Tag Archives: ฉะเชิงเทรา

วัดแสนภุมราวาส (กกสับนอก) ฉะเชิงเทรา หลวงพ่อทอง เกจิดังในท้องถิ่น

https://youtu.be/nv-ueSYA1cI วัดแสนภุมราวาส (กกสับนอก) เมืองแปดริ้วฉะเชิงเทรา หลวงพ่อทอง ภุมมปัญโญ… สวัสดีครับ ท่านผู้ติดตามเรื่องราวการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยความศรัทธา วันนี้ผมได้มีโอกาสเดินทางไปยังเมืองแปดริ้ว หรือฉะเชิงเทรา ผ่านไปยัง อ.ราชสาส์น จึงแวะท่องเที่ยววัดในท้องถิ่นดูบ้าง ซึ่งนานๆครั้งจะได้แวะท่องเที่ยวแบบนี้ โดยที่แทบไม่มีข้อมูลเรื่องราว ตั้งใจว่าจะไปหาข้อมูลข้างหน้า ผมเดินทางผ่านมายัง อ.บางคล้ามุ่งตรงสู่ อ.ราชสาส์น และได้เห็นซุ้มประตูวัดกกสับนอกข้างถนน จึงได้เลี้ยวรถเข้าไปเยี่ยมชม พื้นที่ลานวัดค่อนข้างกว้างขวางสามารถเลือกจอดได้ตามสะดวก ทั้งนี้สามารถหาที่จอดตามร่มไม้ก็ได้นะครับ เพราะยังมีร่มไม้ให้เลือกจอดอีกเยอะ เมื่อผมจอดรถเป็นที่เรียบร้อย จึงได้พบกับบรรยากาศที่เงียบสงบด้วยเพราะเป็นวัดในท้องถิ่น ที่จะคึกคักก็ต้องเมื่อมีงานบุญทางพระพุทธศาสนาหรือพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น …เรื่องของนักท่องเที่ยวคงไม่มีใครจะแวะชม การเดินทางมาที่นี่ ผมพอจะทราบเรื่องราวในอดีตว่า มีพระเกจิท้องถิ่นได้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมา นั่นก็คือหลวงพ่อทอง ภุมมปัญโญ ท่านเป็นพระที่ชาวบ้านแถบนี้ให้ความเคารพศรัทธาอย่างมาก อีกทั้งตามประวัติของวัดแห่งนี้ หลวงพ่อทองได้ริเริ่มสร้างขึ้นมา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2460 ชาวบ้านกกสับนอก จึงร่วมกันสร้างรูปหล่อหลวงพ่อทองเพื่อสักการะ ระลึกถึงคุณหลวงพ่อ มาตราบจนถึงทุกวันนี้ ภายในวิหารหลวงพ่อทอง ประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อทองและหลวงปู่เจิม… จากการสอบถามชาวบ้านบอกว่าหลวงพ่อทองเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ส่วนหลวงปู่เจิมเป็นพระที่เคยจำพรรษาที่วัดกกสับนอกแห่งนี้ ต่อไปมาได้ย้ายไปจำพรรษาที่จังหวัดนครปฐม แต่ชาวบ้านมีความศรัทธาหลวงปู่เจิม จึงได้สร้างรูปหล่อท่านเพื่อกราบสักการะด้วยเช่นกัน วัดนี้แต่เดิม ชาวบ้านเรียกชื่อว่า “วัดหนองคันบวย” เพราะที่ตั้งวัดอยู่ใกล้กับหนองนํ้าที่มีลักษณะคล้ายกระบวยตักนํ้า ครั้นภายหลังชาวบ้านไล่ต้อนควายใช้หนองนํ้านี้เป็นที่อาบดื่มกิน จึงเรียกชื่อหนองนํ้านี้ใหม่ว่า “หนองไล่ควาย” พอนนานไปก็เพี้ยนเสียงเป็น “หนองลาดควาย” มาจนทุกวันนี้ วันที่ผมเดินทาง เป็นช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ.2560 อากาศเย็นลง มีลมพัด บรรยากาศสบายๆ …เลยรู้สึกเสียดายที่ศาลาตรงนี้ใกล้พัง เพราะเป็นจุดนั่งพักผ่อนที่ดีมากเลยทีเดียว ตรงข้าวก็เป็นร่มโพธิ์ใหญ่ดูร่มรื่น สามารถชมคลิปบรรยากาศได้ครับ ผมติดไวให้ชมแล้วด้านบนบทความนี้… Read More »

เที่ยววัดจรเข้ตาย ฉะเชิงเทรา ตามรอยตำนานจระเข้ยักษ์

https://youtu.be/wDYkpBi_cWg สวัสดีกันอีกครั้ง ในภารกิจการเดินทางท่องเที่ยวัดตามสไตล์บ้านๆของผม ช่วงที่ผ่านมาเป็นวันหยุดยาวหลายวันผมจึงได้โอกาสเดินทางไกลขึ้นเล็กน้อย โดยมีเป้าหมายที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งก็มีเป้าหมายหลายๆวัดและก็มีวัดที่น่าสนใจมากมาย วัดที่ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปชมในครั้งนี้ จะมีชื่อที่ฟังแล้วก็แปลกดี เพราะชื่อว่า “วัดจรเข้ตาย” ตั้งอยู่ที่บ้านจรเข้ตาย ต.บางคา อ.ราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา  เมื่อได้ยินชื่อวัดแล้ว ผมก็ต้องคิดไปว่าต้องมีเรื่องราวตำนานเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้เป็นแน่ และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะมีเรื่องเล่าตำนานเมื่อครั้งปี พ.ศ. 2400 ตำนานจระเข้ยักษ์ หมู่บ้านนี้ตั้งขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2400 ตามประวัติมีผู้เล่าว่า นายจ้อย นางยัง เป็นผู้เข้ามาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้ก่อนผู้อื่นได้ตั้งบ้านเรือนขึ้นในบริเวณแถบนี้ ต่อมามีครอบครัวนายกับและนายหลุ่ม ได้อพยพเข้ามาหากินอยู่ด้วยโดยตั้งบ้านเรือนใกล้กัน สำหรับครอบครัวของนายกับได้มีผู้อาศัยอยู่ด้วยเป็นคนลาวชื่อนายสาม อยู่ได้ไม่นานนักนายสามออกไปเลี้ยงควายแล้วหายไป ชาวบ้านได้ออกติดตามไปพบว่าถูกจระเข้ลากไปกินอยู่ที่หนองนํ้าแห่งหนึ่ง ต่อมาพวกวัว ควาย และสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านทั้งสามก็ถูกจระเข้ลักไปกินอีก บางครั้งก็กัดวัวควายที่ลงอยู่ในคลองจนเป็นที่เดือดร้อนกันไปทั่ว เมื่อทนไม่ไหวจึงได้ติดต่อหมอจระเข้มาทำการปราบ โดยทำการตั้งศาลเพียงตาตรงปากคลองที่แยกจากคลองท่าลาด เพราะเชื่อว่าเป็นถํ้าจรเข้ เล่ากันว่าสามารถปราบจรเข้ได้มากมาย แต่มีอยู่ตัวหนึ่งซึ่งใหญ่และเชื่อว่าคงเป็น หัวหน้าได้พยายามสู้หมอ แต่สู้ไม่ได้จึงหนีไปตามลำคลอง ในที่สุดก็ไปติดตรงส่วนที่แคบที่สุดของคลอง จึงได้ถูกชาวบ้านที่ติดตามไป ฆ่าตาย แล้วนำมารวมกันที่ศาลเพียงตา ในการนี้มีชาวบ้านต่างถิ่นเดินทางมาดูกันมาก เมื่อกลับไปก็ไปบอกต่อๆ กันว่าไปบ้านจรเข้ตายมา จึงได้พากันเรียก หมู่บ้านนี้ว่า “บ้านจรเข้ตาย” เมื่อผมเดินทางมาถึงวัดจรเข้ตาย ก็ขับรถตรงเข้ามาจอดติดริมคลอง ซึ่งจะมีศาลเพียงตาและศาลาท่าน้ำอยู่… บรรยากาศในวัดค่อนข้างเงียบ พื้นที่ค่อนข้างโล่ง อากาศร้อนพอสมควรเพราะผมเดินทางในช่วงเดือนเมษายน แต่ก็พอมีร่มเงาต้นไว้บริเวณริมคลองนี่แหละครับ ซึ่งผมก็มานั่งพักฟังเสียงนกร้อง ก็รู้สึกสงบดี ตรงศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่จรเข้ทอง จะมีหุ่นจระเข้ตั้งอยู่ดูน่ากลัวดีครับ และบ่อข้างๆ ก็มีหุ่นจระเข้ เล่นเอาผมตกใจพอสมควรเพราะเดินเพลินๆ แล้วบังเอิญเห็นแล้วใจหายแว๊บ จุดต่อไปที่ผมเดินทางไปกราบไหว้บูชาคือวิหารอดีตเจ้าอาวาสวัดจรเข้ตาย… Read More »

วัดชมโพธยาราม ฉะเชิงเทรา จำลองแบบจากสังเวชนียสถาน 4 ตำบล

https://youtu.be/WocNzSQAsFQ สวัสดีกันอีกครั้ง วันนี้ผมจะพาทุกท่านไปเที่ยวเมืองแปดริ้วหรือจังหวัดฉะเชิงเทรานั่นเอง เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ผมเดินทางมาบ่อยครั้ง เพราะมีวัดท่องเที่ยวมากมายซะจริงๆ สำหรับวันนี้ผมจะพาทุกท่านไปเที่ยวที่วัดชมโพธยาราม วัดชมโพธยาราม ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง ฉะเชิงเทรา เป็นวัดที่มีความพิเศษคือ ได้จำลองสังเวชนียสถานมาไว้ทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ สถานที่ประสูติ, ตรัสรู้, ปฐมเทศนา และปรินิพพาน ผมเดินทางมาในช่วงปีใหม่ พ.ศ. 2559 แต่ต้องบอกว่าผิดคาดที่ผู้คนไม่เยอะอย่างที่คิด ซึ่งน่าจะเป็นเพราะนักท่องเที่ยวเดินทางไปยังวัดหลวงพ่อโสธรกันมากกว่า จากการเดินทางผ่านถนนเส้นที่ไปยังวัดหลวงพ่อโสธร ผมก็สังเกตุว่ามีปริมาณรถที่หนาแน่นพอสมควร ผมจึงเปลี่ยนเป้าหมายมายังวัดชมโพธยารามก่อน จุดแรกเราจะเห็นความโดดเด่นของเจดีย์พุทธคยาสีทองอร่าม ซึ่งสภาพปัจจุบันก็มีสภาพที่กำลังปรับปรุงพื้นที่โดยรอบ รวมถึงสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าหรือสวนลุมพินี ก็กำลังปรับปรุงเช่นกัน ผมจอดรถใกล้เคียงกับเจดีย์พุทธคยา ซึ่งมีร่มไม้อยู่ ส่วนพื้นทีอื่นๆก็สามรถจอดได้นะครับ แต่จะเป็นพื้นที่โล่ง จุดแรกที่ผมจะเข้าไปชมคือ เจดีย์พุทธคยา เป็นสถานที่อันแสดงถึงสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ซึ่งสามารถเดินเข้าไปชมด้านในและเดินขึ้นไปได้ด้วยครับ ภายในเจดีย์พุทธคยา จะมีภาพเขียนผนัง และประดิษฐานพระพุทธรูปอยู่หลายองค์ หลังจากชมพื้นที่ด้านล่างของพระเจดีย์แล้ว ผมก็เดินขึ้นไปยังชั้นที่ 2 ของเจดีย์ ซึ่งจะเป็นสถานที่จัดเก็บของโบราณ เป็นพิพิธภัณฑ์ของวัดครับ บริเวณชั้น 2 จะเป็นพิพิธภัณฑ์และสามารถเดินต่อขึ้นไปด้านบนได้อีก แต่ผมก็ไม่ได้เดินขึ้นไปนะครับ เพราะเดินทางมาคนเดียวไม่มีเพื่อนครับ มันดูเงียบๆพิกล ฮ่าๆ ผมจึงขอลงจากเจดีย์ไปยังสถานที่อื่นต่อไปครับ สถานที่ต่อไปคือธัมเมกชสถูป ปัจจุบันเรียกว่า สารนาถ เป็นสถานที่แสดงถึงสถานที่ปฐมเทศนาของพระพุทธเจ้าแก่เหล่าปัญจวคีย์ทั้ง 5 ที่ป่าอสิปตนมฤคทายวัน ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 หรือวันอาสาฬหบูชานั่นเอง ภายในธัมเมกขสถูปจะประดิษฐานพระแก้วมรกตองค์จำลองทรงเครื่องฤดูฝน หลังจากที่ผมได้กราบไหว้พระเรียบร้อยแล้ว ผมก็ออกมาไปยังสถานที่ปรินิพพานต่อไป… Read More »

เที่ยววัดโพรงอากาศ ชมเจดีย์แบบอินเดีย ไหว้พระพิฆเนศที่ฉะเชิงเทรา

https://youtu.be/dYbxkUtKKSo สวัสดีครับกับภารกิจเที่ยววัด ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา หรือเมืองแปดริ้ว… จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นจังหวัดที่มีวัดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากมายโดยเฉพ าะวัดวาอารามต่างๆซึ่งผมก็ได้แวะเวียนไปเที่ยวอยู่เป็นระยะ วัดในฉะเชิงเทราที่ผมเดินทางไปเที่ยวแล้ว ชมได้ที่ลิ้งค์นี้ >>> วัดในฉะเชิงเทรา สำหรับครั้งนี้ ผมจะพาท่านเดินทางไปเที่ยวที่วัดโพรงอากาศ ซึ่งมีความโดดเด่นขององค์พระเจดีย์สีทองอร่ามในรูปแบบศิลปะแบบอินเดีย อีกทั้งยังประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุให้กราบไหว้บูชาอีกด้วย และใกล้เคียงกันก็ยังมีพระพิฆเนศปางนั่งประทานพรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกให้บูชา ผมขับรถมาเรื่อยๆ จะมองเห็นเจดีย์สีทอง และพระพิฆเนศแต่ไกลเลยครับ วัดโพรงอากาศเกิดจากพลังความเลื่อมใสของชาวบ้านที่เลื่อมใสในตัวพระอาจารย์สมชาย พุทธสโร จึงได้มีการบริจาคที่ดินบริเวณตำบลโพรงอากาศ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว รวมเนื้อที่ทั้งหมด 48 ไร่ และพระอาจารย์สมชาย พุทธสโร ได้เริ่มก่อสร้างอุโบสถในปี พ.ศ. 2539 อุโบสถใหญ่ที่สร้างแล้วเสร็จเป็นทรงมหาเจดีย์ สีทองอร่ามสวยงามจนเป็นจุดเด่นภายในตำบลโพรงอากาศสามารถมองเห็นได้แต่ไกล หลังจากหาที่จอดรถเรียบร้อยแล้ว ผมก็เดินขึ้นมาภายในซึ่งจะเป็นส่วนด้านล่างของพระเจดีย์ จะจัดไว้สำหรับการจุดธูปเทียนบูชาพระ และปิดทองลูกนิมิต ที่วัดประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อโสธร และพระพุทธชิราชให้กราบไหว้ สำหรับผู้ที่มีจิตศรัทธาต่อพระพิฆเนศ ที่วัดก็สร้างไว้ห้บูชากันด้วยครับ หลังจากนั้นผมก็เดินขึ้นบันได เพื่อไปชมพระเจดีย์ด้านบน เมื่อเดินขึ้นมาด้านบน เราจะได้เห็นทิวทัศน์ของวัด และองค์พระพิฆเนศขนาดใหญ่ปางนั่งประทานพร ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อขึ้นมาด้านบน แม้ว่าจะมีแสงแดดที่ร้อนแรงแต่ก็ไม่ได้ร้อนอย่างที่คิดเลยครับ มีลมพัดแรงตลอดเวลาเลยทีเดียว นักท่องเที่ยวก็แวะเวียนมากันอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย …ภายในพระอุโบสถประดิษฐานหลวงพ่อโสธรองค์จำลองให้บูชาครับ ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดฉะเชิงเทรา … ท่านใดที่ชอบท่องเที่ยววัด โดยเฉพาะมีสถานที่สวยงามก็ขอแนะนำสถานที่แห่งนี้เลยครับ รับรองไม่ผิดหวัง และอีกอย่างที่ขอแนะนำ สำหรับท่านที่เดินทางมาแล้วจะถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ถ้ามีเลนส์แบบกว้างจะดีมาก เพราะจะเก็บภาพได้หมด สำหรับผมนั้นไม่มีครับ เก็บภาพได้ยากมากจริงๆ ปัจจุบันพระพิฆเนศ คงสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว น่าจะมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น แล้วผมจะตามไปเที่ยวอีกครั้งแน่นอนครับ…   ช่องทางการติดตามเรื่องราว ภารกิจเที่ยววัด… Read More »

เที่ยววัดสาวชะโงก ตำนานโศกนาฏกรรมความรัก และกราบหลวงพ่อเหลือ

https://youtu.be/y0fjstQmsI8 สวัสดีครับ วันนี้ผมเดินทางมาถึงจังหวัดฉะเชิงเทราและเป็นช่วงจังหวะพายุเข้าประเทศไทยพอดิบพอดี เล่นเอาผมถึงกับเซ็งไปพอสมควรเพราะหลายๆโปรแกรมที่ตั้งใจไว้ก็ได้ยกเลิกไปด้วยเพราะสภาวะอากาศไม่เอื้ออำนวย แต่ก็ได้เดินทางไปเที่ยววัดบ้างเช่นกัน หนึ่งในนั้นก็คือ “วัดสาวชะโงก” ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.สาวชะโงก อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ที่ผมตัดสินใจเดินทางมาท่องเที่ยวที่วัดแห่งนี้ ก็เนื่องด้วยเหตุผล 2 ประการหลักคือ ที่วัดแห่งนี้มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับการสร้างวัดในชื่อว่า “วัดสาวชะโงก” ซึ่งเป็นตำนานโศกนาฏกรรมความรัก ของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวคู่หนึ่ง ตำนานเครื่องรางวัตถุมงคลอันลือลั่น นั่นก็คือ “ปลัดขิก” ของหลวงพ่อเหลือ ที่เชื่อกันว่าเป็นปลัดขิกอันดับหนึ่งของเมืองไทย การเดินทางไปวัดสาวชะโงก ผมได้เดินทางตามเส้นทางมาจากวัดสมานรัตนาราม มาตามเส้นทางถนนหมายเลข 304 ซึ่งท่านสามารถดูตามแผนที่การเดินทางด้านล่างนี้ ผมเดินทางไปถึงวัดก็ยังมีบรรยากาศฝนปรอยๆ อยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังสามารถที่จะเดินชมพื้นที่ในวัดได้สะดวกอยู่ระดับหนึ่ง … วัดสาวชะโงกจะอยู่ติดกับแม่น้ำบางปะกง ทำให้มีบรรยากาศที่ดี มีวิวทิวทัศน์สวยงาม เหมาะแก่การเดินทางมาท่องเที่ยว บริเวณที่จอดรถ ผมจอดอยู่ใกล้กับศาลแม่เฒ่าซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง ศาลแม่เฒ่า ได้สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยหลวงพ่อเหลือ เป็นเจ้าอาวาส… ครั้งนั้นกำลังมีการก่อสร้างกุฏิพระในวัด จึงมีการลอยท่อนซุงมาตามลำแม่น้ำบางปะกง เพื่อใช้ในการก่อสร้าง แต่ปรากฏว่ามีท่อนซุงตะเคียนท่อนหนึ่งได้เกิดการแสดงปาฏิหาริย์ ไม่สามารถลากขึ้นมาบนฝั่งได้ … จึงได้แจ้งหลวงพ่อเหลือ จึงมีพิธีอัญเชิญท่อนซุงท่อนนั้นขึ้นจากน้ำ และทำการตั้งศาลแม่เฒ่าไว้บริเวณหน้าวัด ริมแม่น้ำบางปะกงตั้งแต่นั้นมา … เป็นศาลที่ได้รับความเคารพนับถือของผู้คนในท้องถิ่นมาเป็นเวลาช้านาน ผมเดินวนเวียนที่ริมแม่น้ำบางปะกง สังเกตุเห็นปริมาณน้ำที่เยอะมากพอสมควร อาจจะเป็นเพราะช่วงหลังๆ มีพายุเข้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อว่าเวลาผ่านไปไม่ได้ไม่นาน ซึ่งก่อนหน้านี้น้ำแล้งมาก แต่ตอนนี้น้ำเยอะมากจริงๆ ภายในพระวิหารหลวงพ่อเหลือ จะมีรูปหล่อหลวงพ่อเหลือและอดีตเจ้าอาวาสรูปอื่นๆ ให้กราบไหว้บูชาและปิดทอง ส่วนด้านหลังเป็นองค์หลวงพ่อโสธรจำลอง และพระพุทธชินราชจำลอง หลวงพ่อเหลือ หรือพระครูนันทธีราจารย์ เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดสาวชะโงก ดำรงตำแหน่งเมื่อปี… Read More »

พระสถูปเจดีย์แห่งชัยชนะ พระเจ้าตาก ปากน้ำโจ้โล้ ฉะเชิงเทรา

https://youtu.be/te08PvYFCTs สวัสดีครับ วันนี้ผมจะพาท่องเที่ยวไปที่เมืองแปดริ้ว หรือฉะเชิงเทรา จุดหมายจะอยู่ที่อำเภอบางคล้า … ณ จุดนี้จะมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในช่วงการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เมื่อ ปีพ.ศ.2310 … เพราะเป็นจุดปะทะครั้งหนึ่งของกองทัพพม่าและกองกำลังของพระยาวชิรปราการ (พระเจ้าตาก) จุดสำคัญจุดนี้คือ บริเวณปากน้ำโจ้โล้ ซึ่งป็นจุดบรรจบของคลองท่าลาดและแม่น้ำบางปะกง ตามพระราชพงศาวดารฉบับราชหัตถเลขากล่าวว่า หลังจากที่พระยาวชิรปราการ (พระเจ้าตาก) ได้ฝ่าวงล้อมของกองทัพพม่าจากกรุงศรีอยุธยามาฝั่งตะวันออกเริ่มต้นจากวัดพิชัยสงคราม (ลองอ่านตามลิ้งค์วัดพิชัยสงครามนะครับ จะมีเรื่องราวรวมบทความเส้นทางเดินทัพพระยาตากอีกหลายจุด) ซึ่งผ่านการปะทะกันเป็นระยะๆ จนกระทั่งมาถึง ณ บริเวณปากน้ำโจ้โล้ จึงเป็นอีกครั้งที่กองทัพพม่าได้ยกทัพติดตามมาทัน โดยมีกองทัพเรือและกองทัพบกคอยหนุนกำลังโจมตีกองทัพไทย แต่ก็เช่นเคย ที่กองทัพของพระเจ้าตากได้มีชัยเหนือศัตรูอีกครั้ง และหลังจากนั้นกองทัพพม่าก็ไม่ติดตามกองทัพพระเจ้าตากอีกเลย หลังจากที่พระเจ้าตากสามารถกอบกู้เอกราชคืนมาจากพม่าได้  และปราบดาภิเษกเป็นพระเจ้ากรุงธนบุรี จึงได้โปรดเกล้าให้สร้างพระสถูปเจดีย์ขึ้น ณ บริเวณปากน้ำโจ้โล้ เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะ แต่พระสถูปเจดีย์ได้เกิดการพังทลายจากการพัดพาของกระแสน้ำ เมื่อปี พ.ศ. 2491 ต่อมาทางรัฐบาลไทยได้รับงบประมาณ ได้รับการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ 2 ไร่ 2 งาน 38.4 ตารางวาในการก่อสร้างพระสถูปเจดีย์องค์ใหม่ในบริเวณเดิม ลักษณะทรงระฆังมีซุ้มทั้ง 4 ด้าน เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2539 แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 การเดินทางและสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง อนุสรณ์สถาน พระสถูปเจดีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จะอยู่ใกล้เคียงกับวัดปากน้ำโจ้โล้ ถ้าเดินทางมาจากตลาดน้ำบางคล้า ก่อนถึงวัดปากน้ำโจ้โล้… Read More »

พาชมต้นโพธิ์สีขาว เจดีย์โบราณอายุกว่า 100 ปี ที่วัดเตาอิฐ ฉะเชิงเทรา

https://youtu.be/M3oDpxqTMNo สวัสดีครับ กลับมาพบกับการเดินทางท่องเที่ยววัดอีกครั้งของผม สำหรับครั้งนี้ผมเดินทางไปไกลถึงจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นช่วงเวลาประจวบเหมาะพอดีที่ผมจะเดินทางไปทำธุระที่นั่น … จึงได้ใช้โอกาสนี้เดินทางไปท่องเที่ยววัดต่างๆในจังหวัดฉะเชิงเทราให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ วัดแห่งแรกที่อยู่ในแผนงานครั้งนี้ คือ “วัดเตาอิฐ” หลายๆท่านอาจจะไม่คุ้นชื่อเท่าไหร่นัก และไม่รู้ว่ามีความสำคัญอย่างไร … เนื่องจากว่าผมได้ทราบข่าวว่า ที่วัดเตาอิฐแห่งนี้ มีสิ่งแปลกๆ ที่ไม่ค่อยจะได้เห็นกันนัก นั่นก็คือ “ต้นโพธิ์สีขาว” ต้นโพธิ์สีขาว ทำให้วัดเตาอิฐ มีชื่อเสียงขึ้นมา รวมถึงตัวผมเองด้วยครับ… ถ้าไม่มีข่าวนี้ ผมคงไม่ได้เดินทางมาที่นี่แน่นอน นอกจากต้นโพธิ์สีขาวที่เป็นจุดเด่นของวัดเตาอิฐแล้ว ก็ยังมีเจดีย์โบราณ ซึ่งสันนิษฐานว่ามีอายุมากกว่า 100 ปี เพราะวัดแห่งนี้สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2415 ซึ่งก็ล่วงเลยเวลามานานนับร้อยปี สำหรับลักษณะของเจดีย์ ก็แปลกตาสำหรับผมซะจริงๆ เพราะไม่เคยเห็นเจดีย์ลักษณะนี้ โดยมีลักษณะ ปล้องไฉนเป็นบัว องค์บัลลังค์เพรียว… ฐานทรงกลมเป็นชั้น… เราเริ่มออกเดินทางไปยังวัดเตาอิฐกันเลยครับ การเดินทางมายังวัดเตาอิฐ วัดเตาอิฐ ตั้งอยู่ หมู่ที่ 4 ตำบลบางคา อำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา ผมเดินทางจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วเลี้ยวขวาไปที่อำเภอพนมสารคาม จนกระทั่งถึงสี่แยกอำเภอบางคล้า แล้วผมก็เลี้ยวซ้ายเข้าไปที่อำเภอบางคล้า แล้วขับตามเส้นทางไปตลาดน้ำบางคล้า ผ่านหน้าตลาดน้ำเจอกับสามแยกแรกผมก็ขับรถไปตามถนนหลายเลข 3378 ไปยังอำเภอราชสาส์นและอำเภอพนมสารคาม สำหรับท่านที่ไม่เคยเดินทางมา ก็อาจจะไม่คุ้นเคยเส้นทาง อาจจะต้องเปิดแผนที่การเดินทางไปยังอำเภอราชสาสน์ นะครับ หรือดูคลิปวีดีโอการเดินทางบน Youtube ที่ผมได้โพสไว้ด้านบนบทความนี้   ผมขับรถผ่านโรงเรียนไพบูลย์ประชานุกูล อีกเล็กน้อยก็จะเจอป้ายเลี้ยวซ้ายไป อำเภอราชสาส์น แล้วครับ… Read More »

ชมโบสถ์เก่าสมัยรัชกาลที่ 5 อายุกว่า 130 ปี วัดเสม็ดเหนือ ฉะเชิงเทรา

https://youtu.be/caNIs9iSWyY สวัสดีครับ วันนี้ผมเดินทางออกจากพระนครศรีอยุธยา มายังจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่งที่ผมเดินทางมาบ่อยครั้ง และมีวัดที่น่าสนใจให้ท่องเที่ยวมากมาย สำหรับครั้งนี้ผมเดินทางไปที่วัดเสม็ดเหนือ ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่โบสถ์หลังเก่า ที่มีอายุมากกว่า 130 ปี สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 แต่ปัจจุบันได้ทำการบูรณะไปหมดแล้ว เหลือเพียงบรรยากาศด้านในที่ยังคงความเก่าไว้บ้าง แรกเริ่มที่ผมคิดจะเดินทางมาที่วัดเสม็ดเหนือเพราะว่า จะมาถ่ายรูปโบสถ์โบราณ เก็บไว้เป็นที่ระลึก แต่ก็มาไม่ทันเสียแล้ว โดยโบสถ์ได้รับการบูรณะไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 การเดินทางไม่ยากอย่างที่คิดครับ โดยผมเดินทางเข้าสู่จังหวัดฉะเชิงเทรา แล้วเลี้ยวขวามาที่ อ.พนมสารคาม จะผ่านวัดหัวสวน (โบสถ์สแตนเลส) แล้วให้หาทางกลับรถ ทั้งนี้เราจะมองเห็นป้ายบอกทางตลอดเส้นทางอยู่แล้วนะครับ นอกจากจุดเด่นของพระอุโบสถเก่าแก่แล้ว ก็จะมีห้องน้ำสีชมพู และพระสีวลี ที่เป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยว ประวัติพอสังเขปของวัดเสม็ดเหนือ ตามประวัติกล่าวว่า วัดเสม็ดเหนือ ได้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2419 ในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ … แต่เดิมนั้นชาวบ้านจะเรียกวัดนี้ว่า “วัดทุ่งเสม็ด” จนกระทั่งต่อมาในปี พ.ศ. 2445 จีนเล็ก งามสง่า ได้ทำการถวายที่ดินแก่วัดเพิ่มขึ้นและเป็นผู้ที่อุปถัมภ์วัดมาโดยตลอด โบราณสถานสำคัญของวัดเสม็ดเหนือ คือพระอุโบสถ หลังเก่า ซึ่งมีลักษณะก่ออิฐถือปูน หลังคาทรงไทยมุงด้วยกระเบื้องดินเผาแบบปลายแหลมและลดชั้นเป็นหลังคาพะไลคลุมโดยรอบ หน้าบันทำด้วยไม้อุดเรียบ ที่กรอบหน้าบันประดับเครื่องไม้ เช่น ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ เป็นต้น โดยรอบพระอุโบสถมีซุ้มประดิษฐานใบเสมาทรงกูบบนชุดฐานบัว และมีกำแพงแก้วก่ออิฐถือปูนล้อมรอบบริเวณของพระอุโบสถอีกชั้นหนึ่ง ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ที่มา : สำนักศิลปากรที่… Read More »

เที่ยววัดหงษ์ทอง โบสถ์และพระธาตุเจดีย์กลางทะเล ฉะเชิงเทรา

เที่ยววัดหงษ์ทอง โบสถ์และพระธาตุเจดีย์กลางทะเล ฉะเชิงเทรา สวัสดีครับ วันนี้ผมจะพาเดินทางไปพักผ่อนในบรรยากาศลมทะเลเย็นๆ สบายๆ ได้สงบจิตสงบใจในวันพักผ่อนสุดสัปดาห์ โดยผมจะเดินทางไปยังวัดหงษ์ทอง จังหวัดฉะเชิงเทรา จุดเด่นของวัดหงษ์ทองคือ จะมีพระธาตุเจดีย์และโบสถ์สร้างยื่นออกไปในทะเล เป็นสิ่งที่แปลกตาจากวัดทั่วๆไป ผมได้เห็นรูปภาพความสวยงามของวัดนี้ จึงได้วางแผนจะเดินทางไปท่องเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์ทันที การเดินทางมายังวัดหงษ์ทอง ผมได้ใช้เส้นทางจากสมุทรปราการวิ่งเส้นสุขุมวิทสายเก่า ผ่านอำเภอคลองด่าน และอำเภอบางบ่อ เมื่อถึงอำเภอบางบ่อ จะเห็นร้านค้าขายปลาสลิดตากแห้งตลอดเส้นทาง ขับไปสักระยะจะเห็นป้ายกลางถนนขนาดใหญ่เข้าเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา ผ่านไปอีกประมาณ 500 เมตร จะเห็นป้ายชัดเจนของวัดหงษ์ทอง ไม่หลงทางแน่นอนครับ วันที่ผมเดินทาง เป็นวันอาทิตย์ จึงมีผู้คนเดินทางมาวัดค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่ได้วุ่นวายมากมายนะครับ ส่วนมากจะมากันเป็นครอบครัว มีเด็กๆน่ารักๆ มากับพ่อแม่ ผมมองว่าเป็นบรรยากาศดีมากเลยทีเดียว เมื่อผมมาถึงบริเวณวัด ก็ได้หาที่จอดรถ ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางมากสามารถเลือกจอดได้ตามจุดที่วัดจัดไว้ให้ครับ วัดหงษ์ทองแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ ตำบลสองคลอง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ตามประวัติได้เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2533 และพระครูปรีชา ประภากร เข้ารับตำแหน่งเจ้าอาวาส ตั้งแต่ ปี 2534 จนถึงปัจจุบัน ได้ตั้งกฎระเบียบต่าง ๆ ในวัดไว้อย่างเข้มงวด เช่น ห้ามมิให้พระออกเรี่ยไร มิให้เสพสิ่งเสพติดทุกชนิด มิให้ดูโทรทัศน์ ฟังเพลง เล่นหวยล๊อตเตอรี่ มิให้จัดงานมหรสพ เป็นต้น พระครูปรีชา ประภากร ได้เป็นผู้นำชาวพุทธปฏิบัติศาสนกิจอย่างสม่ำเสมอ ในช่วงวันสำคัญทางศาสนาต่างๆ และได้พัฒนาวัดหงษ์ทองแห่งนี้ให้เจริญและเป็นที่รู้จักแก่บุคคลทั่วไป วันที่ผมเดินทางไปวัด จะเห็นคนสวมชุดขาวบางส่วน… Read More »

เที่ยวชมโบสถ์สแตนเลส วัดหัวสวน เมืองแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา

เที่ยวชมโบสถ์สแตนเลส วัดหัวสวน เมืองแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา วันนี้ได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดฉะเชิงเทราอีกครั้ง เพื่อจะไปชม Unseen ของเมืองแปดริ้วอีกแห่งหนึ่ง นั่นก็คือ วัดหัวสวน ซึ่งมีจุดเด่นสำคัญและเป็นแลนด์มาร์คของวัดนั่นก็คือ โบสถ์สแตนเลส ทั้งหลัง เป็นการสร้างจากวัสดุที่แปลกแตกต่างจากวัดโดยทั่วไป ด้วยมีวัตถุประสงค์คือต้องการให้โบสถ์แห่งนี้มีอายุยาวนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ความเป็นมาของวัดหัวสวน ปัจจุบัน ณ ปี พ.ศ. 2557 ถือว่าวัดหัวสวนมีอายุกว่า 115 ปี มาแล้ว  เมื่อปี พ.ศ. 2440 ชาวบ้านในละแวกหัวสวน ได้มีมติเห็นพ้องกันว่า ควรที่จะสร้างวัดเพื่อเป็นศูนย์รวมของชาวบ้านที่มีจิตศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เนื่องจากวัดแห่งอื่นมีระยะทางที่ห่างไกลออกไป โดยผู้ที่เริ่มบริจาคที่ดินให้สร้างวัดคือ นายทอง นายแสง นายพุ่ม และนายปั่น และเริ่มสร้างวัดใน ปี พ.ศ. 2440 ได้รับอนุญาตให้ตั้งเมื่อ ปี พ.ศ. 2443 และ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ ปี พ.ศ. 2471  เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร โดยมีพระอาจารย์ปลั่ง เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก โบสถ์สแตนเลส วัดหัวสวน โบสถ์สแตนเลส วัดหัวสวน ตั้งอยู่ที่ ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา สร้างด้วยสแตนเลสทั้งหลัง โดยมีจุดประสงค์ให้โบสถ์แห่งนี้มีอายุยาวนาน… Read More »