ผลบุญอานิสงส์การสรงน้ำพระ

ใกล้เข้ามาแล้วกับประเพณีสงกรานต์หรือเทศกาลปีใหม่ของชาวไทย ซึ่งเป็นเทศกาลที่มีความสุขมากที่สุดเทศกาลหนึ่งของคนไทยและชาวต่างชาติ จนถึงขนาดว่ามีชาวต่างชาติหลายคนที่รอคอยวันเวลาของเทศกาลสงกรานต์ของประเทศไทยเพื่อมาร่วมสนุกกันมากมาย สำหรับชาวไทย มักจะเป็นช่วงเทศกาลที่พบปะพ่อแม่ ญาติมิตร โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในต่างจังหวัดที่ไม่ใช่บ้านเกิดของตนเอง และได้ร่วมกิจกรรมมากมายในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ เช่น พิธีสรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ และร่วมทำบุญต่างๆมากมายตามแต่ละสถานที่ ที่ได้จัดกิจกรรมขึ้น สำหรับประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนานและนิยมกันมากที่สุดก็คือ พิธีสรงน้ำพระ ตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และวัดวาอารามต่าง พิธีการสรงน้ำพระเป็นการแสดงออกที่ดีในด้านการอ่อนน้อมถ่อมตน และเป็นการแสดงออกซึ่งการเคารพและนับถือ หลายๆคนคงแปลกใจว่า การสรงน้ำพระ นั้นได้บุญจริงหรือไม่หรือได้ผลบุญอย่างไร ผมจึงขอยกบทความที่เกี่ยวข้องกับพิธีสรงน้ำพระดังนี้ ในกาลครั้งนั้นองค์สมเด็จพุทธเจ้า เสด็จประทับอยู่ ณ เชตวันมหาวิหาร พร้อมภิกษุสงฆ์ทั้งสิ้น 500 รูป พระเจ้าปัสเสนทิโกศล พร้อมด้วยมหาอำมาตย์ทั้งหลาย ได้นำ เครื่องสักการะทั้งหลาย เข้าไปสู่พระเชตะวันมหาวิหาร ถวายอภิวาท แด่พระพุทธองค์ จากนั้นพระเจ้าปเสนทิโกศล ได้กราบทูลถามว่า “ภนฺเต ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อันบุคคลใดกระทำสักการะบูชาสรงเถราภิเษก แก่สงฆ์ ด้วยใจเลื่อมใสศรัทธา จะได้ผลอานิสงส์เป็นอย่างไรพระเจ้าข้า” พระพุทธองค์ จึงตรัสว่า “ดูกรมหาราช บุคคลใด มีความเชื่อในคุณพระรัตนตรัยทั้ง 3 ประการในเมื่อปรารถนาอันใด ก็จะสม ความมุ่งมาตรปรารถนา ทุกประการ การทำเถราภิเษกนี้ได้ทำกันสืบ ๆ มาในครั้งพุทธเจ้าก่อน ๆ” จากนั้นพระพุทธองค์จึงตรัสต่อว่า ในกาลครั้งนั้นเป็นสมัยครั้งศาสนาของพุทธเจ้าเมธังกร ยังมี พระยาพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่าวิชัยยะ ได้เสวยสมบัติ ในเมืองสารนครประกอบไปด้วยทศพิธราชธรรม 10 ประการ มีเถระองค์หนึ่งชื่อว่าอุสสา เป็นอันเตวาสิกแห่งพุทธเจ้าเมธังกร พระยาวิชัยยะ… Read More »

ตำนานประวัติหลวงพ่อพุทธโสธร

ประวัติเกี่ยวกับหลวงพ่อโสธรมีเรื่องราวที่เล่าขานกันมานาน เริ่มตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย มีพระพุทธรูปลอยน้ำมา 3 องค์ที่แม่น้ำบางปะกง พอมาถึงบริเวณสถานที่แห่งหนึ่ง มีชาวบ้านเห็นพระพุทธรูปลอยน้ำมา จึงช่วยกันอัญเชิญขึ้นมาบนฝั่ง ด้วยการเอาเรือออกไปอัญเชิญช่วยกันยกขึ้นเรือ แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะยกเอาขึ้นมาไม่ไหว จึงเปลี่ยนวิธีการเป็นเอาเชือกเส้นใหญ่ ไปคล้ององค์พระทั้ง 3 องค์อย่างแน่นหนา แล้วช่วยกันชักลากขึ้นมาบนฝั่ง ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจของชาวบ้านในสมัยนั้นเป็นอย่างมาก เพราะทำอย่างไรก็ไม่สำเร็จ ชาวบ้านพยายามลองอยู่หลายครั้งหลายวิธีก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งเชือกขาดรั้งเอาไว้ไม่อยู่ ประกอบกับ กระแสน้ำเกิดปาฏิหาริย์ปั่นป่วนขึ้นมาเป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ทำให้พระพุทธรูปทั้ง3องค์จมหายไป ท่ามกลาง ความเสียดายของผู้คนซึ่งเห็นเหตุการณ์อย่างชัดเจน ต่างพากันยกมือไหว้ท่วมศีรษะ บางคนก็พูดว่าไม่มีบุญเพียงพอ ที่จะอัญเชิญพระพุทธรูปทั้ง3องค์ขึ้นมาได้ ทำให้ผู้คนในสมัยนั้นโจษขานกันต่างๆนานา บ้างก็ว่า เทวดาฟ้าดินไม่โปรด หลวงพ่อก็ไม่ยอมประดิษฐานอยู่บนฝั่ง เรื่องราวโจษขานกันไปมากมายนี้ ทำให้ชาวบ้านพากันเรียกสถานที่ ที่พระพุทธรูปทั้ง3 องค์ มาสำแดงปาฏิหาริย์ลอยวนทวนน้ำไปมาว่า “สามพระทวน”เรียกกันเรื่อยไปนานเข้าก็เพี้ยนกลายเป็น “สัมปทวน” กันไปในที่สุด ตามตำนานเล่าว่าพระพุทธรูปทั้ง3องค์ที่ลอยมาในแม่น้ำบางปะกงนั้น องค์หนึ่งลอยไปทางบางพลี ไปผุดขึ้นที่คลองวัดบางพลี ชาวบ้านอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานเอาไว้ที่วัดบางพลีได้โดยง่าย ซึ่งอาจจะเป็นเพราะพระพุทธรูปองค์นี้ ท่านต้องการจะประดิษฐานอยู่ ณ ที่ตรงนั้นก็เป็นได้ ปัจจุบันคือ หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน สมุทรปราการ อีกองค์หนึ่งลอยไปที่บริเวณบ้านแหลมสมุทรสงคราม ชาวบ้านตีอวนได้องค์พระขึ้นมา แล้วอัญเชิญไปประดิษฐาน ที่วัดบ้านแหลม หรือในปัจจุบันคือวัดเพชรสมุทรวรวิหาร หรือที่รู้จักกันดีคือ หลวงพ่อวัดบ้านแหลม สมุทรสงคราม และอีกองค์หนึ่งผุดขึ้นมาที่แม่น้ำบางปะกง ที่หน้าวัดเสาธงทอนหรือ “วัดโสธรในปัจจุบัน” อัญเชิญขึ้นจากน้ำ ความพยายามของชาวบ้านที่ช่วยกันอัญเชิญพระพุทธรูปที่ลอยมาที่หน้าวัดเสาธงทอน (หรือวัดโสธรปัจจุบัน) พยายามฉุดลากขึ้นมาด้วยเชือก แต่ก็ไม่สำเร็จไม่อาจจะอัญเชิญขึ้นมาบนบกได้ มีผู้เสนอให้ไปเชิญอาจารย์ผู้ที่มีความรู้ทางด้านเวทมนต์คาถา เพื่อทำพิธีอัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้ ขึ้นมาจากกระแสน้ำให้ได้… Read More »

เที่ยวทำบุญ วัดโสธรวรารามวรวิหาร

https://youtu.be/afncIuonQwc วันนี้ผมจะพาเดินทางไปทำบุญและสักการะบูชาพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่งที่จังหวัดฉะเชิงเทรา หรือที่เราเรียกติดปากว่า เมืองแปดริ้ว ถ้าจะกล่าวถึงเมืองแปดริ้ว ฉะเชิงเทราแล้วหล่ะก็ มั่นใจเลยครับว่าต้องนึกถึงองค์หลวงพ่อพุทธโสธรเป็นอันดับต้นๆแน่นอน เนื่องจากเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรามาช้านาน และเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวไทยทั่วสาระทิศ จะสังเกตุได้จากที่วัดโสธรวรารามวรมหาวิหาร จะมีผู้คนผ่านเข้ามากราบไหว้ ขอพรไม่ขาดสาย ยิ่งถ้าเป็นวันเสาร์ อาทิตย์และวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาแล้ว ยิ่งมีผู้คนมากมายที่เดินทางมาจากหลายๆจังหวัดเพื่อมาทำบุญและขอพร ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธรเป็นที่กล่าวขานมานมนาน หลายคนสัมฤทธิ์ผลตามปรารถนาและก็ได้เล่าขานสืบต่อกันจนเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ หลวงพ่อพุทธโสธรประดิษฐานอยู่ในพระมหาอุโบสถหลังใหม่ ความใหญ่โตของพระอุโบสถได้รับการบันทึกเป็นพระอุโบสถที่ใหญ่ที่สุดในโลก แบบพระอุโบสถเป็นหลังคาประกอบเครื่องยอดชนิดยอดทรงมณฑปแบบไทย ต่อเชื่อมด้วยวิหารทั้งด้านหน้าและ ด้านหลังด้านข้างต่อเชื่อมด้วยอาคารรูปทรงเดียวกับพระวิหารเป็นอาคารมุขเด็จ จึงมีลักษณะเป็นอาคารมีหลังคา แบบจตุรมุขอย่างปราสาทไทย กว้าง 44.5 เมตร ยาว 123.50 เมตร ส่วนกลางพระอุโบสถมียอดมณฑปสูง 85 เมตร ยอดมณฑปมีลักษณะเป็นฉัตร 5 ชั้น มีความสูง 4.90 เมตร ยอดฉัตรเป็นทองคำน้ำหนัก 77กิโลกรัม มูลค่า 44 ล้านบาท ผนังด้านนอกพระอุโบสถปูด้วยหินอ่อนจากเมืองคาร์ราร่า ประเทศอิตาลี ผนังด้านในเป็นงาน จิตรกรรมฝาผนัง โดยศิลปินแห่งชาติซึ่งเป็นผู้เขียนภาพประกอบพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก ส่วนสำคัญที่สุดคือ ส่วนกลางของพระอุโบสถซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวง พ่อพุทธโสธร ประกอบ ด้วยภาพ จิตรกรรมฝาผนังโดยรอบนับตั้งแต่พื้นพระอุโบสถ เสา ผนัง และเพดานจะบรรจุเรื่องราวให้เป็นแดนแห่งทิพย์เป็น เรื่องราว ของสีทันดร มหาสมุทร จตุโลกบาล สวรรค์ดาวดึง พรหมโลก ดวงดาว และจักรวาลตำแหน่งของ ดวงดาวบนเพดาน จะกำหนดตำแหน่งตามดาราศาสตร์ ตรงกับวันที่ 5… Read More »

ตำนานความเชื่อประวัติและความศรัทธาพระพิฆเนศ

ตำนานความเชื่อประวัติและความศรัทธาพระพิฆเนศ  มีหลายตำนานเล่าขานต่อๆกันมาตามความเชื่อของศาสนาฮินดู มีตำนานดังนี้ ตำนานที่ 1 พระพิฆเนศปราบอสูรและรากษส ตามตำนานเล่าว่า อสูรและรากษสได้ทำการบวงสรวงพระศิวะ เพื่อขอพรวิเศษ และได้ลำพองในตนเองจนเกิดความวุ่นวายในเมือง เพราะตนเองได้หลงในอำนาจ และไม่มีใครสามารถปราบได้ ทำให้เรื่องร้่อนถึงองค์พระอินทร์  องค์อินทร์จึงได้เข้าเฝ้าพระศิวะ เพื่อช่วยหาทางกำราบเหล่าอสูรและรากษสผู้หลงอำนาจ เมื่อพระศิวะทราบเรื่องจึงแบ่งกายเป็นหนุ่มรูปงาม กำเนินในครรภ์ของแม่นางอุมาเทวี เมื่อถึงเวลากำเนิด ได้ชื่อว่า “วิฆเนศวร” และได้ทำการขัดขวาง ต่อสู้กับเหล่าอสูรและรากษส จนได้รับชัยชนะ หลังการสงบศึกดังกล่าว จึงได้รับหน้าที่จากพระศิวะ ให้ทำหน้าที่เป็นผู้ป้องกันผู้ใจพาลไม่ให้สามารถไปขอพรต่อองค์พระศิวะได้ รวมทั้งให้เป็นผู้คอยดลบันดาลให้ผู้มีจิตใจดีได้สำเร็จความปรารถนาทุกประการ ตำนานที่ 2 พระนางอุมาเทวี ปั้นเหงื่อไคลเป็นพระบุตร เมื่อคราวที่พระนางอุมาเทวีสรงน้ำอยู่ในอุทยาน พระองค์ทรงนำเหงื่อไคลของพระองค์มาปั้นเป็นหุ่นเทวบุตรรูปงาม และทรงใช้เวทย์มนต์เพื่อให้หุ่นนั้นมีชีวิตขึ้นมา จากนั้นจึงทรงรับสั่งให้เทวบุตรออกไปเฝ้ายังด้านหน้าประตูทางเข้าอุทยาน โดยได้รับสั่งว่าห้ามมิให้ผู้ใดเข้ามาโดยเด็ดขาด เหตุการณ์เป็นเช่นนี้มาโดยตลอดทุกครั้งที่พระแม่อุมาทรงสรงน้ำ ณ อุทยานแห่งนี้ จนกระทั่งเมื่อถึงวันกำหนดเสด็จกลับของพระศิวะ และเมื่อทั้งสองพระองค์พบกันในคราแรกต่างก็จะเข้าไปในอุทยาน อีกฝ่ายก็ปกป้องมิให้ผู้ใดย่างกายเข้าในอุทยานได้ด้วยเทวบุตรทรงได้รับคำ สั่งของพระอุมา ห้ามมิให้ผู้ใดล่วงละเมิดเข้าไปยังสถานที่สรงน้ำแห่งนี้ เมื่อเป็นดั่งนั้นพระศิวะจึงทรงสั่งให้บริวารเข้าต่อสู้และได้สังหารเทวบุตร (แต่ในบางคัมภีร์ก็ว่าพระศิวะทรงใช้ตรีศูลตัดเศียรเทวบุตรนั้น บ้างก็ว่าพระวิษณุทรงใช้จักรตัดเศียร) เมื่อพระปารวตีทรงพบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พระองค์ทรงโกรธและโมโหพระสวามียิ่ง จนถึงกับทำศึกใหญ่ระหว่างทั้งสองพระองค์ ร้อนถึงพระฤาษีนารอด (นารท) ต้องออกรับหน้าเจรจาศึกในครานี้ โดยพระปราวตีได้กล่าวให้พระศิวะผู้สวามีต้องหาหนทางให้เทวบุตรฟื้นชีวิตจึง จะยอมสงบศึกให้ พระศิวะจึงทรงมีคำสั่งให้เทวดาผู้เป็นบริวารเดินทางไปทิศเหนือ และให้ตัดศรีษะของสิ่งมีชีวิตแรกที่พบเพื่อนำมาต่อให้กับเทวบุตรผู้เป็นโอรส ไม่นานนักเทวดาก็เดินทางกลับมาพร้อมกับนำเศียรช้าง (มีงาเดียว) เพื่อมาต่อให้พระโอรส ซึ่งต่อมาจึงทรงตั้งพระนามใหม่ คือ คชานนะ (มีหน้าเป็นช้าง) และเอกทันต (ผู้มีงาเดียว) เมื่อได้ชุบชีวิตฟื้นแล้วพระปราวตีจึงทรงเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ทั้งสองพระองค์ได้ฟังว่าทั้งสองพระองค์ทรงเป็นพระบิดาและพระโอรส ซึ่งฝ่ายโอรสได้ฟังดังนั้นถึงกลับหมอบกราบขออภัยโทษเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของตน พระศิวะทรงพอพระทัยยิ่งนัก ถึงกับประทานพรให้พระโอรสให้เป็นผู้มีอำนาจเหนือเหล่าภูตผีทั้งปวง… Read More »

เที่ยวทำบุญ วัดสมานรัตนาราม ฉะเชิงเทรา

>>>ตำนานประวัติองค์พระพิฆเนศ <<< คลิก!! เมื่อกล่าวถึงพระพิฆเนศ ก็คงเป็นที่คุ้นเคยของชาวไทยมากพอสมควร เพราะในความเชื่อถือว่าท่านเป็นเทพแห่งความสำเร็จทุกประการ เป็นเทพเจ้าแห่งการศิลปะ จึงเป็นที่เคารพนับถือของเหล่าดารานักแสดงมากมาย พระพิฆเนศเป็นเทพในศาสนาฮินดู แต่ก็ได้รับความนับถือในเมืองไทยมากที่สุดองค์หนึ่ง และสถานที่ที่มีชื่อเสียงเรื่องการบูชาพระพิฆเนศในประเทศไทยคงจะหนีไม่พ้นที่ วัดสมานรัตนาราม(วัดใหม่ขุนสมาน) จังหวัดฉะเชิงเทรา วัดสมานรัตนาราม (วัดใหม่ขุนสมาน) ตั้งอยู่ระหว่างอำเภอบางคล้า และอำเภอคลองเขื่อน ริมแม่น้ำบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็น วัดที่มีองค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สูง 16 เมตร ยาว 22 เมตร เนื้อชมพู  ลักษณะกึ่งนั่งนอนตะแคง โดยพระหัตถ์ซ้าย ถืองาที่ หัก พระหัตถ์ขวาถือดอกบัว โดยรอบฐานมีพระพิฆเนศ 32 ปาง ให้ได้ขอพรสักการะความหมาย ของ พระพิฆเนศ ปางนอนเสวยสุข คือ ความสุขสบาย ความสุขบริบูรณ์มั่งคั่งพร้อมทุกด้าน รื่นรมย์ ไร้ทุกข์ ไร้ความ เศร้าหมอง อิ่มหนำสำราญ มีกิน มีโชคลาภ จะนำความความสุขสบายมาสู่ผู้บูชา ถือเป็นมหามงคล สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่อยู่คู่ ประชาชนในจังหวัดฉะเชิงเทรา และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดฉะเชิงเทราอีกด้วย ทุกครั้งที่มาทำการบูชาองค์พระพิฆเนศและทำบุญ นักท่องเที่ยวจะไม่พลาดที่จะต้องต่อแถวกระซิบข้างหูของรูปปั้นหนู 2 ตัวด้านหน้าองค์พระพิฆเนศ ตามความเชื่อหนูมีชื่อว่า มุสิกะ ซึ่งเป็นบริวารขององค์พระพิฆเนศ เพื่อจะให้หนูไปบอกความต้องการของเราต่อพระพิฆเนศ เคล็ดลับคือต้องปิดหูอีกข้างของหนูไว้ด้วยนะครับ นี่ก็เป็นความเชื่อของคนไทยนะครับ แต่ทำไปก็ไม่เสียหายอะไร แถมสบายใจซะด้วยสิ ส่วนภายใต้ฐานขององค์พระพิฆเนศจะเป็นห้องสำหรับให้เช่าบูชาพระพิฆเนศปางต่างๆ ให้เช่าบูชากลับไปที่บ้าน… Read More »

ตำนานรอยพระพุทธบาท เขาวงพระจันทร์ ลพบุรี

  บนยอดเขาวงพระจันทร์ จะมีรอยพระพุทธบาทประดิษฐานไว้ ซึ่งผู้คนส่วนมากจะไม่ทราบประวัติของรอยพระพุทธบาทนี้ ผมจึงขอยกคำปรารภของ พระมงคลภาวนาวิกรม (หลวงพ่อฟัก ภัททจารี) เจ้าอาวาสวัดเขาวงพระจันทร์ ดังนี้ ยอดเขาวงพระจันทร์ มีรอยพระพุทธบาทอยู่บนยอดเขา สำหรับเป็นที่กราบไหว้สักการะ และระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้าของชาวพุทธโดยทั่วไป แต่ส่วนมากยังไม่มีใครรู้ว่ารอยพระพุทธบาทนี้จริงหรือไม่ เพราะไม่มีประวัติหลักฐานที่แน่ชัด เนื่องจากสาเหตุนี้ อาตมาจะขอชี้แจงให้ได้รู้และเข้าใจ และทราบประวัติรอยพระพุทธบาทนี้มีความเป็นมาอย่างไร เมื่อปี พ.ศ. 2496 มีพระคุณเจ้ารูปหนึ่ง (โดยส่วนตัวผมคิดว่า ท่านหมายถึงหลวงปู่โอภาสี) ได้ขึ้นมาบนยอดเขานี้ และมีลูกศิษย์ติดตามมาหลายคน อาตมาเห็นท่านก็ได้เดินติดตามมาด้วย เมื่อถึงบนยอดเขา ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันเป็นกลุ่มๆ และก็ได้เข้ามากราบพระคุณเจ้ารูปนั้นจนเป็นกลุ่มที่ใหญ่ขึ้นและมีการสนทนาธรรมจนถึงเวลาประมาณสี่ทุ่ม ลูกศิษย์ของท่านจึงได้บอกกล่าวให้ญาติโยมไปพักผ่อน  อาตมาก็ได้ทำการลาเช่นกัน แต่ท่านกล่าวว่า “จะไปไหน ไม่ต้องไป วันนี้มีธุระที่จะคุยด้วย”  และท่านก็ได้เริ่มพูดว่า เขานางพระจันทร์นี่นะ สูง ยากที่จะมีคนธรรมดาขึ้นมาได้ ต้องเป็นคนที่มีมานะอดทนและมีความศรัทธาจริงๆ จึงจะขึ้นมาได้ และท่านก็ได้เริ่มกล่าวความเป็นมาของรอยพระพุทธบาทนี้ให้ฟังดังนี้ เมื่อสมัยพุทธกาลมีพ่อค้าคนหนึ่งชอบเดินทางค้าขายไปในต่างแดนโดยใช้เรือในการขนส่ง เพราะจะได้ขนของได้ทีละมากๆ ครั้งหนึ่งได้ออกเรือเดินทางแต่เกิดหลงทิศทางจนไปพบกับเกาะแห่งหนึ่ง จึงได้ขึ้นไปบนเกาะแห่งนั้น และได้พบว่ามีต้นไม้จันทน์หอมเต็มไปหมด และได้คิดว่า ไม้จันทน์หอมนี้มีราคาแพงสูงกว่าสินค้าของตนเอง เมื่อคิดเช่นนั้นจึงได้ขนสินค้าลงจากเรือทั้งหมด และได้ตัดไม้จันทน์หอมขึ้นเต็มลำเรือ เพื่อนำกลับไปขายยังบ้านของตน เป็นเหตุให้ภูติผีปีศาจบนเกาะแห่งนั้นพากันโกรธไม่พอใจที่มาตัดไม้จันทน์หอมบนเกาะ ตามอำเภอใจ จึงพากันสำแดงฤทธิ์เดชให้เกิดพายุลมฝนรุนแรง เพื่อจะทำให้เรือล่ม เมื่อได้พบเหตุการณ์เช่นนี้ ฝ่ายพ่อค้าก็ตกใจกลัวอย่างมาก และนึกขึ้นได้ว่า พี่ชายของตนเองบวชเป็นพระในพระพุทธศาสนา  จึงได้พนมมืออธิษฐานถึงพี่ชายว่า การเดินทางครั้งนี้ได้เกิดเหตุร้ายแรงอย่างมาก ขอบารมีหลวงพี่ช่วยทำให้กระผมรอดปลอดภัยจากเหตุร้ายนี้ด้วยเถิด และได้ให้สัจจะไว้ว่า ถ้ารอดจากเหตุการณ์เลวร้ายนี้ไปได้ จะขอถวายสิ่งของทุกสิ่งที่หลวงพี่ต้องการ พี่ชายได้ทราบเรื่อง และรู้เรื่องราวทั้งหมดว่าเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของน้องชายตน… Read More »

เที่ยวทำบุญ วัดพระพุทธบาท สระบุรี

วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่ อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ไม่ห่างไกลจากตัวเมืองสระบุรีมากนัก ตามพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยากล่าวว่า มีพระภิกษุไทยคณะหนึ่ง เดินทางไปยังลังกาทวีป เพื่อนมัสการรอยพระพุทธบาท พระสงฆ์ลังกากล่าวว่า ประเทศไทยก็มีรอยพระพุทธบาทอยู่แล้วที่เขาสุวรรณบรรพต จึงได้นำความกราบทูลสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมให้ทรงทราบ และได้สืบหาจนพบรอยพระพุทธบาท เพื่อเป็นที่สักการบูชา เป็นศูนย์รวมแห่งพลังศรัทธาอันยิ่งใหญ่ พระพุทธบาทสระบุรีเป็นพระอารามหลวง ที่พระมหากษัตริย์แทบทุกพระองค์ทรงทำนุบำรุงและเสด็จไปนมัสการตลอดมา ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์ ประวัติความเป็นมา ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม แผ่นดินกรุงศรีอยุธยา ปรากฏว่า มีพระภิกษุสงฆ์ชาวไทยคณะหนึ่ง เดินทางไปยังลังกาทวีป ด้วยหวังจะสักการะบูชารอยพระพุทธบาท ณ เขาสุมนกูฏ การไปคราวนั้นเป็นเวลาที่พระสงฆ์ชาวลังกาทวีปกำลังทำการสอบประวัติ และหาที่ตั้งแห่งรอยพระพุทธบาททั้งปวง ซึ่งตามที่ปรากฏอยู่ในตำนานว่ามีเพียง 5 แห่ง ภายหลังสืบได้ความว่า ภูเขาที่ชื่อว่า สุวรรณบรรพต ตั้งอยู่ที่ประเทศไทย ดังนั้นแล้วเมื่อได้พบกับพระภิกษุสงฆ์ชาวไทยในครั้งนั้น ต่างพากันสอบถามว่ารอยพระพุทธบาท ที่มีอยู่ 5 แห่ง ในสถานที่ต่างๆ กันนั้น ปรากฏว่ามีที่เขาสุวรรณบรรพตแห่ง 1 ก็ภูเขาลูกนี้อยู่ในประเทศไทย แต่ภิกษุไทยไม่พยายามสืบไปนมัสการ กลับพากันไปถึงลังกาทวีป เมื่อพระภิกษุสงฆ์ไทยคณะนั้นได้รับคำบอกเล่าดังกล่าว เมื่อกลับมาสู่ประเทศไทย จึงนำความขึ้นถวายสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้มีท้องตราสั่งบรรดาหัวเมืองทั้งหลาย ให้เที่ยวตรวจตราค้นดูตามภูเขาต่างๆ ว่าจะมีรอยพระพุทธบาทอยู่ ณ ที่แห่งใด ครั้งนั้น เจ้าเมืองสระบุรี สืบได้ความจากนายพรานบุญว่า ครั้งหนึ่งได้ออกไปล่าสัตว์ในป่าใกล้เชิงเขา ยิงถูกกวางตัวหนึ่งได้รับบาดเจ็บหนีขึ้นไปบนไหล่เขา ซุกเข้าเชิงไม้หายไป แล้วสักพักก็เห็นกวางตัวดังกล่าว วิ่งออกจากเชิงไม้โดยไม่มีลักษณะอาการบาดเจ็บ นายพรานบุญนึกประหลาดใจ จึงตามขึ้นไปดูสถานที่บนไหล่เขาที่กวางได้หนีขึ้นไป ก็พบรอยปรากฏอยู่ในศิลา มีลักษณะเหมือนรูป รอยเท้าคน… Read More »

เที่ยวทำบุญ เดินขึ้นเขาสูง 3,790 ขั้น นมัสการรอยพระพุทธบาท วัดเขาวงพระจันทร์

เที่ยวทำบุญ เดินขึ้นเขาสูง 3,790 ขั้น นมัสการรอยพระพุทธบาท วัดเขาวงพระจันทร์ https://youtu.be/lM-REzGpHMU วัดเขาวงพระจันทร์ ตั้งอยู่ในเขตตำบลห้วยโป่ง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ห่างจากตัวเมืองลพบุรีไปทางทิศเหนือประมาณ 28 กิโลเมตร ด้านบนยอดเขาจะมีรอยพระพุทธบาท ประดิษฐานอยู่ จึงมักจะมีผู้แสวงบุญและรักความท้าทายที่จะขึ้นพิชิตยอดเขาและได้ทำการบูชารอยพระพุทธบาทนี้ โดยปกติแล้วจะมีงานบุญประจำทุกๆปี จะจัดงานในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และสามารถที่จะเดินขึ้นเขาเพื่อบูชารอยพระพุทธบาทได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกหนือจากช่วงงานบุญแล้วจะเปิดให้ขึ้นบูชาได้เฉพาะช่วงกลางวันเริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ ประมาณตี 5 การเดินทางสามารถใช้เส้นทางหลัก คือ ถนนพหลโยธิน หลักกิโลเมตรที่ 178 เมื่อเดินทางมาจากตัวจังหวัดลพบุรีบริเวณวงเวียนพระนารายณ์ ก็ให้ไปตามเส้นทางที่จะไป อำเภอโคกสำโรง มาตามถนนพหลโยธินจะมีป้ายบอกทางให้เลี้ยวขวาเข้าวัดเขาวงพระจันทร์ประมาณ 5 กิโลเมตรจะพบกับโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรีตั้งอยู่ทางด้านขวามือก่อนถึงเขาวงพระจันทร์และเมื่อเลยแนวเขตรั้วโรงเรียนไปจะพบกับศาลเจ้าพ่อขุนด่านตั้งอยู่บริเวณทางด้านขวามือเลยแนวเขตของรั้วโรงเรียน ลักษณะทั่วไปของเขาเมื่อมองจากที่สูงจะมีรูปร่างเป็นวงคล้ายรูปพระจันทร์ เขาวงพระจันทร์มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 650 เมตร และมีบันทึกขึ้นไปสู่ยอดเขามีบันไดทั้งหมด 3,790 ขั้น ถ้าวัดจากเชิงเขาถึงยอดเขาโดยแนวบันไดจะยาว 1,680 เมตร ด้านบนเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท และนับว่าเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดลพบุรี >>> ตำนานรอยพระพุทธบาท บนยอดเขาวงพระจันทร์ <<< คลิก!! ยอดสูงสุดของเขาวงพระจันทร์คือเป้าหมายของทุกคนที่จะกราบบูชารอยพระพุทธบาท ถ้าจะไม่ให้เดินขึ้นเขาวงพระจันทร์ต้องลำบากมากเกินไปเพราะเผชิญกับอากาศร้อนควรจะเดินทางขึ้นเขากันแต่เช้าเลยนะครับ เพราะช่วงสายๆก็จะอากาศร้อนพอสมควร ตลอดเส้นทางการเดินขึ้นสู่ยอดเขาจะมีซุ้มขายอาหาร น้ำดื่มต่างๆ ให้ได้หยุดพักเหนื่อยกัน  อย่าหักโหมเร่งรีบเกินไปนะครับเดี๋ยวร่างกายจะไม่ไหว เรื่องราคาก็มีบวกค่าเหนื่อยในการแบกขึ้นนะครับ อย่าไปกังวลเรื่องราคา เพราะเมื่อท่านเหนื่อยท่านจะลืมเรื่องนี้ไปเลย เช่น น้ำดื่มขนาดประมาณ 600 มิลลิลิตร ราคาจะอยู่ที่ 20… Read More »

ลาซาด้าฉลองครบรอบ 2 ปี ลด 90% วันที่ 26 มีนาคม2557 วันเดียวเท่านั้น !!!

“ลาซาด้า” lazada ภายใต้การบริหารงานของลาซาด้ากรุ๊ป ห้างสรรพสินค้าช้อปปิ้งออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลาซาด้าคือผู้บุกเบิกธุรกิจอี-คอมเมิร์ซที่มุ่งเน้นการนำเสนอประสบการณ์ช็อปปิ้งออนไลน์รูปแบบใหม่ ด้วยบริการที่รวดเร็ว สะดวก และปลอดภัย พร้อมหมวดสินค้าอันหลากหลากครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า ตั้งแต่อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ เครื่องใช้และของตกแต่งบ้าน ของเล่นเด็ก แฟชั่น ไปจนถึงอุปกรณ์กีฬา ลาซาด้ามุ่งมั่นส่งมอบบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า โดยมีนโยบายด้านการชำระสินค้าในช่องทางที่หลากหลาย เช่น บริการชำระสินค้าเมื่อส่งถึงที่บ้าน (Cash on Deliver) บริการชำระสินค้าผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส และบริการคืนสินค้าโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ คุณริคคาร์โด บาซิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย จำกัด และ ผู้ร่วมก่อตั้งลาซาด้ากรุ๊ป กล่าว “เมื่อเร็วๆ นี้ ลาซาด้ากรุ๊ปได้รับการสนับสนุนเงินทุนมูลค่าถึง 250 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ปัจจุบันเรามีบริษัทกลุ่มผู้ลงทุน ซึ่งประกอบด้วย Rocket Internet, Tesco PLC, Access Industries, Verlinvest, JP Morgan, Holtzbrinck Ventures, Kinnevik Investment AB, Summit Partners และ Tengelmann Group ด้วยการเปิดให้บริการใน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ทำให้ลาซาด้ามีศักยภาพในการเข้าถึงลูกค้าในกลุ่มต่างๆ มากกว่า… Read More »

วัดพระพุทธฉาย สระบุรี สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ร.๕ และ ร.๙ เคยเสด็จมา

https://youtu.be/QMgFAbpNGnk การเดินทางมาทำบุญที่วัดพระพุทธฉายสามารถเดินทางได้สะดวก ถ้ามาจากกรุงเทพฯ ให้ขับตรง เส้นพหลโยธิน เข้าสู่จังหวัดสระบุรี ประมาณกิโลเมตรที่ 112 ให้เข้าเส้นคู่ขนาน ที่จะไปจังหวัดนครราชสีมาแล้วขับตรงมาเรื่อยๆอีกประมาณ 5 กิโลเมตรก็จะถึงสี่แยกไฟแดง เราก็จะเห็นป้ายบอกทางไปวัดพระพุทธฉายแล้วครับ โดยให้เลี้ยวขวาตรงไปอีกสักระยะประมาณ 1 กิโลเมตรแล้วก็เลี้ยวขวาก็ถึงวัดแล้วครับ สี่แยกไฟแดงจากเส้นคู่ขนาน ไปนครราชสีมาให้รอเลี้ยวขวาได้เลยครับ เราจะมองเห็นป้ายวัดขนาดใหญ่ แล้วก็หาที่จอดรถไปด้เลยครับ ที่จอดรถมีพื้นที่กว้างขวางครับ หลังจากจอดรถแล้ว อันนดับแรกเราก็เดินเข้ามาเพื่อทำการขึ้นนมัสการ พระพุทธฉายหรือเงาพระพุทธเจ้ากันก่อน หลังจากเดินขึ้นบันไดมาก็จะมองเห็นสถานที่ปรากฏของระพุทธฉาย ให้พวกเราเข้าไปทำการสักการะบูชาและปิดทองกันได้เลยครับ ถัดขึ้นไปจะพบการสลักพระปรมาภิไธย ของพระบรมวงศานุวงศ์ หลายพระองค์ สามารถดูรายละเอียดแต่ละพระองค์ได้ในคลิปบนยูทูปได้ที่นี่ >>> Link บรรยากาศด้านบนจะค่อนข้างร่มรื่น เพราะมีต้นไม้ใหญ่มากมาย แต่ถ้าเป็นฤดูร้อนช่วงเดือนมีนาคม ถึงเดือนพฤษภาคม ก็จะร้อนมากหน่อยนะครับ หลังจากทำการนมัสการพระพุทธฉายกันแล้ว ก็อย่าลืมที่จะไปนมัสการรอยพระพุทธบาทเบื้องขวากันนะครับ ซึ่งจะประดิษฐานอยู่ด้านบน ในมณฑปที่สร้างใหม่ สำหรับท่านที่เดินขึ้นไปเพื่อนมัสการรอยพระพุทธบาทเบื้องขวาไม่ไหว ก็ให้เดินลงบันไดมาแล้วสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวขับขึ้นไปได้นะครับ ให้ดูเส้นทางตามป้ายได้เลย  ขับไปไม่นานครับแป๊บเดียวก็ถึงทางขึ้นนมัสการรอยพระพุทธบาทเบื้องขวากันแล้ว หลังจากขับรถขึ้นมาแล้ว ก็จะมีลานจอดรถให้จอดรถไว้ แล้วเดินขึ้นบันไดไปอีกสักนิดนะครับ ไม่สูงมากก็จะพบกับมณฑปของหลวงพ่อหยกขาว และมณฑปรอยพระพุทธบาท ในมณฑปหลวงพ่อหยกขาว เราสามารถทำการนมัสการปิดทองลูกนิมิตรได้ บรรยากาศด้านบนรอบมณฑปหลวงพ่อหยกขาว หลังจากนมัสการหลวงพ่อหยกขาวกันแล้ว ก็ให้เดินลงมาขึ้นบันไดสู่มณฑปที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทเบื้องขวา กันอีกเล็กน้อย ภายในมณฑป เราก็จะเห็นรอยพระพุทธบาทเบื้องขวา ให้เราทำการสักการะบูชาครับ ซึ่งจะมีพระพุทธบาทจำลองให้เราได้ปิดทองบูชา ส่วนพระพุทธบาทองค์จริงจะครอบอยู่ในกระจกไม่สามารถปิดทองได้ ความเป็นมา สันนิษฐานว่าค้นพบในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรมในสมัยกรุงศรีอยุธยา ราวพุทธศักราช 2163 – 2171 จึงโปรดให้สร้างเจดีย์มณฑปครอบรอยพระพุทธบาทไว้  เป็นระยะเวลานานซึ่งไม่เกิดหลักฐานว่านานเท่าไหร่ ที่รอยพระพุทธบาทถูกปิดทับด้วยซีเมนต์… Read More »

การเดินทางไป เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

การเดินทางไป เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี มีความสะดวกมาก ใครจะเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวก็จะมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น และสามารถแวะท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆในเมืองจันทบุรีได้มากยิ่งขึ้น  จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (Motorway)  ผ่านอำเภอบ้านบึง มุ่งสู่อำเภอแกลง เมื่อพบกับสามแยก อำเภอแกลงให้เลี้ยวซ้าย ใช้ทางหลวงหมายเลข 3 จนถึง จันทบุรี รวมระยะทางประมาณ 230 กิโลเมตร ก่อนเข้าเมืองจะถึงสี่แยกเขาไร่ยา  ถ้าเลี้ยวขวาจะเข้าสู่ตัวอำเภอเมือง จันทบุรี  ตรงไปจะไปจังหวัดตราด เลี้ยวซ้ายจะไปเขาคิชฌกูฏ ซึ่งมีระยะทางอีกประมาณ 17 กิโลเมตรเท่านั้น  จุดนี้มีป้ายชัดเจนไม่ต้องกลัวหลงทาง และที่สำคัญช่วงเทศกาลจะมีป้ายทางไปเขาคิชฌกูฏตลอดเส้นทาง ขอแนะนำเลยนะครับว่า การขึ้นเขาคิชฌกูฏ ให้ใช้บริการรถกระบะขึ้นเขาจะดีที่สุด เพราะระยะทางไกลมาก ถ้าไม่ฟิตหรือมีเวลามากพอ ผมบอกเลยว่าลำบากสุดๆ บริเวณแยกเขาไร่ยา จะมีป้ายบอกทางชัดเจน ส่วนท่านที่เดินทางมาเหนื่อยๆ ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกินนะครับ เพราะมีร้านค้าก่อนขึ้นสู่เขาคิชฌกูฏมากมายให้เติมพลังก่อนการเดินทาง ภาพบรรยากาศร้านค้ามากมายก่อนการขึ้นเขาคิชฌกูฏ ก่อนการขึ้นเขาคิชฌกูฏ ก็อย่าลืมแวะซื้อพลอยเพื่อทำการบูชารอยพระพุทธบาทหลวงกันนะครับ ราคาก็อยู่ที่ 3 ซอง 20 บาท และสิ่งที่นิยมใช้บูชาก็คือดอกดาวเรือง และธูปเทียน เส้นทางสู่ยอดเขาจะมีนักท่องเที่ยวและแสวงบุญ โปรยดอกดาวเรืองตลอดเส้นทาง ดูเหลืองอร่ามสวยงามดีครับยังไงก็เตรียมขึ้นไปด้วยนะครับ มีจำหน่ายทั่วไปเลยครับไม่ต้องกลัวขาดแคลน คำอธิษฐานบูชาและคำแนะนำการบูชา ซึ่งจะได้รับจากร้านค้าที่จำหน่ายเครื่องบูชาดอกดาวเรืองและธูปเทียน การขึ้นนมัสการรอยพระพุทธบาทหลวง จะต้องขึ้นเขาที่มีความสูงมาก จึงมีรถกระบะคอยให้บริการอยู่ 2 ระยะ ค่าบริการจะอยู่ที่ระยะละ 50 บาท รวมค่าบริการทั้งขึ้นและลง จะตกอยู่ที่ราคา 200 บาทต่อท่าน… Read More »

ทำบุญวัดเขาสุกิม จันทบุรี

เมืองจันทบุรีนอกจากจะมีชื่อเสียง และได้รับความนิยม เกี่ยวกับการเดินทางไปแสวงบุญที่เขาคิชฌกูฏแล้ว ยังมีอีก 1 แห่งที่ชาวไทยไปทำบุญคือที่วัดเขาสุกิม ซึ่งสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวและทำบุญกันได้ทุกวันตลอดทั้งปี วัดเขาสุกิม ตั้งอยู่ในเขตตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ห่างจากตัวเมืองประมาณ 20 กิโลเมตร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2509 ด้วยแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่มีต่อ หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย โดยมี จุดประสงค์เพื่อใช้เป็นที่บำเพ็ญภาวนาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป โดยเริ่มต้นใน ปี พ.ศ. 2509 พันโทสนิท พร้อมด้วยคุณนายประนอม บูรณะคุณและคุณรัตนา เอกครพานิช ได้มีจิตศรัทธาบริจาคที่ดิน จำนวน 6 ไร่ 50 ตารางวา ถวายเพื่อสร้างวัด และต่อมามีความศรัทธาต่อหลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย อย่างกว้างขวาง ตลอดระยะเวลานานกว่า 30 ปี ก็มีการพัฒนาวันอย่างต่อเนื่อง มีอาคารศาสนสถานเกิดขึ้นมากมาย รวมถึงสิ่งของมากมายที่ได้รับมาจากผู้ศรัทธา สถานที่ของวัดเขาสุกิม มีความร่มรื่น ตั้งบนเขาในป่าอันร่มรื่น ทำให้ผู้คนหลั่งไหลไปที่วัดเขาสุกิมเป็นจำนวนมากในแต่ละปี ปัจจุบันวัดเขาสุกิมมีที่ดินที่เป็นของวัดจำนวน 3,344 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่โรงเรียนมัธยมวัดเขาสุกิม จำนวน 50 ไร่ และพื้นที่โรงพยาบาลวัดเขาสุกิม จำนวน 14 ไร่ จึงเหลือพื้นที่ของวัด จำนวน 3,280 ไร่ เป็นสถานที่มีความสำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดจันทบุรี นักท่องเที่ยวและผู้ที่มีจิตศรัทธา สามารถเดินขึ้นบันไดเพื่อขึ้นไปนมัสการได้ หรือผู้ที่ร่างกายไม่พร้อมจะเลือกนั่งรถรางไฟฟ้าขึ้นไปแทนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายก็ได้ บริเวณวัดตั้งอยู่สูงขึ้นไปบนเนินเขา ทางวัดได้สร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่ปางต่าง… Read More »