วัดสุวรรณคีรีปิฎก (เขาตะกร้าทอง) ตามรอยตำนานขุนเขาลพบุรี ตอนเจ้ากงจีน

https://youtu.be/YyWsbzk1A3s มาถึงวัดสุดท้ายกับการเดินทางท่องเที่ยววัด ตามรอยตำนานขุนเขาเมืองลพบุรี ตอนเจ้ากงจีน วัดแห่งนี้คือวัดสุวรรณคีรีปิฎก ณ เขาตะกร้าทอง ซึ่งแต่เดิมนั้นชื่อวัดเขาตะกร้าทองแต่ได้เปลี่ยนชื่อในภายหลัง วัดสุวรรณคีรีปิฎก จะตั้งอยู่ไม่ไกลจากวัดเวฬุวัน (เขาจีนแล) ไม่มากนัก ซึ่งถ้ามาถึงวัดแล้วจะมองเห็นเขาจีนแลอยู่ไม่ไกล วัดสุวรรณคีรีปิฎก เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนภูเขา มีค้างคาวจำนวนมาก  เป็นภูเขามีลักษณะคล้ายตะกร้าคว่ำ ตั้งอยู่หมู่ 7 ตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี  สร้างวัดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2498 ชื่อวัดเขาตะกร้าทอง ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นวัดสุวรรณคีรีปิฎก สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย เป็นวัดที่สร้างอยู่บนไหล่เขาตะกร้าทอง มีถ้ำซึ่งมีค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนานมาก มีพระประธาน พระนามว่า พระพุทธสิรินิมิตมงคล เป็นวัดที่สร้างอยู่บนภูเขาใกล้กับบริเวณอ่างซับเหล็ก จังหวัดลพบุรี โดยมีพระผู้ก่อสร้างวัดนี้ขึ้นมาคือ หลวงปู่บุญเหลือ และหลวงปู่ขาว ซึ่งในขณะนั้นได้เดินธุดงค์ผ่านมายังสถานที่แห่งนี้กล่าวกันว่า บริเวณยอดเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดนี้มีลักษณะเป็นแอ่งคล้ายกับตะกร้าเมื่อยามต้องแสงแดดนั้นบริเวณแอ่งนี้จะมีแสงระยิบระยับคล้ายกับทองจึงเป็นที่มาของชื่อวัดเขาตะกร้าทองดังกล่าว หลวงปู่บุญเหลือท่านได้มรณภาพไปตั้งแต่ปี 2516 ยังเหลืออยู่แต่หลวงปู่ขาวซึ่งตอนนี้ได้ไปสร้างวัดอยู่ที่จังหวัดศรีสะเกษ ภายในถ้ำประดิษฐานพระพุทธรูปและรูปปั้นหลวงปู่บุญเหลือ และปู่ฤๅษี ห้องถัดมา คือถ้ำมหาโชคซึ่งอยู่ในถ้ำ มีค้างคาวน้อยใหญ่อาศัยอยู่ข้างในเป็นห้องโถงประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่สิ่งมหัศจรรย์ที่เราได้พบคือห้องโถงประดิษฐานพระพุทธรูป กับจุดที่ค้างคาวอาศัยนั้นห่างกันไม่เกินสิบก้าว แต่บริเวณที่ประดิษฐานพระพุทธรูป จะไม่มีค้างคาวมาเกาะด้านบนและไม่มีมูลค้างคาวให้เห็นเลยแม้แต่น้อย เขาตะกร้าทองจะมีลักษณะไม่เหมือนวัดอื่นโดยเป็นอาคารสูง 4 -5 ชั้น ยาวไปตามไหล่เขา เมื่อไปถึงยอดเขาจะมีถ้ำใหญ่ ได้แก่ ถ้ำพระ ถ้ำฤๅษี ถ้ำคัางคาว ถ้ำมหาโชค ซึ่งเป็นถ้ำธรรมชาติควรแก่การศึกษา และทางวัดได้เก็บสังขารของหลวงพ่อบุญเหลือ ซึ่งมีสภาพไม่เน่าเปื่อยไว้ให้ประชาชนที่เคารพได้กราบสักการบูชา ในยามพลบค่ำจะสามารถชมค้างคาวนับแสนตัว ออกหากิน และสามารถชมทิวทัศน์ของธรรมชาติบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยซับเหล็ก และบริเวณโดยรอบที่มีความสวยงาม จากตำนานขุนเขา… Read More »

วัดเวฬุวันหรือวัดเขาจีนแล ตามรอยตำนานขุนเขาลพบุรี ตอนเจ้ากงจีน

https://youtu.be/7UZH0J_PiVc มาเดินทางท่องเที่ยวกันต่อครับ ในการท่องเที่ยววัดตามรอยตำนานขุนเขาเมืองลพบุรี ซึ่งก็ใกล้จะครบตามโปรแกรมแล้ว ครั้งนี้เรามากันถึง วัดเวฬุวันหรือวัดเขาจีนแล เนื่องจากวัดแห่งนี้อยู่กลางหุบเขาจีนแล ด้านบนของขุนเขาจะประดิษฐานพระพุทธรูป “พระพุทธธรรมรังษี มุนีนาถศาสดา” ซึ่งสร้างตามดำริของท่านพ่อลี อดีตเจ้าอาวาสวัดอโศการาม การเดินขึ้นสู่จุดสูงสุดที่วัดแห่งนี้ จะขึ้นบันไดด้วยความสูง 436 ขั้น ซึ่งดูแล้วก็ไม่น่าเป็นอุปสรรคนักเพราะผมเคยเดินขึ้นเขาที่สูงกว่านี้มาก แต่ด้วยอากาศร้อนในวันที่ผมเดินทาง ก็ทำเอาคิดหนักเหมือนกัน กว่าจะตัดสินใจเดินขึ้นไป ก็ต้องคิดหลายรอบ วัดเวฬุวันหรือวัดเขาจีนแล มีเรื่องราวสอดคล้องตามตำนานขุนเขาเมืองลพบุรีที่ว่า ครั้งหนึ่งลพบุรีเป็นเมืองท่าสำคัญที่ทำการติดต่อซื้อขายกับชาวจีน ต่อมาเจ้ากงจีนได้ขนสินสอดมาทางเรือสำเภาเพื่อมาสู่ขอนางนงประจันทร์ แต่เรือได้ล่มลง ลูกเรือชาวจีนต่างก็กระโจนลงจากเรือ และแลมองทรัพย์สมบัติต่างๆ จมลงสู่ท้องทะเล ต่อมาได้เกิดขุนเขาขึ้นมา ณ จุดตรงนี้ จึงเรียกว่าเขาจีนแล หรือเขาจีนโจน นั่นเอง การเดินทางวันนี้ ได้เห็นสภาพบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงามมากครับ แต่เสียดายที่ผมมาช้าไปนิด เพราะเส้นทางนี้จะปลูกดอกทานตะวันสวยงามมาก แต่วันที่ผมเดินทางก็เป็นช่วงที่ดอกทานตะวันร่วงโรยไปหมดแล้ว ขับรถมาตามถนน ก็เห็นผู้คนนักท่องเที่ยวต่างเดินทางและหยุดถ่ายรูปอยู่เป็นระยะ เพราะทิวทัศน์จะสวยงามจากธรรมชาติของขุนเขา เมื่อเข้าสู่พื้นที่วัด จะเห็นซุ้มประตูเป็นหัวหนุมาน ดูแปลกตาดีครับ เมื่อเดินทางมาถึงวัด ก็ได้หาที่จอดรถ ซึ่งก็มีกว้างขวางมากครับ จอดได้ตามสะดวก แต่ก็ระมัดระวังฝูงลิงไว้บ้างก็ดี เพราะมีเยอะพอสมควร บรรยากาศที่เราเดินทางมาถึงต้องบอกว่าร้อนเอาการ จึงมีผู้คนเดินทางมาน้อย แต่ผมเชื่อว่าในช่วงอากาศเย็นๆ สถานที่แห่งนี้เหมาะอย่างยิ่งในการเดินทางท่องเที่ยวและปฏิบัติธรรม เพราะอยู่ท่ามกลางขุนเขา…ผมคิดอยู่ในใจว่า จะหาโอกาสเดินทางไปช่วงฤดูหนาวอีกสักครั้ง คงจะได้บรรยากาศที่ดีกว่านี้ จากนั้นกลุ่มของเราก็พากันเดินทางเพื่อหาทางขึ้นเขา ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ด้านบน กลุ่มของผมมาเดินมาถึงทางขึ้น ก็พากันมองหน้ากันและกัน เป็นนัยว่า เราจะขึ้นกันมั้ย … ผมจึงตัดสินใจบอกว่า ไหนๆก็มากันแล้ว ไม่ใช่มาได้บ่อยๆ ก็ขอขึ้นไปเลยแล้วกัน…… Read More »

วัดนาจานหรือวัดเขาหนีบ ที่เขาพับผ้า ตามรอยตำนานขุนเขา ตอนเจ้ากงจีน

https://youtu.be/tGvZafultc8 เรามาท่องเที่ยวกันต่อครับ ในการเดินทางตามรอยตำนานแห่งขุนเขาเมืองลพบุรี ในตอนเจ้ากงจีน และก็มาถึงวัดนาจานหรือวัดเขาหนีบกันแล้วครับ วัดแห่งนี้มีเรื่องราวเกี่ยวข้องในตำนานที่กล่าวว่า เมื่อเรือเจ้ากงจีน บรรทุกสินสอดมาสู่ของนางนงประจันทร์ และล่มลงนั้น ผ้าชั้นดีต่างๆ ได้ล่องลอยตามท้องทะเล และมาจมลงบริเวณใกล้เคียงกับวัดนาจานแห่งนี้ ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า “เขาพับผ้า” หรือ “เขาหนีบ” วัดนาจาน จะตั้งอยู่อยู่ด้านหน้าเขาพับผ้า หรือเขาหนีบ ซึ่งด้านบนจะประดิษฐานพระพุทธรูปไว้ สามารถเดินขึ้นไปกราบไหว้บูชากันได้ วัดเขาหนีบอยู่ไม่ห่างจาก วัดศรีรัตนคีรี (เขาแก้ว) เท่าไหร่นัก โดยเราเดินทางไปที่บ้านเขาหนีบตาม GPS ขับรถไปได้ไม่นานนัก ก็จะเห็นขุนเขา มีลักษณะเป็นชั้นๆ เหมือนตามตำนานที่ว่า เหมือนชั้นของผ้าที่พับไว้ เมื่อเดินทางมาถึงวัดนาจานหรือวัดเขาหนีบแล้ว กลุ่มของเราก็หาที่จอดรถซึ่งก็กว้างขวางครับ เลยจอดไว้ใกล้ปากทางเข้าวัด มาถึงวัดซึ่งก็มีบรรยากาศเงียบเหงาครับ เพราะไม่ใช่ช่วงงานบุญ เราก็เลยเดินไปยังเขาหนีบหรือเขาพับผ้ากันเป็นอันดับแรก ลักษณะภูเขา จะมีความสูงไม่มากนัก แต่ด้วยอากาศร้อนๆ ก็คงจะเหนื่อยเอาการเหมือนกัน …มีเรื่องที่น่าแปลกอีกอย่างหนึ่งคือ บ่อยๆครั้งที่ผมเดินทางไปเที่ยววัดและเดินขึ้นเขา มักจะมีแดดร่มลง ซึ่งผมก็นึกแปลกใจเหมือนกัน และก็มีผลดีกับการเดินทางในทุกๆครั้ง ป้ายด้านล่าง จะติดรูปพระพุทธรูปขนาดใหญ่ซึ่งประดิษฐานอยู่ด้านบน มีพระนามว่า “หลวงพ่อใหญ่อนันตพุทธอุดมเขตต์” เนื่องจากการเดินขึ้นเขาไม่สูงนัก จึงพากันเดินขึ้นได้แบบสบายๆ เมื่อขึ้นมาถึงเป้าหมายกันแล้ว ก็เดินชมบรรยากาศ แม้จะร้อนแต่ก็แดดร่ม ถ้าแดดออกมีหวังได้รีบเดินลงดันเลยทีเดียว เพราะแทบหาร่มเงาหยุดพักกันไม่ได้เลย ด้านบนจะมีคล้ายทีพักสงฆ์ 1 หลัง แต่ไม่เห็นพระอยู่ครับ เราก็เลยต้องเดินถ่ายรูปกันอย่างรีบเร่ง เกรงว่าแดดจะออกมาเสียก่อน ซึ่งก็ได้บรรยากาศดีครับ ได้ชมวิวทิวทัศน์ด้านบน ที่น้อยคนจะเดินขึ้นมา   หลังจากพากันเก็บภาพกันได้หนำใจกันหมดแล้ว ก็ได้เวลาเดินลงไปด้านล่าง… Read More »

วัดศรีรัตนคีรี (เขาแก้ว) ตามรอยตำนานขุนเขาลพบุรี ตอนเจ้ากงจีน

https://youtu.be/t3VXSFjTcjc สวัสดีครับ วันนี้เรามาเดินทางกันต่อในโปรแกรมภารกิจเที่ยววัด ตามรอยตำนานขุนเขาเมืองลพบุรี มาถึงตอนวัดศรีรัตนคีรี (เขาแก้ว) ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองลพบุรี วัดศรีรัตนคีรี ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าศาลา อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี เมื่อมาถึงวัด จะเห็นภูเขาหินขนาดเล็กๆ ไม่สูงมากนัก ด้านบนเป็นที่ตั้งของพระวิหาร ดูเด่นสวยงามมากครับ บรรยากาศช่วงที่ไปถึง มีงานบุญ ซึ่งก็ดูคึกคักพอสมควร มีร้านค้าของกินเพียบครับ ผมเดินชมบรรยากาศโดยรอบพระอุโบสถ และมองดูวิหารด้านบน ก็นึกแปลกใจว่าทำไมมีภูเขาอยู่กลางเมืองเช่นนี้ ซึ่งสวยงามเด่นมากครับ ถ้าขับรถผ่าน จะมองเห็นได้ชัดเจน จากนั้นผมก็เดินขึ้นไปยังเขาแก้วเพื่อเก็บภาพบรรยากาศ เมื่อขึ้นมาด้านบน แม้อากาศจะร้อนแต่มีลมพัดแรงมากเลยครับ ทำให้ผ่อนคลายไปได้เยอะ เป็นบรรยากาศการเดินทางพักผ่อนที่มีความสุขจริงๆ จากตำนานเรื่องเล่าตำนานการเกิดขุนเขาต่างๆ ในลพบุรี ได้กล่าวว่าหลังจากที่เรือสำเภาของเจ้ากงจีนล่มลง แก้วแหวนเงินทองต่างๆ ได้ล่องลอยมา และจมลง ณ บริเวณวัดแห่งนี้ และเกิดภูเขาขึ้นมา จึงเรียกชื่อว่า “เขาแก้ว” และเรียกวัดที่นี่ว่า “วัดศรีรัตนคีรี” เรื่อราวตำนาน ที่สนุกสนานนี้ ผมขอยกบทความมาจากบทความก่อนๆ ดังนี้ ตำนานเมืองลพบุรี เกี่ยวกับภูเขาต่างๆ จากตำนานเจ้ากงจีน ตามตำนานเรื่องเล่าสืบต่อกันมานานแสนนาน เมื่อครั้งที่ลพบุรีเป็นเมืองท่าสำคัญได้มีการทำการค้ากับชาวจีน โดยชาวจีนจะล่องเรือสำเภานำสินค้ามาแลกเปลี่ยนกับชาวลพบุรี ครั้งหนึ่งเศรษฐีจีนที่ทำการค้า บางคนเรียกว่าเจ้ากงจีน เป็นชาวจีนที่มีบทบาทในการทำการค้าในสมัยนั้น และบ่อยๆครั้งมักจะสู่ขอหญิงสาวมาเป็นภรรยาของตนในทุกที่ ที่ตนเดินทางไป และครั้งนี้ก็เช่นกัน…เศรษฐีจีนได้ตกหลุมรักนางนงประจันทร์ ชาวเมืองลพบุรี จึงได้เดินทางไปสู่ขอนางกับพ่อของนาง ฝ่ายพ่อของนางนงประจันทร์เห็นว่าสินสอดที่มาสู่ขอนั้น มีจำนวนมากจึงได้ตอบตกลงไป ฝ่ายนางนงประจันทร์ มีคนรักอยู่แล้ว จึงไม่ได้คล้อยตามพ่อและไม่มีความต้องการที่จะแต่งงานกับเศรษฐีจีน…เรื่องการสู่ขอนี้ ทราบไปถึงคนรักของนางนงประจันทร์ซึ่งเป็นคนที่มีวิทยาคมแก่กล้า สามารถแปลงกายเป็นอะไรก็ได้ จึงได้คิดขัดขวางการสู่ขอครั้งนี้… Read More »

เที่ยววัดเขาวงกฏ ชมถ้ำค้างคาวใหญ่ที่สุดในลพบุรี

https://youtu.be/bFazQ525iO4 สวัสดีครับ มาพบกันอีกครั้งในทริปเที่ยววัดของผม การเดินทางในวันนี้ต้องบอกว่ามีบรรยากาศที่ร้อนแบบตับจะแตกเอาให้ได้ แต่ก็ถือว่ายังโชคดีอยู่เหมือนกันที่ในวันที่ผมเดินทางนั้นท้องฟ้าจะครึ้มๆ ไม่มีแดดออก… ถ้ามีแสงแดดออกมาด้วยคงจะลำบากเอาการสำหรับการท่องเที่ยววัดในครั้งนี้ เป้าหมายของผมมาอยู่ที่วัดเขาวงกฏ อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี … สำหรับจุดเด่นสำคัญของวัดแห่งนี้ ที่ผมต้องเดินทางมาคือ จะมีถ้ำค้างคาวขนาดใหญ่ ซึ่งถือได้ว่าเป็นถ้ำค้างคาวที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดลพบุรี มีค้างคาวอาศัยอยู่กว่าล้านตัว นอกจากนี้ที่วัดแห่งนี้ ก็ได้ปรากฏในตำนานเมืองลพบุรีเกี่ยวกับยักษ์โคตตะบอง ที่ได้จับชาวบ้านกินเป็นอาหารอีกด้วย … ผมเห็นว่าเรื่องราวแปลกและน่าสนใจ จึงวางแผนมาท่องเที่ยวในวันนี้ รายละเอียดคร่าวๆ ของวัดเขาวงกฏ วัดเขาวงกต ตั้งอยู่ที่เขาสนามแจง ตำบลสนามแจง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ตั้งอยู่ในวงล้อมของเขาทั้ง 3 ด้าน เป็นหุบเข้าเปิด ทางเข้าและออกอยู่ทางทางทิศตะวันออก เดิมเป็นที่พักสงฆ์ทิ้งร้างอยู่ เมื่อประมาณปี พ.ศ.2460 หลวงพ่อเพา พุทธสโร เห็นว่าเป็นที่สงบ จึงได้เป็นวัดโดยสมบูรณ์ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2471 วัดเขาวงกตเป็นวัดที่อยู่ในวงล้อมของภูเขาสามด้าน มีเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ มีพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ตั้งประดิษฐานอยู่เชิงเขาทางทิศตะวันตก มีเรือสำเภาอยู่ปากทางเข้าซึ่งใกล้กับเสาหงส์ เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง มีสมเด็จหลวงพ่อเมตตา (พระพิชิตมาร) ที่จำลองมาจากประเทศอินเดีย ในมณฑปมีรูปหล่อหลวงพ่อเพา ซึ่งเป็นผู้สร้างวัดเขาวงกฎขึ้นมา ปราสาทตรีมุขเป็นที่เก็บรักษาสังขารในโลงแก้วของหลวงพ่อเจริญ อดีตเจ้าอาวาสวัดซึ่งศพไม่เน่าเปื่อย บนยอดเขามีพระนาคปรกทิพยมุนีคีรีวงกฎ ประดิษฐานอยู่และสามารถชมทิวทัศน์อันสวยงามของวัดวงกตและอำเภอบ้านหมี่ได้อย่างสวยงามและ หน้าวัดมีเจดีย์สร้างอยู่บนเรือสำเภา อนุสรณ์ของหลวงพ่อเภาผู้สร้างวัดนี้ สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญของทางวัดอีกสองอย่างคือ ค้างคาว อาศัยอยู่ในถ้ำใกล้อุโบสถ กลางเขาด้านทิศเหนือ เป็นถ้ำค้างคาวที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดลพบุรี ภายในถ้ำมีค้างคาวนับล้านๆ… Read More »

กราบหลวงพ่อก้ามปู พระพุทธรูปเก่าแก่หลายร้อยปี อ.ท่าวุ้ง ลพบุรี

https://youtu.be/mRQQcCr1APQ สวัสดีครับ กับการเดินทางท่องเที่ยววัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั่วไปของผม วันนี้ผมเดินทางในวันหยุดในบรรยากาศแสนร้อนระอุในช่วงเดือนเมษายน ต้องบอกว่าร้อนมากจริงๆ มีลใพัดแต่ก็เป็นลมที่หอบเอาความร้อนซึ่งน่าจะมีอุณหภูมิแตะถึงระดับ 40 องศาเซลเซียส ผมวางแผนการเดินทางไปยังอำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี การเดินทางจะผ่านอำเภอท่าวุ้ง จึงได้แวะกราบสักการะหลวงพ่อก้ามปู ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางนาคปรก ที่เก่าแก่มาก สันนิษฐานว่ามีอายุในสมัยลพบุรีเลยทีเดียว จากข้อมูลพบว่าหลวงพ่อก้ามปูแต่เดิมนั้นประดิษฐานที่วัดประดู่ (ร้าง) ซึ่งเป็นวัดร้างที่อยู่ใกล้เคียงกับวิหารตรงนี้ ซึ่งผมก็ได้ไปเที่ยวชมมาแล้ว ลองอ่านในบทความวัดประดู่ (ร้าง) ได้นะครับ วิหารหลวงพ่อก้ามปู จะอยู่ด้านหน้าที่ว่าการอำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ใกล้กับตลาดท่าวุ้ง จึงเป็นที่เคารพนับถือของชาวตลาดท่าวุ้งและชาวอำเภอท่าวุ้งเป็นอย่างมาก และผมก็เช่นกัน ก่อนเดินทางจึงขอแวะเข้าไปกราบไหว้บูชาเพื่อเป็นสิริมงคลกันเสียก่อน จุดจอดรถจะอยู่ที่หน้าป้ายที่ว่าการอำเภอท่าวุ้ง สามารถจอดรถได้ยาวตลอดแนวเลยครับ แต่ก็ระวังการสัญจรให้ดี เพราะมีรถสวนผ่านมากมาย จากนั้นผมก็เดินมายังวิหาร ซึ่งเป็นความร่วมมือในการก่อสร้างของชุมชน ซึ่งมีสภาพสวยงามและถาวรดีมากครับ… เมื่อเข้าไปยังวิหาร ท่านสามารถจุดธูปเทียนบูชาขอพรกันได้… เท่าที่สังเกตุจะมีชาวบ้านแวะเวียนกันมากราบไหว้อยู่เรื่อยๆครับ เพราะเป็นพระพุทธรูปที่เก่าแก่มากองค์หนึ่งของอำเภอท่าวุ้ง ผมได้ทำการกราบไหว้ขอพร และก็เดินถ่ายรูปกลับมาเป็นที่ระลึก และลองค้นหาข้อมูลมาเขียนประกอบบทความ ก็พบว่ามีผู้ที่เขียนเรื่องราวไว้แล้ว จึงขอหยิบยกมาเขียนไว้ในบล็อกแห่งนี้ด้วยครับ ประวัติหลวงพ่อก้ามปู พอสังเขป หลวงพ่อก้ามปู หรือ หลวงพ่อพระพุทธสีหนาท ประดิษฐานที่วิหาร หน้าที่ว่าการอำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ริมทางหลวงถนนหมายเลข ๓๑๑ หรือถนนสายลพบุรี – สิงห์บุรีสำหรับวิหารที่ประดิษฐานหลวงพ่อก้ามปู หรือหลวงพ่อพุทธสีหนาท สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๔ – ๒๕๒๕ ใช้เงินบริจาคจากประชาชน จำนวน ๒๕๐,๐๐๐ บาท ในช่วงที่นายวัฒนะ เก็จมะยูร… Read More »

เที่ยวชมวัดประดู่ (ร้าง) โบราณสถานสวยงามร่มรื่นที่ อ.ท่าวุ้ง ลพบุรี

https://youtu.be/kfRWUkKhQqE สวัสดีกันอีกครั้งกับภารกิจเที่ยววัดอย่างสร้างสรรค์ ผมจะพาทุกท่านไปชมความงามของโบราณสถานวัดประดู่ (ร้าง) ที่ อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี … ตามโปรแกรมการท่องเที่ยวครั้งนี้ แต่เดิมไม่ได้มีแผนที่จะเที่ยวที่โบราณสถานแห่งนี้ แต่บังเอิญเป็นทางผ่าน จึงขอแวะชมบรรยากาศกันสักหน่อย เพราะน้องที่เดินทางด้วยบอกว่ามีความสวยงามจากต้นโพธิ์ที่โอบล้อมพระอุโบสถ วัดประดู่ (ร้าง) ตั้งอยู่ในเขตชุมชน หมู่ที่ 1 ตำบลบางคู้ อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานจากกรมศิลปากรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 119 ตอนที่ พิเศษ 119ง เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2545 ประวัติการสร้างวัดแห่งนี้ ไม่พบหลักฐานการบันทึกทางเอกสาร ลักษณะทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม เป็นอาคารสี่เหลี่ยมผืนผ้าก่ออิฐถือปูนขนาดกว้าง ยาวประมาณ 8 x 13เมตร มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นบนพระอุโบสถ ส่วนหลังคาหักพังชำรุดเหลือฐานและผนัง 3 ด้าน ภายในอุโบสถมีการประดิษฐานพระพุทธรูปไว้ที่ฐานชุกชี … พื้นที่โดยรอบเป็นชุมชน มีร้านค้าและร้านอาหารตามสั่ง … สภาพโดยรวมสะอาดตาดีมากครับ ซึ่งต้องยกผลงานให้กับ องค์การบริหารส่วนตำบลบางคู้ ที่ได้ดูแลโบราณสถานแห่งนี้เป็นอย่างดี บรรยากาศแม้จะร้อน แต่เมื่อเดินเข้ามายังบริเวณนี้ จะรู้สึกถึงความร่มเย็นเนื่องจากมีต้นไม้ใหญ่เป็นร่มเงา ภายในพระอุโบสถ มีการประดิษฐานพระพุทธรูป และสร้างศาลาครอบกันแดดและฝนด้วยครับ บรรยากาศการเดินทางในวันนี้ ต้องบอกว่าร้อนแบบสุดๆ แต่เมื่อเดินทางมาถึงที่นี่ ก็ยังพอให้รู้สึร่มเย็นได้ครับ มีลมพัด เสียงใบไม้ไหว บรรยากาศจากร้อนก็กลับกลายมาเป็นผ่อนคลายดีจริงๆ ยังไงก็ขอเรียนเชิญมาท่องเที่ยวกันได้นะครับ ข้อมูลเพิ่มเติม ในอุโบสถวัดประดู่(ร้าง) เมื่อประมาณ ๗๘… Read More »

เที่ยวชมถ้ำนางสิบสองและลานพระรถชนไก่ ตามรอยวรรณคดีพระรถเมรี

https://youtu.be/WgAb8K64wy8 https://youtu.be/2PiI3yapxdA สวัสดีครับ วันนี้ผมจะเดินทางเปลี่ยนบรรยากาศท่องเที่ยวกันบ้าง โดยเราจะเดินทางตามรอยวรรณคดีพระรถเมรี หรือนางสิบสองกัน มีจุดหมายที่ อำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา แต่เดิมนั้นผมไม่คิดว่าจะมีสถานที่ตามวรรณคดีเรื่องพระรถเมรีหรือนางสิบสอง แต่ก็ได้ทราบจากชาวบ้านว่ามีสถานที่ตามตำนานเรื่องเล่าได้แก่ ถ้ำนางสิบสอง และลานพระรถชนไก่ ผมจึงได้โอกาสเดินทางไปเที่ยวชมในวันหยุดสบายๆ แต่ครั้งนี้ติสหน่อยครับ เพราะเดินทางไปคนเดียวในบรรยากาศที่ร้อนเอาการอยู่เหมือนกัน ตรงกับช่วงเข้าเดือนเมษายนพอดีเลยครับ ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ผมได้เดินทางไปยังจังหวัดฉะเชิงเทราเพื่อไปทำบุญและฟังธรรม ที่วัดเตาอิฐ (วัดแห่งนี้มีต้นโพธิ์ใบสีขาว) และก็เดินทางไปตามรอยวรรณคดีนางสิบสอง ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.ราชสาส์น สถานที่ 2 แห่งที่ผมจะพาเดินทางไปคือ ถ้ำนางสิบสองและลานพระรถชนไก่ ถ้ำนางสิบสอง ถ้ำนางสิบสอง จะตั้งอยู่ใกล้กับวัดหินดาษ มีรั้วล้อมรอบ เป็นที่โล่งๆ มีศาลารูปปั้นนางสิบสอง และพบบ่อลึกมีช่องกว้างราวๆ 1 ตารางเมตร ลักษณะเป็นลานหินศิลาแลง จุดแรกที่ผมเดินทางผ่านไปยังถ้ำนางสิบสอง จะผ่านวัดหินดาษ แล้วขับรถผ่านหน้าวัดไปเล็กน้อย จะเห็นศาลานางสิบสองฝั่งขวามือครับ ที่ศาลานางสิบสอง จะมีรูปปั้นนางสิบสองครบทั้ง 12 นาง มีเครื่องเซ่นไหว้ตามความเชื่อส่วนบุคลเป็นประเภทเครื่องดื่มต่างๆนำมาเซ่นไหว้มากมาย ถัดจากศาลานางสิบสองเล็กน้อย จะพบบ่อที่เรียกกันว่าถ้ำนางสิบสอง ลานด้านบนมีลักษณะเป็นหินศิลาแลง ช่องความกว้างราวๆ 1 เมตร มีรั้วล้อมรอบไว้ ผมจึงไม่ได้เข้าไปดานในเพราะเกรงว่าจะพลัดตกลงไป งานจะเข้าครับ ฮ่าๆ… เพราะแถวๆนี้ค่อนข้างเงียบ นานๆจะมีรถผ่าน เดี๋ยวไม่มีใครช่วย ชาวบ้านเล่าว่า ด้านในจะกว้างขวางมาก แต่ไม่รู้กว้าเท่าไหร่ บ้างก็ว่าทะลุไปถึงลายพระรถชนไก่เลยทีเดียว ทั้งนี้ก็เป็นเพียงเรื่องเล่านะครับ… ผมไม่อยากให้คิดเป็นจริง เป็นจัง …ให้ถือว่าการท่องเที่ยวครั้งนี้ เป็นการพักผ่อนตามรอยวรรณคดี ที่แปลกดีเหมือนกัน ในพื้นที่เดียวกัน… Read More »

ตำนานพระศรีอาริย์ วัดไลย์ ลพบุรี พระที่หลวงพ่อปานอธิษฐานเสี่ยงทายพระโพธิญาณ

https://youtu.be/wx6syFvPXFs สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านทุกท่านวันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางท่องเที่ยวและไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์อีกแห่งหนึ่งที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งมีเรื่องเล่าขานตำนานที่น่าสนใจ อีกทั้งเป็นวัดที่มีความเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี นั่นก็คือวัดไลย์ วัดไลย์ ตั้งอยู่ที่อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี เป็นวัดที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของจังหวัด อีกทั้งยังมีรูปหล่อพระศรีอาริย์ที่ได้รับความเคารพนับถือจากชาวบ้านเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจ แอบแฝงไปด้วยความเร้นลับที่ต้องอาศัยวิจารณญาณของแต่ละท่านได้การรับทราบข้อมูล ผมได้วางแผนการเดินทางท่องเที่ยวที่จังหวัดลพบุรี แต่เดิมนั้นไม่ได้มีชื่อวัดไลย์อยู่ในโปรแกรม แต่พบว่าเราต้องเดินทางผ่านวัดไลย์ จึงทำการแวะท่องเที่ยวและกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ … เมื่อเราเดินทางกันเข้ามาแล้ว ก็ต้องบอกว่าถ้าไม่แวะนี่คงเสียใจไปอีกนาน เพราะไม่รู้ว่าจะมีโปรแกรมมาเที่ยวที่นี่หรือไม่ … เรื่องราวประวัติมีความน่าสนใจ มีความเก่าแก่ และมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับความเคารพนับถือ อีกทั้งยังมีความเกี่ยวข้องกับหลวงพ่อปาน โสนันโท วัดบางนมโค ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำอีกด้วย ซึ่งผมจะขอเล่ารายละเอียดต่อไปในบทความนี้ เมื่อได้ทราบเรื่องราวความสำคัญและความน่าสนใจนี้ จึงถือว่าเป็นวาสนาของผมเช่นกัน ที่ได้แวะเข้ามาทั้งๆที่ไม่มีโปรแกรมเที่ยวที่วัดนี้เลย จุดแรกที่เราได้เห็นความสวยงามชองวัดไลย์ ก็คือพระอุโบสถสีทองอร่ามเด่นเป็นสง่า แล้วพวกเราทีมนักเดินทางก็นำรถมาจอดไว้บริเวณพระอุโบสถหลังนี้ วิหารเก่าเป็นจุดแรกที่ทีมนักเดินทางเข้าไปชมความงาม เป็นวิหารทรงยาว ฐานรับตัวอาคารทำเป็นบัวคว่ำชั้นเดียว ไม่มีหน้าต่าง แต่เจาะช่องลมที่ผนังทั้งสองข้าง ข้างละห้าช่อง ซึ่งเป็นความนิยมของสถาปัตยกรรมก่อนสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ลายปูนปั้นประดับอยู่ที่ผนังนอกวิหารทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และมุขตอนในวิหาร เป็นลายปูนปั้นเต็มพื้นผนัง มีความงดงามและสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ที่ผนังด้านหน้าเป็นเรื่องพุทธประวัติและทศชาติชาดก ส่วนด้านหลังยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ บ้างว่าเป็นพุทธประวัติตอนมารผจญ บ้างก็ว่าเป็นตอนแบ่งพระบรมสารีริกธาตุแต่บางคนก็ว่าเป็นเรื่องมโหสถชาดก ที่ผนังมุขตอนในเป็นเรื่องพุทธประวัติตอนเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกผนวช เป็นพระปางสมาธิในซุ้มเรือนแก้วคล้ายพระพุทธชินราช ศิลปะอู่ทองสังเกตได้จากพระพักตร์เป็นรูปไข่ แต่ดูเข้มแข็งบึกบึน มีไรพระศก และชายสังฆาฏิตัดตรง เดิมองค์พระเป็นหินทรายแดง แต่ปัจจุบันมีการพอกปูนและลงรักปิดทอง หลังจากที่กลุ่มของเราได้เข้าชมและกราบไหว้พระประธานกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราก็พากันเดินไปยังวิหารพระศรีอาริย์ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับความเคารพนับถืออย่างมากองค์หนึ่ง ที่พระวิหารพระศรีอาริย์มีความวิจิตรสวยงามยิ่งนัก ประดิษฐานพระพุทธรูปรอบพระวิหาร จัดไว้เป็นระเบียบสวยงาม ตำนานพระศรีอาริย์ วัดไลย์ ลพบุรี เรื่องราวตำนานของพระศรีอาริย์ วัดไลย์… Read More »

ตามรอยหลวงพ่อกบ พระผู้ทรงอภิญญา วัดเขาสาริกา ลพบุรี

https://youtu.be/FXO1YlyfJTM สวัสดีครับ วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปยังจังหวัดลพบุรี เพื่อตามรอยหลวงพ่อกบ แห่งวัดเขาสาริกา ที่มีประวัติที่ค่อนข้างแปลก และบางเรื่องราวก็เหมือนจะกลายเป็นตำนานที่เล่าขานมานานแสนนาน ซึ่งผมเองนั้นก็ได้ให้ความสนใจเรื่องราวนี้ ก่อนหน้านี้ผมเคยเห็นภาพหลงพ่อกบ วัดเขาสาริกาในลักษณะนั่งเพ่งเปลวไฟที่เทียน ซึ่งก็เป็นเวลานานหลายปีพอสมควรกับภาพนั้น ซึ่งผมเองก็ยังไม่ได้สนใจเรื่องราวของหลวงพ่อกบ เท่าไหร่นัก เพราะคิดว่าวัดที่ท่านจำวัตรอยู่คงมีระยะทางไกล จนกระทั่งวันหนึ่งผมได้เดินทางไปท่องเที่ยววัดต่างๆ ที่จังหวัดลพบุรี จนกระทั่งถึงช่วงเย็นจึงได้แวะร้านขายหนังสือเก่าในจังหวัดลพบุรี เพื่อหาหนังสือที่น่าในใจและหาอ่านได้ยาก จึงได้เก็นหนังสือเล่มหนึ่งที่ชื่อ “อภินิหาร หลวงพ่อกบ” ผมจึงรีบหยิบมาดู จึงรู้ว่าท่านเคยจำวัตรอยู่ที่วัดเขาสาริกา อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี นี่เอง แต่หนังสือถูกหุ้มพลาสติกไว้เลยแกะดูไม่ได้ ผมเองก็ไม่รอช้า ขอซื้อเลยทันที และก็ได้หนังสือเกี่ยวกับพระอภิญญาและข้อมูลตำนานวัดต่างๆ มาอีกหลายเล่ม ซึ่งก็ใช้จ่ายไปพันกว่าบาท แต่ก็ได้หนังสือกลับบ้านมาเยอะพอสมควร หนังสืออภินิหาร หลวงพ่อกบเล่มนี้ ตามเนื้อหาได้ ถูกเขียนขึ้นมาเมื่อกว่า 50 ปีที่แล้ว (ปัจจุบัน พ.ศ. 2559) โดยผู้เขียนคือ คุณอุทัย อนันตสมบูรณ์ และคุณอาทิตย์ อนันตพร… ซึ่งผมคิดว่าด้วยความเก่าของเนื้อหาหนังสือเล่มนี้ จึงน่าจะมีความน่าเชื่อถือระดับหนึ่ง เพราะผู้เขียนเอง ก็ได้พบกับหลวงพ่อกบในสมัยที่ยังไม่มรณภาพ และเป็นเนื้อหาที่เกิดจากการสัมภาษณ์ของผู้คนในสถานที่จริงประกอบไว้ด้วย เพียงแค่ผมได้เห็นปกหนังสือ แม้จะยังไม่ได้เปิดอ่านเรื่องราว ผมก็ได้วางแผนที่จะเดินทางไปยังวัดเขาสาริกา ในสัปดาห์ถัดไปโดยทันที หลังจากกลับมาถึงบ้านผมก็เริ่มอ่านเรื่องราวในหนังสืออย่างคร่าวๆ ก็พบว่ามีเรื่องราวปาฏิหาริย์ ที่พิสูจน์ได้ยากหลายเรื่อง ซึ่งมีเรื่องราวปริศนามากมายคล้ายกับหลวงปู่สรวง ออยเตียนสรูล วัดไพรพัฒนา ศรีสะเกษ โดยเฉพาะเรื่องของการเพ่งกสิณไฟที่หลวงพ่อกบและหลวงปู่สรวงมีคล้ายกัน ยิ่งผมอ่านเรื่องราวก็ยิ่งอยากจะให้ถึงวันหยุดสุดสัปดาห์โดยไว เพื่อเดินทางไปตามรอยหลวงพ่อกบยังสถานที่จริง เมื่อถึงวันกำหนดเดินทางกับทีมนักเดินทางท่องเที่ยว ก็เดินทางมายังอำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรีในช่วงเย็นๆ เมื่อเดินทางมาถึงวัด… Read More »

ตามรอยพระพุทธบาท เขาพระบาทน้อย กองบินที่ 2 ลพบุรี

< https://youtu.be/EKIx-d4zmJE สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านทุกท่าน การเดินทางในครั้งนี้ผมจะพาทุกท่านไปตามรอยพระพุทธบาท ซึ่งอยู่ในเขตทหาร จังหวัดลพบุรี นั่นก็คือ รอยพระพุทธบาท ที่เขาพระบาทน้อย ในกองบินที่ 2 ลพบุรี รอยพระพุทธบาท ที่เขาพระบาทน้อย ในกองบินที่ 2 ลพบุรี มีชื่อปรากฏในบันทึกหนังสือตามรอยพระพุทธบาท ของพระชัยวัฒน์ อชิโต วัดท่าซุง ซึ่งในรายละเอียดไม่มีรูปถ่ายปรากฏ และไม่มีประวัติเรื่องราว… ด้วยเหตุนี้ ผมและทีมนักเดินทางจึงตกลงกันว่าจะเดินทางไปกราบสักการะสักครั้ง การวางแผนการเดินทางมากราบนมัสการรอยพระพุทธบาทแห่งนี้ ผมพลาดหวังมาก่อนหน้านี้ 2 ครั้ง เพราะเหตุที่ไม่รู้จักเส้นทาง และครั้งนี้เป็นการวางแผนการเดินทางเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งครั้งนี้ผมหมายมั่นว่าจะไม่ยอมพลาดแน่นอน จึงได้ให้น้องที่ลพบุรี ทำการนัดแนะน้องที่เป็นทหารในกองบิน ช่วยนำทางพาเข้าไป และก็ได้นัดหมายวันเวลากันในวันเสาร์เช้าก่อน 9 โมงเช้า… ผมกับทีมนักเดินทางมาถึงกองบินที่ 2 ลพบุรี ก่อนเวลานัดหมาย ผ่านเข้ามายังค่ายทหาร และทำการแจ้งวัตถุประสงค์การเดินทางและแลกบัตรผ่านเข้ามา จากนั้นกลุ่มของเราก็นัดแนะกับผู้นำทาง ที่มินิมาร์ท 7-11 วึ่งอยู่ไม่ห่างจากทางเข้ากองบินเท่าไรนัก รอสักพักผู้นำทางก็ขับรถกระบะนำทางเข้าไปด้านใน สักพักกลุ่มเราก็เดินทางมาถึงจุดหมาย ซึ่งจะมีป้ายชัดเจนว่า “รอยพระพุทธบาทน้อย เขาพระบาทน้อย” ลักษณะเป็นภูเขาลูกเตี้ยๆ ไม่สูงมากนัก สภาพภูเขาค่อนข้างแห้งเพราะช่วงวันเดินทางเป็นช่วงใกล้ฤดูแล้ง ต้นไม้จึงดูแห้งเป็นสีน้ำตาลเป็นส่วนใหญ่ และก็ได้เวลาเดินขึ้นเขาแล้วครับ สภาพทางเดินขึ้นจะไม่มีบันไดนะครับ แต่ก็สามารถเดินขึ้นได้สะดวก มีหินภูเขาตลอดแนวทางเดิน ทางเดินมีลักษณะโล่งเตียน ความชันของภูเขาไม่มากนัก ราวๆ 30 องศา แต่ก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันครับ… แต่การเดินขึ้นแบบไม่มีบันได… Read More »

กราบนมัสการ หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต สำนักสงฆ์สวนทิพย์ นนทบุรี

https://youtu.be/ZQUUvfpMgNU https://youtu.be/xETZIegtIco สวัสดีครับ วันหยุดสุดสัปดาห์ผมก็มีโปรแกรมเดินทางท่องเที่ยวไปยังวัดต่างๆเช่นเดิม แต่ครั้งนี้พิเศษขึ้น เพราะมีโปรแกรมการเดินทางไปกราบนมัสการพระอริยะรูปหนึ่ง ที่ท่านได้บวชมานาน แม้ว่าท่านจะเรียนจบจากต่างประเทศและเป็นข้าราชการไทยมาก่อน แต่ท่านก็ได้สละลาภยศตรงนั้นเพื่อแสวงหาธรรม นั่นก็คือหลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต สำนักสงฆ์สวนทิพย์ นนทบุรี หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต ท่านเป็นพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และเป็นลูกศิษย์สายตรงของหลวงปู่ชอบ ฐานสโม ปัจจุบันนี้ท่านมีอายุถึง 102 ปี (พ.ศ. 2559) แต่ท่านก็ยังมีเมตตาต่อเหล่าสาธุชนให้เดินทางมากราบไหว้ท่านได้เป็นประจำทุกวัน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมเดินทางมากราบหลวงปู่บุญฤทธิ์ ผมเดินทางออกจากอยุธยาราวๆ 9 โมงเช้า ไปถึงสำนักสงฆ์สวนทิพย์เวลา 10.50 น. ที่ถึงช้าเนื่องจากรถมาติดตรงสี่แยกปากเกร็ด ซึ่งต้องบอกว่าติดจริงๆ ถนนค่อนข้างแคบ แต่ผมได้ศึกษาเส้นทางไว้แล้ว โอกาสหน้าคงทำเวลาได้ดีกว่านี้ ชื่อหลวงปู่บุญฤทธิ์ ผมได้ยินมานานแล้วเมื่อสมัย 5 ปีก่อน…แรกๆ ผมไม่คุ้นเคยชื่อของท่าน เพราะว่าตัวผมเองนั้นค่อนข้างที่จะห่างธรรมะพอสมควร แต่ก็ได้รู้สึกสะกิดใจตั้งแต่นั้นมา… จนกระทั่งเริ่มอ่านหนังสือเรื่องราวพระสงฆ์ต่างๆ มากขึ้นและก็ได้ปรากฏชื่อของหลวงปู่บุญฤทธิ์ ทำให้ผมเอ๊ะใจขึ้นมาว่าท่านเป็นใคร… และเริ่มได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับหลวงปู่มากขึ้น ซึ่งท่านบวชตั้งแต่ยังเป็นหนุ่ม อุทิศตนในเพศสมณะเพื่อแสวงหาธรรมอันบริสุทธิ์ และออกธุดงค์กับหลวงปู่ชอบ ฐานสโม นานถึง 9 ปี … ทำให้ผมนึกอยู่ในใจว่า ตัวเราเองนั้นโง่ซะจริงๆ มัวทำอะไรอยู่ทั้งๆที่ท่านก็อยู่ไม่ห่างไกลเราเลย ทำไมเราไม่ไปหาธรรมะกับท่าน บรรยากาศในสำนักสงฆ์ดูร่มรื่นมากครับ ได้รับการจัดสรรพื้นที่ไว้อย่างสวยงามและลงตัว มีที่พำนักสงฆ์และกุฏิหลวงปู่บุญฤทธิ์ และมีร่มไม้ให้นั่งพัก… เมื่อมาถึงผมก็ได้เห็นผู้คนทยอยเดินทางมากราบหลวงปู่อย่างต่อเนื่องแต่ก็ไม่ได้หนาแน่น สำหรับท่านที่จะเดินทางมากราบหลวงปู่ จะมีเวลาเดียวนะครับ คือ 11.00 –… Read More »