่น   วัดป่าห้าพระองค์ ตั้งอยู่ที่ คลองสาม… Read More »

พระธาตุประจำผู้เกิดวันเสาร์ พระธาตุนคร วัดมหาธาตุ นครพนม

https://youtu.be/vFdy3rSRuNo สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งกับภารกิจเที่ยววัดตามรอยความศรัทธา วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปถึงจังหวัดนครพนม ดินแดนที่มีความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาของทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำโขง มีวัดท่องเที่ยวและทำบุญมากมาย โดยเฉพาะพระธาตุพนม พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของเมืองนครพนม ที่ตำนานกล่าวว่า พระมหากัสสปะเถระ ได้อัญเชิญพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนอกของพระพุทธเจ้า) มาประดิษฐานไว้ แต่สำหรับบทความนี้ ผมจะพาทุกท่านไปชมความงาม ของพระธาตุนคร วัดมหาธาตุกันก่อน ซึ่งมีความเชื่อกันว่า เป็นพระธาตุประจำของผู้ที่เกิดวันเสาร์ จะด้วยเหตุใดนั้น ผมไม่ทราบข้อมูลเรื่องนี้ แต่ที่สำคัญคือ ผมเกิดวันเสาร์จึงต้องขอนำมากล่าวไว้ด้วยครับ ผมได้เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดนครพนม โดยมีจุดประสงค์หลักคือมาสักการะ นมัสการองค์พระธาตุพนม และถือโอกาสเดินทางท่องเที่ยวตามรอยความศรัทธาอีกหลายๆในนครพนมและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งใช้เวลาเดินทางมากพอสมควร ผมกลับเข้าที่พักก็มืดค่ำ ผ่านมาในเมืองนครพนม และเห็นองค์พระธาตุนคร ตั้งตระหง่านดูสวยงามในยามค่ำคืน และที่สำคัญคือ ผมเดินทางในช่วงเข้าฤดูหนาว ก็ได้สัมผัสถึงบรรยากาศอันเย็นสบาย มีลมพัดเข้าฝั่งได้บรรยากาศดีจริงๆครับ ผมได้สอบถามเพื่อนที่พาผมเที่ยว เขาก็บอกว่าเรื่องลมจากแม่น้ำโขงมีตลอดทั้งปี   วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมือง บนถนนสุนทรวิจิตร เลียบเขื่อนหน้าเมืองนครพนมหรือถนนเลียบริมแม่น้ำโขง มี “พระธาตุนคร” เป็นปูชนียสถานอันสำคัญ พระธาตุนคร มีลักษณะสี่เหลี่ยมจตุรัส กว้างด้านละ 4.85 เมตร สูง 24 เมตร มีรูปร่างตามพระธาตุพนมองค์เดิม รูปทรงตั้งบนฐานใหญ่ 2 ฐาน ต่อลดหลั่นกันตามลำดับ แต่ละฐานมีรูปประตูอยู่ตรงกลางบนประตูเป็นรูปคล้ายบัวบาน มีรูปและลายต่างๆ ข้างประตูทำเป็นเครื่องไม้ดอกไม้ผล รูปพระราชาทรงช้างทรงม้า ต่อจากฐานใหญ่ทั้ง 2 ขึ้นไป แล้วก็มีลักษณะแหลมเรียวขึ้นตามลำดับ ตอนกลางในด้านทั้ง 4… Read More »

ตามรอยประทับพระบาทและพระหัตถ์ ในหลวง ร.9 ร.10 ณ เกาะสาก พัทยา

https://youtu.be/0K2uwzMxGcg สวัสดีท่านผู้รักการท่องเที่ยวตามรอยศรัทธาทุกท่าน วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปตามรอยความศรัทธาของคนไทยที่มีต่อพระมหากษัติริย์ โดยกลุ่มนักเดินทางได้ทราบข้อมูลว่าที่เกาะสาก พัทยา มีรอยประทับพระบาทและพระหัตถ์ของในหลวง 2 รัชกาล คือรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 ซึ่งข้อมูลนี้ น้อยคนนักจะทราบเรื่องราว … ทำให้กลุ่มนักเดินทางมีความสนใจอย่างมาก จึงได้นัดหมายการเดินทางในเดือนพฤศจิกายน 2559 การเดินทางได้นัดหมายกันที่ไมค์ ช้อปปิ้งค์มอลล์ เมื่อผมเดินทางมาถึงก็ได้พบกับบรรยากาศการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวที่มากมายโดยเฉพาะชาวต่างชาติ ผมเดินทางมาถึงพัทยาราวๆ เที่ยง ได้เห็นบรรยากาศการท่องเที่ยวกับทิวทัศน์ท้องทะเลอันสวยงาม ผู้คนคึกคัก แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าออกจากฝั่งไปสู่เกาะสาก มีสิ่งที่สำคัญประทับอยู่ การเดินทางจะต้องนั่ง Speed Boat โดยได้จองเรือไว้และนัดเรือมารับที่หน้าหาด ค่าบริการไปกลับสำหรับการเดินทางไปเกาะสากอยู่ที่ 2,800 บาท  แต่ไปกันหลายคน จึงช่วยกันเฉลี่ยค่าเดินทางกันได้ครับ เนื่องจากเป็นเรือเร็ว จึงต้องประจำที่และยึดจับให้มั่นคง เพื่อความปลอดภัย การเดินทางใช้เวลาราวๆ 15-20 นาทีก็ถึงที่หมายเกาะสาก ต้องยอมรับว่าพี่โชเฟอร์ขับเรือ ได้รวดเร็วมาก ผมคิดว่านั่งรถฟอร์มูล่าวัน ซะอีก… พี่แกขับเรือได้ซิ่งมาก ขับไปก็กระทบคลื่น ทั้งตัวและหัวสั่น กระโดดกระเด้งไปตลอดระยะทาง เมื่อมาถึงเกาะสาก ผมก็ได้เห็นถึงความสวยงามของชายหาดที่สวยงาม ทะเลน้ำใส ฟ้าสีคราม ช่างมีความสุขกับการเดินทางซะจริงๆครับ เมื่อมาถึง กลุ่มนักเดินทางก็พากันถ่ายรูปความสวยงามของชายหาดสวยงามมากๆ หลังจากที่ชมความสวยงามของชายหาดอย่างหนำใจกันแล้ว ทีมนักเดินทางก็มุ่งไปชมรอยประทับพระบาทและพระหัตถ์ ในหลวง 2 รัชกาล เพื่อทำการสักการะ จุดที่กลุ่มนักเดินทางกำลังสักการะคือ จุดประทับพระบาทและพระหัตถ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9, รัชกาลที่ 10, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์,… Read More »

บรรยากาศสุดหลอน สำนักสงฆ์ร้าง อุทยานหุ่นปั้นพระอาจารย์ซ่วน

https://youtu.be/KybQ5ubmBes สวัสดีครับ วันนี้เรามาเปลี่ยนบรรยากาศกันบ้าง ผมจะพาทุกท่านไปชมบรรยากาศความหลอนที่ผมเชื่อว่า หลายท่านไม่กล้าไปคนเดียว รวมถึงผมด้วยครับ… ผมจะเดินทางไปยัง อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อไปชมบรรยากาศที่เขาว่าหลอนมาก นั่นก็คือ “สำนักสงฆ์ร้าง อุทยานหุ่นปั้นพระอาจารย์ซ่วน” ซึ่งเป็นการเดินทางตามรอยความศรัทธาของชุมชนในอดีต ที่มีต่อพระอาจารย์ซ่วน แห่งวัดท่าลาดใต้ การเดินทางครั้งนี้ ได้รับการแนะนำจากสมาชิกนักเดินทางซึ่งเป็นเจ้าถิ่นคือ คุณอัฐพงษ์ บุญสร้าง และเป็นผู้นำในการพาชมสถานที่ ซึ่งแอบซ่อนตัวอยู่ในซอยเล็กๆ ใกล้วัดท่าลาดใต้ เมื่อเดินทางมาถึง ก็ต้องพยายามหาที่จอดรถให้ชิดขอบทางมากที่สุด เนื่องจากเป็นถนนเส้นแคบๆ จึงต้องเผื่อพื้นที่ให้รถวิ่งสวนผ่านไปได้ หลังจากหาที่จอดรถได้ ก็พากันเดินเข้าพื้นที่ ซึ่งมีความรกพอสมควร ถ้าพากันมายามเย็นโพล้เพล้ รับรองว่าไม่ขอเข้าแน่นอน เพียงแค่ทางเข้า ผมก็เห็นรูปปั้นนักเรียน ก็เล่นเอาหลอนแล้วหล่ะครับ ในใจก็คิดว่า จะเข้าไปดีมั้ย เพราะกลัวๆกล้าๆ สาระพัด ทั้งเรื่องราวอาถรรพ์ (ที่ผมมโนไปล่วงหน้าแระ) แค่ทางเข้าก็เล่นเอาผมหลอนแล้วหล่ะครับ แต่ด้วยมีผู้นำทีม ที่คุ้นเคยสถานที่มาด้วย จึงขอลุย ไหนๆก็มากันแล้ว ขอไม่เสียเที่ยวแล้วกัน แค่ทางเข้าก็พบกับรูปปั้นต่างๆมากมาย ดูแล้วไม่ค่อยเป็นแบบแผนเท่าไหร่นัก ดูแล้วก็หลอนแท้ๆ ต้องขอบอกเรื่องราวสักเล็กน้อยว่า การเดินทางมาครั้งนี้ ผมมีข้อมูลน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย แต่ก็ได้รับฟังเรื่องราวว่าในอดีตนั้น พระอาจารย์ซ่วนเป็นพระที่ได้รับความศรัทธาจากคนในท้องถิ่น เพราะท่านจะเด่นในเรื่องของการสะเดาะเคราะห์ ดูดวง ทำให้มีผู้คนที่มีความเชื่อด้านนี้เดินทางมาพบพระอาจารย์ซ่วนอย่างไม่ขาดสาย พระอาจารย์ซ่วนท่านมีชื่อเสียงโด่งดังทางด้านเมตตามหานิยมและเป็นพระหมอดูที่มีชื่อเสียงมาก ซึ่งมักจะมีคนจากต่างถิ่นมาขอให้ท่านดูดวงให้ ขณะเดียวกันท่านก็จะให้สะเดาะเคราะห์ด้วยการสร้างพระและรูปเทพองค์ต่างๆ ชนิดที่เรียกว่าเกือบจะไม่มีที่เดิน การสร้างพระสร้างเทพในสมัยนั้นไม่ได้มีการวางแผน ใครนึกจะสร้างตรงไหนก็สร้าง การเริ่มปั้นพระและเทพแก้บนน่าจะเริ่มในช่วงปี พ.ศ. 2510 – 2525   นอกจากรูปปั้นเทพ… Read More »

วัดเกาะราษฎร์ศรัทธาธรรม (วัดปกปาก) ชมโบสถ์โบราณและเปลือกหอยโบราณ

https://youtu.be/-XVTj4zRWPQ สวัสดีครับท่านผู้มีใจรักการท่องเที่ยววัดทุกท่าน สำหรับวันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปไกลสักเล็กน้อย และก็ไปตามเส้นทางวัฒนธรรมของอำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา บทความนี้จะพาท่านไปยังวัดเกาะราษฎร์ศรัทธาธรรม หรือวัดปกปาก มีความน่าสนใจคือ จะมีโบสถ์เก่าอายุกว่า 100 ปี ที่ทรุดโทรมอย่างหนัก ดูแล้วน่าจะรอวันพังทลายไปตามกาลเวลา ซึ่งในวันที่ผมเดินทางนั้นจะเป็นปี พ.ศ.2559 ก็ยังสามารถเข้าไปชมกันได้ จะเห็นใบเสมา ที่ปักอาณาเขตโบสถ์เดิมไว้ มีลูกนิมิตโบราณภายในโบสถ์ และสิ่งสำคัญอีกอย่างคือ มีซากเปลือกหอยโบราณ ดึกดำบรรพ์ที่ทางวัดได้ขุดพบอีกด้วย โอกาสนี้ ผมจึงพาทุกท่านเดินทางไปชมบรรยากาศและศึกษาเรื่องราวกันครับ ต้นโพธิ์หน้าวัด จะมีซากต้นตะเคียนอยู่ด้วย ซึ่งเป็นไปตามความเชื่อเกี่ยววิญญาณนางตะเคียนที่สืบทอดความเชื่อมาตั้งแต่โบราณ พระอุโบสถหลังใหม่สร้างแทนหลังเดิมที่ทรุดโทรมไปอย่างมาก เริ่มสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2513 เมื่อเดินผ่านพระอุโบสถหลังใหม่เข้ามาจะพบกับโบสถ์หลังเดิมที่ทรุดโทรมอย่างมาก โบสถ์หลังเดิม สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2443 มีขนาดกว้าง 5.35 เมตร ยาว 11.10 เมตร ลัษณะทรงไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น หลังคามุงกระเบื้อง ผนังก่อด้วยอิฐถือปูนทั้งหลัง ปัจจุบันชำรุดสิ้นสภาพไปอย่างมาก ใบเสมา เป็นสิ่งที่ใช้บอกอาณาเขตของพระอุโบสถ กลุ่มนักเดินทางเดินวนเวียนชมสภาพโบสถ์หลังเดิม ด้วยความเสียดายที่สักวันจะต้องพังทลายไปจนหมด มีเพียงรูปภาพที่จะได้เห็นกันต่อไป สุดท้ายต้องทำใจ และต้องเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น จากนั้นกลุ่มของพวกเราก็เดินทางไปยังศาลาการเปรียญเพื่อขึ้นไปชมเปลือกหอยโบราณ ดึกดำบรรพ์ ซึ่งขุดพบมากมายในบริเวณวัด …และได้นำมาเก็บรักษาไว้บนศาลาการเปรียญ เมื่อเราขึ้นมาชมเปลือกหอยเรียบร้อยแล้ว ก็ใช้เวลาสักพักได้การพูดคุยกัน ได้พบเห็นสิ่งต่างๆมากมาย ที่เป็นกำไรชีวิตของกลุ่มนักเดินทาง …แม้ว่าจะไม่ใช่วัดท่องเที่ยว แต่ทุกๆสถานที่ ก็ย่อมมีเรื่องราวให้ได้เรียนรู้กันไม่รู้จบ ประวัติวัดเกาะราษฎร์ศรัทธาธรรม (วัดปกปาก) พอสังเขป วัดปกปาก หรือที่ชาวบ้านเรียก “วัดโปกปาก” สังกัดมหานิกาย… Read More »