ตามรอยหลวงพ่อผินะ พระผู้ละสังขารในท่านั่งสมาธิ วัดสนมลาว สระบุรี

By | December 3, 2017
Share on Facebook185Pin on Pinterest0Share on Google+0Tweet about this on Twitter


https://youtu.be/xga_bt_bxnU

ตามรอยหลวงพ่อผินะ พระผู้ละสังขารในท่านั่งสมาธิ วัดสนมลาว (วัดไทยงาม) สระบุรี… สวัสดีครับท่านผู้ติดตามเรื่องราวการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยความศรัทธา ก่อนที่ผมจะเดินทางมายังวัดสนมลาวครั้งนี้ เนื่องจากผมได้ฟังเรื่องเล่าเกี่ยวกับหลวงพ่อผินะจากรายการ The Shock 13  ด้วยชื่อของหลวงพ่อผินะ เป็นชื่อที่แปลกซึ่งผมไม่คุ้นเคยมาก่อน อีกทั้งมีเรื่องราวเกี่ยวกับการละสังขารของท่านอยู่ในท่านั่งสมาธิ รวมถึงทราบว่าท่านเป็นพระที่เคยศึกษาธรรมกับหลวงปู่มั่นอีกด้วย

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ผมจึงได้วางแผนเดินทางไปยังวัดสนมลาวในวันรุ่งขึ้นทันที

ทางเข้าวัดสนมลาว

วัดสนมลาว ตั้งอยู่ที่ ต.โคกแย้ อ.หนองแค จ.สระบุรี ซึ่งไม่ห่างจากถนนเส้นหลัก (ถนนพหลโยธิน) เท่าไหร่นัก เดินทางสะดวกมากครับ ห่างจากแยกหินกองเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น สามารถดูแผนที่ประกอบการเดินทางด้านล่างครับ

แผนที่ไปวัดสนมลาว

ผมใช้เวลาเดินทางไม่นานนัก จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาใช้เวลาราวๆ 1 ชั่วโมงเท่านั้น

ซุ้มประตูเข้าพื้นที่วัดสนมลาว

เมื่อเข้ามาสู่พื้นที่วัด จะเห็นทิวเขาลูกเตี้ยๆ รายล้อมเรียงว่าเขาโป่งแร้ง ได้บรรยากาศที่ดีมากครับ

ทิวเขาในบริเวณวัด

บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างเงียบ ส่วนมากจะมีเฉพาะลูกศิษย์ที่นับถือหรือทราบเรื่องราวของหลวงปู่ผินะ จึงจะเดินทางมา

ศาลาหลวงปู่ผินะ

ปัจจุบันทางวัดได้อัญเชิญสังขารของหลวงปู่ผินะจากสุสานผินะ มาเก็บรักษาไว้บนศาลาเพื่อให้ศิษยานุศิษย์ได้กราบไหว้บูชา

สังขารหลวงปู่ผินะ บนศาลา

จากการสอบถามหลวงพี่อ๊อพ พระที่วัดสนมลาวได้บอกว่า สังขารหลวงปู่ผินะได้ใช้เรซินโอบครอบไว้ เพื่อรักษาสภาพ ดังภาพที่เห็นในปัจจุบันนี้

หลวงพี่อ๊อพ ให้ข้อมูล

หลวงพี่อ๊อพ ได้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวัดสนมลาวว่า แต่เดิมวัดแห่งนี้เป็นวัดร้าง ต่อมาหลวงพ่อผินะได้ธุดงค์มาถึงและเห็นว่าเป็นสถานที่เหมาะแก่การอยู่ปฏิบัติธรรมและละสังขาร ท่านจึงได้ทำการบูรณะวัดขึ้นมา

ผมได้สอบถามต่อว่า วัดแห่งนี้เหลือโบราณสถานให้ได้ชมหรือไม่ หลวงพี่อ๊อพบอกว่า ยังพอมีซากอิฐโบราณหลงเหลือบนภูเขาอยู่บ้าง แต่ไม่เหลือโครงสร้างให้เห็นแล้วในปัจจุบัน

ในใจผมคิดว่าจะลองขึ้นไปดูสภาพโบราณสถานที่หลงเหลือ ซึ่งหลวงพ่ออ๊อดบอกว่าสามารถขึ้นไปได้ เพราะมีบันไดขึ้น… แต่ผมก็ต้องหยุดความตั้งใจนั้นเพราะ วันเดินทางดังกล่าวไปคนเดียว จิตใจจึงหวั่นๆไม่ค่อยกล้า เลยยุติความคิดครับ ฮ่าๆ

วัตถุมงคลให้บูชา

วัตถุมงคลให้บูชา

วัตถุมงคลให้บูชา

หลวงพี่อ๊อพ ได้แนะนำถึงวัตถุมงคลที่มีให้บูชาในปัจจุบัน (ปี 2560) เป็นวัตถุมงคลกรุที่หลวงพ่อผินะได้สร้างไว้ และได้ค้นพบจากการย้ายรูปปั้นพระสังกัจจายนะ ทำให้รูปปั้นแตกออกและพบว่าภายในมีพระกรุอยู่… ทางวัดจึงนำออกให้บูชาเพื่อเป็นทุนทรัพย์ในการก่อสร้างศาลาวิหารหลวงพ่อผินะให้มั่นคงถาวรยิ่งขึ้น

เจดีย์สุสานผินะ

ที่เจดีย์สุสานผินะ แต่เดิมนั้นใช้เป็นสถานที่บรรจุสังขารของท่าน ต่อมาได้อัญเชิญสังขารของท่านไปเก็บรักษาบนศาลาให้ลูกศิษย์ได้กราบไหว้บูชา

บรรยากาศภายในวัด

สถานที่บูชาวัตถุมงคล

พื้นที่ภายในวัด

ผมได้เดินชมพื้นที่ภายในวัด ซึ่งไม่ได้กว้างขวางเท่าไรนัก และได้พูดคุยกับผู้เดินทางมาวัดซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้ที่มีความศรัทธาต่อหลวงพ่อผินะ ได้รับฟังเรื่องราวที่ผมไม่เคยรู้ และตอกย้ำว่าหลวงพ่อผินะเป็นพระที่มีผู้ศรัทธามากมายเพียงแต่ตัวผมเองไม่เคยได้รู้ประวัติท่านมาก่อนเท่านั้น

ผู้ที่นับถือหลวงพ่อผินะมีทุกระดับ โดยเฉพาะข้าราชการระดับนายตำรวจ นายทหารจะให้ความเคารพศรัทธาท่านเป็นพิเศษ เพราะหลวงพ่อผินะ ท่านได้สร้างวัตถุมงคลที่ลูกศิษย์ต่างมีความปรารถนานั่นก็คือ “ดาวมงคล” นั่นเอง

ลูกศิษย์จึงมีความเชื่อว่า วัตถุมงคลของหลวงพ่อผินะ จะเด่นในเรื่องของตำแหน่งทางการงาน

ตำนานวัดสนมลาว

จากประวัติศาสตร์จังหวัดสระบุรีกล่าวว่า คนลาวที่อพยพมาอยู่สระบุรีมีผู้ที่เคยเป็นเจ้าเมืองสระบุรี เช่น พระยาสุราราชวงศ์ เจ้าเมืองสระบุรีสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นชาวลาวพุงดำที่อพยพมาอยู่ถิ่นนี้ตั้งแต่รัชสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี

พระสยามลาวบดี ปลัดเจ้าเมืองสระบุรีสมัยรัชกาลที่ 4 ก็เป็นชาวลาวเช่นกัน

ที่ตำบลโคกแย้ อำเภอหนองแค มีวัดอยู่สองวัด คือ วัดสนมลาว (วัดไทยงาม) และวัดสนมไทย (วัดเขาพนมยงค์) วัดสนมไทยเป็นทีอยู่ของคนไทยอยุธยา ส่วนวัดสนมลาวเป็นถิ่นที่อยู่ของกลุ่มชนที่อพยพมาจากนครเวียงจันทน์ได้มาอยู่บ้านโป่งแร้ง บ้านหนองผักชี และบ้านสนมลาว

ชาวบ้านเล่าสืบต่อกันมาว่าครั้งหนึ่ง พระมหากษัตริย์แห่งกรุงสยามเสด็จเยี่ยมชาวบ้านกลุ่มนี้ได้มีชาวบ้านผู้หนึ่งทูลถวายบุตรสาวของตนเพื่อเป็นบาทบริจาริกา พระองค์ก็ทรงรับไว้ต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นพระสนมเอก

วันหนึ่งพระสนมเอกผู้นี้ได้กลับมาเยี่ยมบ้านเดิมของตน พบว่าญาติพี่น้องยึดมั่นในพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง แต่ไม่มีวัดที่จะประกอบศาสนพิธี เมื่อเดินทางกลับพระนครแล้วจึงกราบบังคมทูลให้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ช่วยสร้างวัดให้ พระมหากษัตริย์พระองค์นั้นจึงโปรดฯ ให้ช่างหลวงมาสร้างวัดให้และโปรดฯ ให้สร้างพระเจดีย์ไว้ด้วย (ปัจจุบันยังมีหลักฐานเหลืออยู่) ที่เชิงเขาโป่งแร้ง และพระราชทานนามวัดว่า วัดพระสนมลาววิหาร แต่ชาวบ้านนิยมเรียกสั้น ๆ ว่า วัดสนมลาว

จากตำนานดังกล่าว หนังสือที่ระลึกวัดสนมลาวได้กล่าวว่า พระมหากษัตริย์ที่สร้างวัดสนมลาวคือ พระบรมไตรโลกนาถแห่งกรุงศรีอยุธยา ในราวปี พ.ศ.2020 – 2030

ต่อมาวัดสนมลาวได้ร้างลง จนกระทั่งหลวงพ่อผินะได้ธุดงค์มาถึง จึงได้ทำการบูรณะวัดแห่งนี้ขึ้นมาอีกครั้ง

ทัศนะของผมเกี่ยวกับตำนานวัดสนมลาว

จากข้อมูลเรื่องราวตำนานวัดสนมลาวดังกล่าวเบื้องต้น ทำให้ผมเกิดความสนใจเพื่อการเก็บข้อมูลบันทึกให้รอบด้าน จึงได้สอบถามหลวงพ่ออ๊อพว่า วัดสนมลาวเหลือซากโบราณสถานให้เห็นอยู่หรือไม่ … หลวงพี่อ๊อดได้บอกว่า ปัจจุบันเหลือซากอยู่บ้างแต่โครงสร้างพังทลายหมดแล้ว สามารถเดินขึ้นไปบนเขาได้ เพราะมีบันไดทางขึ้น…

เนื่องด้วยการเดินทางครั้งนี้ (พฤศจิกายน พ.ศ.2560) ผมเดินทางมาคนเดียว จึงไม่ได้ขึ้นไปเก็บภาพตามที่หลวงพี่อ๊อพได้บอก ในโอกาสต่อไป ผมจะขึ้นไปเก็บภาพบริเวณเชิงเขาเพื่อประกอบการบันทึกถึงเรื่องราวตำนานวัดสนมลาวให้ครบถ้วนยิ่งขึ้นต่อไป

 

รูปหลวงพ่อผินะ สมัยเป็นพระหนุ่ม

ประวัติหลวงพ่อผินะ (พอสังเขป)

หลวงพ่อผินะ ปิยธโร มีนามเดิมว่า ทวาย หาญสาริกิจ เกิดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2456 บ้านหัวลำโพง อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ในวัยเยาว์หลวงพ่อมีโรคประจำตัวรักษาไม่หาย มีอาการคือหลังการร้องไห้ทุกครั้ง จะต้องมีอาการชักจนหน้าเขียว โยมมารดาพาไปหาหมอรักษาโรคแต่อาการไม่ดีขึ้น ครั้นพอหมดหนทางจึงได้พาบุตรชายไปหาหลวงพ่อสิน เจ้าอาวาสวัดหนองเตา ต.โนนขี้เหล็ก อ.เมือง จ.อุทัยธานี

หลวงพ่อสินระบุว่า ชื่อทวาย เป็นกาลกิณี ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นผินะ มาจากคำว่าผิน แปลว่า หันหน้า, หันหลัง, เปลี่ยนทิศทาง, ไม่แยแส, หรือเลิกคบกัน นับแต่นั้นอาการดังกล่าวได้ทุเลาลง

พออายุครบบวชจึงได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดหนองเต่า โดยมีพระครูอุดมคุณาภรณ์ เจ้าคณะอำเภอทัพทัน เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระมหาอำนวย เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ในระหว่างเป็นพระภิกษุ พระผินะได้ขออนุญาตเจ้าอาวาสออกไปจำพรรษาที่วัดเกาะเทโพ อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ได้ศึกษาพระธรรมจากหลวงตาคำ ให้รู้ถึงสังขารร่างกายมนุษย์และสัตว์ ล้วนมีเกิด แก่ เจ็บ ตาย ร่างกายเน่าเปื่อย

พ.ศ.2481 ท่านสอบได้นักธรรมตรี และออกธุดงค์ ฝึกปฏิบัติกัมมัฏฐาน ณ วัดถ้ำตะโกพุทธโสภา อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ก่อนจะเดินธุดงค์ไปในหลายจังหวัด ในภาคเหนือ ภาคใต้ ประเทศพม่า ลาว เขมร อินเดีย

พ.ศ.2485 พระผินะได้ศึกษาและปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต วัดป่าสุทธาวาส จ.สกลนคร, หลวงปู่ฝั้น อาจาโร, หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน และพระอาจารย์อีกหลายรูปที่ได้ฝากตัวเป็นลูกศิษย์

พ.ศ.2527 หลวงพ่อผินะจาริกธุดงค์ผ่านมาถึงวัดโบราณ บ้านสนมลาวเขาโบถส์ ต.โคกแย้ อ.หนองแค จ.สระบุรี เป็นวัดร้าง แต่มีสถานที่เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรม ชาวบ้านจึงนิมนต์ให้จำพรรษาที่วัดแห่งนี้ ปัจจุบันกลายเป็นวัดสนมลาว

หลวงพ่อผินะ เคยปรารภกับคณะศิษยานุศิษย์ว่า สถานที่แห่งนี้มีความเหมาะสมใช้เป็นที่ละสังขาร และได้มอบหมายให้จัดสร้างเตรียมไว้ล่วงหน้า เป็นอ่างน้ำด้านล่าง ที่ใส่สังขารอยู่ด้านบน อันเป็นปริศนาธรรม หมายถึงการอยู่เหนือพ้นน้ำ ดังเช่น บัวสี่เหล่าที่พระพุทธองค์ได้ทรงกล่าวเทศนาไว้ หรืออีกนัยหนึ่งคือ เหนือการตาย เวียนว่ายตายเกิด สำหรับสุสานที่เก็บสังขารหลวงพ่อผินะ คณะศิษยานุศิษย์ได้จัดสร้างเจดีย์ ลักษณะคล้ายองค์พระปฐมเจดีย์ครอบไว้สูงประมาณ 10 เมตร ด้านหน้ามีรูปหลวงพ่อผินะ ใต้ฐานเจดีย์เป็นน้ำ มีปลาแหวกว่าย

ปัจจุบันนี้ทางวัดได้อัญเชิญสังขารของท่านมาเก็บรักษาบนศาลาในท่านั่งสมาธิตามที่หลวงพ่อได้บอกไว้ก่อนการละสังขาร

คำสั่งเสียของหลวงพ่อผินะ

ก่อนหน้านี้หลวงพ่อผินะได้ทำหนังสือเขียนสั่งไว้ มีใจความว่า “เมื่อฉันละสังขาร ขอให้ปฏิบัติตามนี้ คือ

ห้ามฉีดยาศพโดยเด็ดขาด
ให้เก็บศพไว้ในสภาพนั่งขัดสมาธิ
ให้บรรจุศพไว้ในที่เตรียมไว้ ณ สุสานผินะ
ไม่ต้องมีการสวดศพ
ไม่ต้องบอกคนมาก
ห้ามเผาศพโดยเด็ดขาด

สั่ง ณ วันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ.2545
ลงชื่อ พระผินะ ปิยธโร พระอาจารย์ใหญ่ประธานคณะปฏิบัติธรรม วัดสนมลาววิหาร

วันละสังขารของหลวงพ่อผินะ

หลวงพ่อผินะ ปิยธโร ละสังขารเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2545 ด้วยอาการสงบในท่านั่งสมาธิ สิริรวมอายุได้ 89 ปี

หลวงพ่อผินะ ละสังขารในท่านั่งสมาธิ

จากเรื่องราวทั้งหมด เป็นเรื่องที่อัศจรรย์สำหรับผมมากเลยทีเดียว แต่เดิมเคยได้ยินเพียงชื่อหลวงพ่อผินะ แต่เมื่อได้เริ่มรับรู้เรื่องราว ยิ่งทำให้ผมอยากจะรู้เรื่องราวของท่านมากยิ่งขึ้น แต่ก็เป็นที่เสียดายที่ท่านได้มรณภาพไปแล้ว เหลือเพียงเรื่องราวที่บอกเล่ากันในหมู่คณะศิษย์ที่มีความเลื่อมใสศรัทธาต่อหลวงพ่อผินะ ไม่เสื่อมคลาย

ปัจจุบันนี้ (พฤศจิกายน 2560) ทางวัดสนมลาวได้มีโครงการก่อสร้างศาลาหลวงพ่อผินะ เพื่อเก็บรักษาสังขารของหลวงพ่อให้ลูกศิษย์ได้มากราบไหว้บูชา และให้เป็นสถานที่ ที่มีความมั่นคงถาวรมากยิ่งขึ้น จึงขอเรียนเชิญท่านที่มีจิตศรัทธาเดินทางร่วมกุศลได้ตามกำลังศรัทธาครับ

ขอขอบคุณการติดตามเรื่องราวตามรอยศรัทธา แล้วพบกันใหม่ สวัสดีครับ…

จำลอง สิมพลีนรก (นรกต้นงิ้ว) ในวัด… เป็นขุมนรกที่คนเจ้าชู้ไม่กลัว…

ช่องทางการติดตามเรื่องราว ภารกิจเที่ยววัด

ติดตามเรื่องราวผ่าน Facebook เพจได้ที่ www.facebook.com/faith108

หรือติดตามช่อง YouTube Channel ได้ที่ www.youtube.com/FaithThaiStory

แบ่งปันเรื่องราวการท่องเที่ยววัดที่กลุ่ม รวมพลคนชอบเที่ยววัด

เว็บไซต์หลัก ที่ www.faiththaistory.com

Share on Facebook185Pin on Pinterest0Share on Google+0Tweet about this on Twitter
 

ADVERTISEMENT

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *