วัดราชบูรณะ และ วัดเจ้าชาย (วัดกระซ้าย) วัดร้างติดอันดับ 8 ของเอเชีย ด้านความเฮี้ยน ความหลอนอาถรรพ์ และน่ากลัว

By | November 26, 2014
Share on Facebook32Pin on Pinterest0Share on Google+0Tweet about this on Twitter

วัดราชบูรณะ และวัดเจ้าชาย (วัดกระซ้าย) วัดร้างในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ติดอันดับความเฮี้ยนและน่ากลัว เป็นอันดับที่ 8 ของเอเชีย

ผมได้อ่านเจอบทความเกี่ยวกับความน่ากลัวในสถานที่ต่างๆ จากทั่วโลก จาก CNN Travel ซึ่งระบุว่า “วัดพระศรีสรรเพชญ์” เป็นสถานที่ที่น่ากลัวเป็นอันดับที่ 8 ของเอเชีย ซึ่งจากเนื้อหาในเว็บเขียนไว้ว่า เป็นสถานที่เมื่อราวๆ 50 ปีก่อน (พ.ศ. 2500) ได้มีขโมยเข้าไปขุดกรุหาสมบัติ และได้เจอกับอาถรรพ์มากมาย

ผมก็เลยมานั่งคิดว่า ไม่น่าจะใช่วัดพระศรีสรรเพชญ์ ตามที่ระบุไว้ เพราะว่า ตามข้อมูลทางประวัติศาสตร์ วัดที่มีการขโมยขุดกรุ และเป็นข่าวใหญ่ครึกโครมคือ “วัดราชบูรณะ” ซึ่งเป็นวัดร้างในอยุธยา  ผมก็เลยค้นหาข้อมูลต่อไปว่าที่มาที่ไปของบทความนี้เป็นมาอย่างไรกันแน่

หลังจากที่ผมค้นหาข้อมูลสักพัก ก็พบแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ว่า แท้จริงแล้วบทความจาก CNN Travel นั้น นำมาจากสารคดีของ National Geographic Channel ที่ทำสารคดีในชุด  “I Wouldn’t Go In There” แปลเป็นไทยว่า “ฉันจะไม่ไปที่นั่น อย่างแน่นอน”

เมื่อผมเข้าไปดูเว็บไซต์หลักของ National Geographic Channel ที่ได้ทำสารคดีชุดนี้ที่เว็บ http://iwgit.com/   ก็พบว่าวัดร้างในอยุธยา ติดอันดับความน่ากลัวจริงๆ และถูกจัดไว้เป็นอันดับที่ 8 ของเอเชีย และวัดที่เป็นไฮไลท์ ของสารคดีนี้ก็คือ วัดราชบูรณะไม่ใช่วัดพระศรีสรรเพชญ์ ตามที่เข้าใจกันมาตั้งแต่ต้น และที่สำคัญคือบทความแปลของเว็บไทย ก็บอกว่าเป็นวัดพระศรีสรรเพชญ์ กันหมด ดังนั้นผมจึงนำเอาโอกาสนี้มาเขียนบทความบันทึกไว้ให้เป็นข้อมูลที่น่าจะถูกต้องกว่า

 

เข้าชมเว็บไซต์ National Geographic Channel สารคดี “I Wouldn’t Go In There”

เข้าชมที่ http://iwgit.com/  และก็พบว่า เนื้อหาเป็นการเล่าถึงความน่ากลัวและความเฮี้ยนที่กรุสมบัติ ในวัดร้างของอยุธยา นั่นก็คือวัดราชบูรณะ และเป็นเนื้อหาหลักของภายในเว็บเลยครับ ซึ่งก็สอดคล้องตามประวัติศาสตร์ที่มีการขุดกรุสมบัติในปี พ.ศ. 2500

ภาพวัดราชบูรณะ http://iwgit.com/

ภาพวัดราชบูรณะ จากสารคดี  I Wouldn’t Go In There”

วัดเจ้าชาย หรือวัดกระซ้าย จากสารคดี "I Wouldn't Go In There" image from : http://iwgit.com/

วัดเจ้าชาย หรือวัดกระซ้าย จากสารคดี “I Wouldn’t Go In There”
image from : http://iwgit.com/

นอกจากจะระบุถึงวัดราชบูรณะแล้ว ก็ยังมีรูปภาพของวัดเจ้าชาย หรือวัดกระซ้าย (ถูกเปลี่ยนในปัจจุบันนี้) ประกอบอยู่ภายในเว็บไซต์ด้วย แต่ไม่มีข้อมูลเด่นชัดมาก มีเพียงรูปนี้ของเจดีย์วัดเท่านั้น

จากการสอบถามคนในพื้นที่พระนครศรีอยุธยา ก็ได้ทราบว่า มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับความหน้ากลัวของวัดเจ้าชาย หรือ วัดกระซ้ายจริง เพราะมีผู้เข้าไปขุดกรุสมบัติ และเจอกับอาถรรพ์ เช่นเดียวกัน

ผมจะขออาสาพาไปชมสถานที่จริง ที่ถูกกล่าวไว้ว่าน่ากลัวของทั้ง 2 แห่งนี้ เผื่อจะเป็นขอมูลสำหรับท่านที่ไม่เคยทราบ และจะได้เดินทางมากันได้ โดยมีจุดประสงค์หลักคือ เพื่ออนุรักษ์สถานที่สำคัญ และเป็นการศึกษาประวัติศาสตร์ต่อไปนะครับ

หน้าเว็บ http://iwgit.com ของ National Geographic Channel

หน้าเว็บ http://iwgit.com ของ National Geographic Channel

 

สถานที่แรกตามรอยกรุสมบัติ วัดราชบูรณะ อยุธยา

ณ วิหารวัดราชบูรณะ

ณ วิหารวัดราชบูรณะ

สถานที่แห่งนี้ ผมได้เขียนไว้ในบทความก่อนหน้านี้ สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้ครับ

===> “ตามรอยกรุสมบัติ วัดราชบูรณะ พระนครศรีอยุธยา”  < ====

===> “กรุสมบัติ วัดราชบูรณะ อุทยานประวัติศาสตร์ มรดกโลก อยุธยา” <===

 

เรื่องราวอาถรรพ์ วัดราชบูรณะ จาก National Geographic Channel

ในสารคดีได้นำเรื่องราวเกี่ยวกับชาวบ้านที่บอกเล่าว่า ได้เจอยักษ์ร่างขนาดใหญ่สีเขียว ผมยาว ปรากฏตัวให้เห็นระหว่างที่เล่นกับพี่ชาย และร่างนั้นได้เดินหายเข้าไปในเจดีย์วัดราชบูรณะ (จึงน่าจะเป็นเจ้าที่ ที่คอยดูและสมบัติ)

ชาวบ้านที่เล่าเรื่องอาถรรพ์ เห็นร่างลึกลับขนาดใหญ่สีเขียวที่วัดราชบูรณะ

ชาวบ้านที่เล่าเรื่องอาถรรพ์ เห็นร่างลึกลับขนาดใหญ่สีเขียวที่วัดราชบูรณะ

ร่างยักษ์สีเขียวหายเข้าไปในพระเจดีย์ วัดราชบูรณะ ตามคำบอกเล่า

ร่างยักษ์สีเขียวหายเข้าไปในพระเจดีย์ วัดราชบูรณะ ตามคำบอกเล่า

นอกจากเรื่องสิ่งเร้นลับร่างกายสูงใหญ่ ตัวสีเขียว แล้ว ก็มีเรื่องราวความอาถรรพ์ของโจรที่ลงไปขุดกรุในเจดีย์วัดราชบูรณะ ที่ได้เจอกับเรื่องราวอาถรรพ์และมีอันเป็นไปหลายคน

>>อ่านเรื่องราวราวกรุมหาสมบัติวัดราชบูรณะ ที่นี่ <<

 

คลิปภาพยนตร์สั้นเรื่องราวสิ่งเร้นลับร่างกายสีเขียว ที่วัดราชบูรณะ อยุธยา

สถานที่ที่ 2 วัดเจ้าชาย หรือ วัดกระซ้าย พระนครศรีอยุธยา

การเดินทางมาที่วัดนี้ จะใช้เส้นทางเดียวกับทางไปวัดพุทไธศวรรย์  โดยผ่านวัดไชยวัฒนาราม ตรงไปเรื่อยๆ จนถึงสี่แยก (มีร้านสะดวกซื้อ 7-11) ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปวัดพุทไธศาวรรย์  ให้เลี้ยวขวาเพื่อไปวัดเจ้าชาย หรือวัดกระซ้าย

ครั้งแรกที่ผมเดินทางไปที่วัด จะเป็นช่วงเย็นๆ แต่เนื่องจากเป็นฤดูหนาวทำให้มืดค่ำเร็ว ทำให้เมื่อผมไปถึงเวลา 18.00 น. จึงมืดค่ำมาก ก็เลยต้องเดินทางกลับ และได้เดินทางมาอีกครั้งในช่วงเช้า

เวลาประมาณ 18.00 น. เดือนพฤศจิกายน ทางไปวัดเจ้าชาย หรือวัดกระซ้าย

เวลาประมาณ 18.00 น. เดือนพฤศจิกายน ทางไปวัดเจ้าชาย หรือวัดกระซ้าย

จากรูปด้านบน นี่แค่เวลาประมาณ 18.00 น. นะครับ ยังมืดค่ำซะขนาดนี้ เมื่อผมเดินทางใกล้ถึงวัด ก็มองเห็นเงาดำของเจดีย์ที่กลางทุ่งนา แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปแล้วหล่ะครับ

ทางเข้าวัดเจ้าชาย หรือวัดกระซ้าย

ทางเข้าวัดเจ้าชาย หรือวัดกระซ้าย

หลังจากที่ไม่ได้เข้าไปยังวัด มาครั้งหนึ่งผมเลยมาช่วงเช้า เมื่อเลี้ยวขวาจากสี่แยก ขับรถมาสักระยะจะเป็นทางโค้งและมีทางเลี้ยวซ้ายให้ทำการเลี้ยวซ้ายลงไปเลยครับ

ทางเข้าวัดเจ้าชาย

ทางเข้าวัดเจ้าชาย

ทางเข้าจะเป็นถนนดิน แต่ได้ทำการปรับพื้นที่สามารถนำรถเข้าไปได้สะดวก จะมองเห็นเจดีย์มาตั้งแต่ไกลเลยครับ

ถึงแล้วครับวัดเจ้าชาย

ถึงแล้วครับวัดเจ้าชาย

สำหรับเรื่องชื่อวัดแต่เดิมจะเรียกว่า วัดเจ้าชาย ต่อมาก็เพี้ยนเป็น วัดเจ้าชาย และล่าสุดที่ป้ายวัด ได้บอกว่าชื่อ วัดกระซ้าย เพราะฉะนั้นแล้วเมื่อได้ยินชื่อ 3 ชื่อนี้ ให้คิดเลยว่าเป็นวัดเดียวกันนะครับ

ปัจจุบันจะมีเจดีย์ประธานที่ตั้งอยู่ และได้รับการบูรณะใหม่ โดยจะสังเกตุเห็นรอบฐานพระเจดีย์ จะเป็นอิฐที่ก่อขึ้นมาใหม่ สภาพเจดีย์จะมีความเอียงเนื่องจากสันนิษฐานกันว่าเกิดจากการขุดเจาะเพื่อหาสมบัติ ทำให้พื้นเจดีย์ทรุดลง

ตามบันทึกเรื่องราวจากรูปแบบของพระเจดีย์ ซึ่งเป็นทรงระฆัง ฐานแปดเหลี่ยว ที่นิมสร้างกันในสมัยอยุธยาตอนต้น และในปี พ.ศ. 2310 ทัพพม่าได้ใช้พื้นที่วัดแห่งนี้ทำการตั้งทัพเพื่อโจมตีกรุงศรีอยุธยาจนแตก

บริเวณวัดเจ้าชาย

บริเวณวัดเจ้าชาย

วัดแห่งนี้เป็นวัดประจำพระองค์ของสมเด็จพระเอกาทศรถ ซึ่งพระองค์มีควมสนพระทัยในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมากและจึงได้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมาเรียกชื่อว่า “วัดเจ้าชายธรรมราชา” โดยเรียกกันสั้นๆ ว่า “วัดเจ้าชาย” และต่อมาก็เพี้ยนมาเรียกว่า “วัดกระชาย” และปัจจุบันถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็น “วัดกระซ้าย”

สำหรับเรื่องเหตุผลที่ชื่อถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆนั้น เรื่องนี้ผมไม่รู้แน่ชัดนะครับ ท่านใดรู้ ก็ช่วยแชร์ไว้เป็นความรู้ก็จะดีมากเลยครับ

พื้นที่โดยรอบวัด

พื้นที่โดยรอบวัด

พื้นที่โดยรอบของวัด จะเป็นทุ่งนาที่ชาวบ้านใช้ทำมาหากิน และมองเห็นซากพื้นที่อุโบสถและกำแพงวัดโดยรอบ

วัดเจ้าชาย หรือ วัดกระชาย หรือ วัดกระซ้าย

อุโบสถเดิมวัดเจ้าชาย หรือ วัดกระชาย หรือ วัดกระซ้าย

พื้นที่โดยรอบ

พื้นที่โดยรอบ

เจดีย์ประธาน

เจดีย์ประธาน

เรื่องราวอาถรรพ์ จากคนพื้นที่เล่าให้ฟัง

ผมได้สอบถามคนในพื้นที่คนหนึ่ง ในเรื่องความอาถรรพ์ ก็ได้ทราบว่า จากการบอกเล่ามีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาขุดกรุ เพื่อหาสมบัติที่วัดแห่งนี้ และได้เกิดอาถรรพ์ ว่าระหว่างการขุดได้มีน้ำไหลทะลักเข้ามาจนต้องแหวกว่ายกันออกมา แต่ปรากฏว่าแท้จริงแล้วไม่มีน้ำท่วมมาจากที่ใดเลย โดยที่ญาติได้ตามหาตัว จนเห็นว่าทำท่าว่ายน้ำอยู่บนพื้นดิน จนเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผล ซึ่งอาจจะเป็นความอาถรรพ์ของสถานที่

 

ประวัติวัดเจ้าชาย (วัดกระซ้าย)

“วัดเจ้าชาย” สันนิษฐานว่า ช่วงเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 พ.ศ. 2310 แถบวัดเจ้าชาย วัดเต่า วัดสุเรนทร์ เป็นที่ตั้งทัพของพม่า จากการขุดแต่งพบโบราณวัตถุประเภทอาวุธ เช่น มีด หอก ดาบ ทวน ลูกกระสุนปืนใหญ่ เป็นหลักฐานสำคัญที่สนับสนุนข้อมูล ทางประวัติศาสตร์ว่าวัดเจ้าชาย ใช้เป็นที่ตั้งทัพสงคราม คราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 นอกจากโบราณวัตถุประเภทอาวุธแล้ว ยังพบโบราณวัตถุที่เป็นส่วนประกอบทางสถาปัตยกรรม เช่น กระเบื้องมุงหลังคาแบบกาบกล้วย กระเบื้องเชิงชายเป็นลายเส้นโค้งประกอบกันเป็นรูปสามเหลี่ยม พระพิมพ์ดินเผาแบบพระแผง และโบราณวัตถุที่เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ และคาดว่าวัดเจ้าชายถูกทิ้งร้างนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

จากการขุดแต่งโบราณสถานวัดเจ้าชาย เมื่อปี พ.ศ.2544 พบหลักฐานหลายอย่างเป็นข้อมูลว่า วัดแห่งนี้แบ่งพื้นที่ออกเป็น “เขตพุทธาวาส” กับ “เขตสังฆาวาส” เขตพุทธาวาส เป็นที่ตั้งของโบราณสถานต่างๆ ตามแนวทิศตะวันออก – ตะวันตก โดยมีเจดีย์ทรงระฆังกลม ตั้งบนฐานปัทม์แปดเหลี่ยมเป็นประธาน ด้านหน้าเจดีย์ประธานทางทิศตะวันออก เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า สันนิษฐานว่าเป็นอุโบสถ เพราะจากการขุดแต่งพบฐานเสมาและใบเสมา รอบเจดีย์ประธานพบฐานเจดีย์ราย 4 องค์ล้อมรอบด้วยกำแพงวัด โบราณสถานต่างๆส่วนใหญ่ตั้งอยู่ด้านหน้าประธานทางทิศตะวันออก

นอกจากเขตพุทธาวาสแล้ว เนินดินทางทิศใต้ขององค์เจดีย์ประธาน พบเศษภาชนะดินเผาประเภท หม้อทะนน เตาเชิงกราน ไหจากเตาแม่น้ำน้อย และแหล่งเตาบ้านบางปูน ส่วนใหญ่เป็นเครื่องใช้ในครัวเรือน รวมทั้งเศษกระเบื้องมุงหลังคา แต่ไม่พบรูปเคารพทางศาสนา สันนิษฐานว่า เนินดินบริเวณนี้เป็นเขตสังฆาวาส นอกจากนี้ยังพบว่าวัดเจ้าชาย มีการปรับพื้นที่ในเขตพุทธาวาส หลายครั้งด้วยกัน

ในสมัยแรกมีการปรับพื้นที่โดยนำดินเหนียวท้องนา มาถมปรับพื้นที่ให้สูงขึ้นจากเดิม เพื่อให้พ้นจากน้ำท่วม จากหลักฐานที่ขุดค้นพบว่าในสมัยแรกยังไม่มีการสร้างเจดีย์ประธาน และตั้งอยู่ห่างไกลจากชุมชน โดยเป็นพื้นที่โล่งอยู่นอกเมือง โบราณวัตถุที่พบในดินช่วงนี้มีน้อยมาก สมัยที่สอง มีเจดีย์ฐานแปดเหลี่ยมเป็นประธาน มีวิหารอยู่ทางด้านหน้าเจดีย์ประธาน โดยหันหน้าไปทางทิศตะวันออก เป็นคตินิยมของการสร้างวัดในช่วงพุทธศตวรรษที่ 20-21 ในสมัยนั้นเจดีย์ประธาน มีทั้งที่เป็นเจดีย์ทรงกลม เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม หรือปรางค์ เช่นวัดส้มใช้ปรางค์เป็นประธาน วัดพลับพลาชัยใช้เจดีย์ทรงกลมเป็นประธาน

ส่วนการใช้เจดีย์ฐานแปดเหลี่ยมเป็นประธานแบบวัดเจ้าชายได้แก่วัดหัสดาวาส วัดตะไกร วัดจงกลม เป็นต้น ซึ่งวัดทั้งสามนี้ ขุดค้นขุดแต่งระบุได้ว่า สร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 20 – ต้นพุทธศตวรรษที่ 21 ต่อมาในสมัยที่สามมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกิดขึ้นและก่อสร้างสิ่งใหม่ เพิ่มเติมคือ วิหารที่อยู่ด้านหน้าของเจดีย์ประธานถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นอุโบสถ มีการสร้างเจดีย์รายและกำแพงแก้วรอบอุโบสถขึ้น การเปลี่ยนวิหารให้กลายเป็นอุโบสถ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญกับอุโบสถ ซึ่งลักษณะเช่นนี้ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนในสมัยอยุธยาตอนกลาง ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 21 เป็นต้นไป เช่น วัดวังชัย สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ต่อมาเมื่อถึงพุทธศตวรรษที่ 23 ความสำคัญของอุโบสถยิ่งมีมากขึ้น วัดที่สร้างขึ้นในช่วงนี้จะสร้างอุโบสถเป็นประธานของวัด เช่น วัดบรมพุทธาราม ที่สร้างสมัยสมเด็จพระเพทราชา และหากเป็นวัดที่ปฏิสังขรณ์ในช่วงเวลาดังกล่าว ก็มักแปลงจากวิหารที่เคยตั้งอยู่หน้าเจดีย์ประธานให้กลายเป็นอุโบสถ เช่น วัดมเหยงคณ์ ที่ปฏิสังขรณ์ในสมัยสมเด็จพระที่นั่งท้ายสระ พ.ศ. 2254

ภาพวัดก่อนการบูรณะ

ภาพวัดก่อนการบูรณะ

 

ภาพวัดก่อนการบูรณะ ภาพโดย พล.ต.พิจิตร ขจรกล่ำ

ภาพวัดก่อนการบูรณะ
ภาพโดย พล.ต.พิจิตร ขจรกล่ำ

 

พระเครื่องกรุวัดเจ้าชาย ที่นักสะสมตามหามาเป็นเจ้าของ

เรื่องราวมีว่าชาวบ้านแถบวัดกลางทุ่งปากกราน ซึ่งตั้งอยู่ที่ทิศตะวันออกของวัด ได้เข้ามาขุดกรุที่องค์เจดีย์ ได้โบราณวัตถุเป็นพระพิมพ์ดินเผาลักษณะทรง 5 เหลี่ยม พิมพ์เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ และปางมารวิชัย บรรจุอยู่ 3 แถว แถวละ 3 องค์และมี 1 องค์อยู่บนสุด รวมเป็น 10 องค์ จึงเรียกกันว่า “พระเจ้าสิบชาติ” ซึ่งชาวบ้านนับถือกันมากว่ามีความศักดิ์สิทธิ์

พระกรุ วัดเจ้าชาย

พระกรุ วัดเจ้าชาย

สาเหตุที่สมเด็จพระเอกาทศรถได้สร้างพระพิมพ์นี้ขึ้น สันนิษฐานว่า พระองค์อาจจะปรารถนาพุทธภูมิเพื่อเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต

ปัจจุบันพระกรุวัดเจ้า เป็นทางต้องการของนักสะสมอย่างมาก ศูนย์พระเครื่องบางแห่ง ก็ได้ทำการตัดแบ่งพระเพื่อปล่อยเช่าเป็นองค์จะได้ 10 องค์ เพราะมีขนาดใหญ่ แต่เมื่อเป็นความต้องการ จึงมีการทำปลอมขึ้นมามากมายเช่นกัน

สรุปปิดท้าย

จากเรื่องราวทั้งหมด ก็เป็นเรื่องเล่าที่กล่าวกันมาเกี่ยวกับความอาถรรพ์ เราเองก็ควรใช้วิจารณญาณในการที่จะเชื่อ ส่วนตัวผมเองนั้น ได้เดินทางไปยังสถานที่จริง ก็ไม่ได้รู้สึกน่าหวาดกลัวอะไร อาจจะเป็นเพราะเราเดินทางไปยังสถานที่ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีเจตนาร้ายใดๆ แต่การเดินทางมายังสถานที่ ที่มีประศาสตร์เหล่านี้ ยิ่งทำให้รู้สึกรักและหวงแหนแผ่นดินของเรามากยิ่งขึ้นครับ

ถ้ามีโอกาส ลองหาข้อมูลและมาเที่ยวและอนุรักษ์กันนะครับ

แล้วเจอกันใหม่ในบทความหน้า ขอให้ทุกท่านมีความสุขครับ

คลิปวัดกระซ้าย หรือวัดเจ้าชาย อยุธยาที่เล่ากันว่าน่ากลัวเป็นอันดับ 8 ของเอเชีย


https://youtu.be/kaUTCXpOyok


https://youtu.be/MeksMndlcrs

คลิปวัดราชบูรณะ อยุธยา ที่เล่ากันว่าน่ากลัวเป็นอันดับ 8 ของเอเชีย


https://youtu.be/lueczJuiVM4


https://youtu.be/eguyP66Sk98

ภาพติดสิ่งเร้นลับใช่หรือไม่ ??? ในวีดีโอสารคดีของพิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา ที่เก็บรักษามหาสมบัติในกรุวัดราชบูรณะ

 

https://youtu.be/DVSrSFOhlzk

 

เล่าเรื่องความเฮี้ยนของวัดกระซ้ายหรือวัดเจ้าชาย

https://youtu.be/I7IQc9TUtXg

ช่องทางการติดตามเรื่องราว ภารกิจเที่ยววัด

ติดตามเรื่องราวผ่าน Facebook เพจได้ที่ www.facebook.com/faith108

หรือติดตามช่อง YouTube Channel ได้ที่ www.youtube.com/FaithThaiStory

Share on Facebook32Pin on Pinterest0Share on Google+0Tweet about this on Twitter
 

ADVERTISEMENT