วัดแสนภุมราวาส (กกสับนอก) ฉะเชิงเทรา หลวงพ่อทอง เกจิดังในท้องถิ่น

By | December 16, 2017
Share on Facebook107Pin on Pinterest0Share on Google+0Tweet about this on Twitter


https://youtu.be/nv-ueSYA1cI

วัดแสนภุมราวาส (กกสับนอก) เมืองแปดริ้วฉะเชิงเทรา หลวงพ่อทอง ภุมมปัญโญ… สวัสดีครับ ท่านผู้ติดตามเรื่องราวการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยความศรัทธา วันนี้ผมได้มีโอกาสเดินทางไปยังเมืองแปดริ้ว หรือฉะเชิงเทรา ผ่านไปยัง อ.ราชสาส์น จึงแวะท่องเที่ยววัดในท้องถิ่นดูบ้าง ซึ่งนานๆครั้งจะได้แวะท่องเที่ยวแบบนี้ โดยที่แทบไม่มีข้อมูลเรื่องราว ตั้งใจว่าจะไปหาข้อมูลข้างหน้า

ผมเดินทางผ่านมายัง อ.บางคล้ามุ่งตรงสู่ อ.ราชสาส์น และได้เห็นซุ้มประตูวัดกกสับนอกข้างถนน จึงได้เลี้ยวรถเข้าไปเยี่ยมชม

ลานวัด

พื้นที่ลานวัดค่อนข้างกว้างขวางสามารถเลือกจอดได้ตามสะดวก ทั้งนี้สามารถหาที่จอดตามร่มไม้ก็ได้นะครับ เพราะยังมีร่มไม้ให้เลือกจอดอีกเยอะ

เมื่อผมจอดรถเป็นที่เรียบร้อย จึงได้พบกับบรรยากาศที่เงียบสงบด้วยเพราะเป็นวัดในท้องถิ่น ที่จะคึกคักก็ต้องเมื่อมีงานบุญทางพระพุทธศาสนาหรือพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น …เรื่องของนักท่องเที่ยวคงไม่มีใครจะแวะชม

พระอุโบสถ

การเดินทางมาที่นี่ ผมพอจะทราบเรื่องราวในอดีตว่า มีพระเกจิท้องถิ่นได้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมา นั่นก็คือหลวงพ่อทอง ภุมมปัญโญ ท่านเป็นพระที่ชาวบ้านแถบนี้ให้ความเคารพศรัทธาอย่างมาก อีกทั้งตามประวัติของวัดแห่งนี้ หลวงพ่อทองได้ริเริ่มสร้างขึ้นมา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2460

ชาวบ้านกกสับนอก จึงร่วมกันสร้างรูปหล่อหลวงพ่อทองเพื่อสักการะ ระลึกถึงคุณหลวงพ่อ มาตราบจนถึงทุกวันนี้

วิหารหลวงพ่อทอง

ภายในวิหารหลวงพ่อทอง

ภายในวิหารหลวงพ่อทอง ประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อทองและหลวงปู่เจิม… จากการสอบถามชาวบ้านบอกว่าหลวงพ่อทองเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ส่วนหลวงปู่เจิมเป็นพระที่เคยจำพรรษาที่วัดกกสับนอกแห่งนี้ ต่อไปมาได้ย้ายไปจำพรรษาที่จังหวัดนครปฐม

แต่ชาวบ้านมีความศรัทธาหลวงปู่เจิม จึงได้สร้างรูปหล่อท่านเพื่อกราบสักการะด้วยเช่นกัน

หนองลาดควาย

วัดนี้แต่เดิม ชาวบ้านเรียกชื่อว่า “วัดหนองคันบวย” เพราะที่ตั้งวัดอยู่ใกล้กับหนองนํ้าที่มีลักษณะคล้ายกระบวยตักนํ้า ครั้นภายหลังชาวบ้านไล่ต้อนควายใช้หนองนํ้านี้เป็นที่อาบดื่มกิน จึงเรียกชื่อหนองนํ้านี้ใหม่ว่า “หนองไล่ควาย” พอนนานไปก็เพี้ยนเสียงเป็น “หนองลาดควาย” มาจนทุกวันนี้

ศาลาสวดหน้าไฟข้างหนองลาดควาย (ใกล้พัง)

วันที่ผมเดินทาง เป็นช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ.2560 อากาศเย็นลง มีลมพัด บรรยากาศสบายๆ …เลยรู้สึกเสียดายที่ศาลาตรงนี้ใกล้พัง เพราะเป็นจุดนั่งพักผ่อนที่ดีมากเลยทีเดียว ตรงข้าวก็เป็นร่มโพธิ์ใหญ่ดูร่มรื่น สามารถชมคลิปบรรยากาศได้ครับ ผมติดไวให้ชมแล้วด้านบนบทความนี้

บริเวณหอฉันและกุฏิสงฆ์

ศาลาการเปรียญ

ป้ายวัดหน้าหอฉัน

ผมได้สอบถามชาวบ้านกกสับนอก คือคุณแม่ชลอ ใหม่หะลา ได้เล่าให้ฟังว่าจากการบอกเล่าของพ่อว่า สมัยหลวงพ่อทองยังทรงขันธ์ ท่านเป็นพระเกจิที่เรืองวิทยาคมรูปหนึ่ง มีเรื่องราวว่าสมัยก่อนวัดแห่งนี้มีผีดุ แต่หลวงพ่อทองได้จัดการผีเหล่านั้นด้วยวิทยาคมของท่าน … สามารถรับฟังเรื่องเล่าจากคลิปวีดีโอครับ

คุณแม่ชลอ ใหม่หะลา ชาวบ้านกกสับนอกถ่ายทอดเรื่องราว

ประวัติวัดแสนภุมราวาส (กกสับนอก)

วัดแสนภุมราวาส (กกสับนอก) สังกัดมหานิกาย อยู่ในเขตปกครองคณะสงฆ์ตำบลเมืองใหม่ อำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา ภาค 12 ตั้งอยู่ที่บ้านกกสับ หมู่ที่ 4 ตำบลเมืองใหม่ อำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา อาณาเขต ทิศเหนือและทิศตะวันตกจรดคลองกกสับ ทิศใต้จรดหนองลาดควาย ทิศตะวันออกจรดคลองชลประทาน

วัดนี้มีประวัติศาสตร์หลักฐานความว่า สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2460 โดยหลวงพ่อทองภุมมปญโญ ร่วมกับประชาชนในท้องถิ่น และนายแสน ใหม่ผึ้ง เป็นผู้บริจาคที่ดินให้จำนวน 25 ไร่ 3 งาน 96 ตารางวา เมื่อสร้างวัดเสร็จแล้วจึงเริ่มสร้างพระอุโบสถ ได้ทำพิธีวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2482 ต่อมา พระอุโบสถหลังนี้ได้ชำรุดทรุดโทรมลง ไม่สามารถจะบูรณะให้ดีได้ จึงได้เริ่มรื้อถอนและสร้างใหม่ขึ้นแทน เมื่อ พ.ศ. 2515 สร้างเสร็จได้ทำพิธีวิสุงคามสีมาใน พ.ศ. 2515 นั่นเอง

วัดนี้แต่เดิม ชาวบ้านเรียกชื่อว่า “วัดหนองคันบวย” เพราะที่ตั้งวัดอยู่ใกล้กับหนองนํ้าที่มีลักษณะคล้ายกระบวยตักนํ้า ครั้นภายหลังชาวบ้านไล่ต้อนควายใช้หนองนํ้านี้เป็นที่อาบดื่มกิน จึงเรียกชื่อหนองนํ้านี้ใหม่ว่า “หนองไล่ควาย” พอนนานไปก็เพี้ยนเสียงเป็น “หนองลาดควาย” มาจนทุกวันนี้

ต่อมา มีศึกษาธิการอำเภอพนมสารคาม ชื่อนายกระแสร์ สุชาติ ได้มาเยี่ยมโรงเรียน เมื่อทราบประวัติผู้บริจาคที่ให้และผู้ดำริสร้างวัด จึงได้เปลี่ยนชื่อวัดเสียใหม่ว่า วัดแสนภุมราวาส โดยอาจใช้นาม ผู้บริจาคที่ดิน คือ นายแสน ใหม่ผึ้ง กับฉายาหลวงพ่อทอง คือ ภุมมปญโญ นั่นเอง

ตามบันทึก หลวงพ่อทอง ละสังขารเมื่อปี พ.ศ.2489

คัดลอกประวัติจาก :
หนังสือแนะนำจังหวัดฉะเชิงเทรา ฉบับอำเภอราชสาส์น โดย ผศ.ประเสริฐ ศีลรัตนา, อาจารย์จินดา เนื่องจำนงค์

สรุปปิดท้าย

แม้จะเป็นวัดในท้องถิ่น แต่ก็ยังมีเรื่องราวให้สามารถได้ศึกษาตามรอย จึงเป็นอีกหนึ่งวัดที่ผู้เขียนขอบันทึกเรื่องราวเป็นจารึกไว้… ขอขอบพระคุณการติดตาม แล้วพบกันใหม่ สวัสดีครับ

ช่องทางการติดตามเรื่องราว ภารกิจเที่ยววัด

ติดตามเรื่องราวผ่าน Facebook เพจได้ที่ www.facebook.com/faith108

หรือติดตามช่อง YouTube Channel ได้ที่ www.youtube.com/FaithThaiStory

แบ่งปันเรื่องราวการท่องเที่ยววัดที่กลุ่ม รวมพลคนชอบเที่ยววัด

เว็บไซต์หลัก ที่ www.faiththaistory.com

Share on Facebook107Pin on Pinterest0Share on Google+0Tweet about this on Twitter
 

ADVERTISEMENT