วัดโลกยสุธาราม พระพุทธไสยาสน์ พระนอนใหญ่ที่สุดในเกาะเมืองอยุธยา

By | April 12, 2018
Share this...
Share on Facebook
Facebook
312Tweet about this on Twitter
Twitter
Share on LinkedIn
Linkedin


https://youtu.be/xHYzIFI-_1Y

วัดโลกยสุธาราม พระพุทธไสยาสน์ พระนอนใหญ่ที่สุดในเกาะเมืองอยุธยา… สวัสดีครับ ท่านผู้รักการเดินทางท่องเที่ยววัดและตามรอยทุกท่าน ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปกราบนมัสการพระพุทธรูปปางไสยาสน์หรือที่เราเรียกกันแบบสามัญว่า พระนอนองค์ใหญ่ที่สุดในเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา สถานที่เราจะเดินทางไปก็คือ วัดโลกยสุธาราม

ผมเดินทางมายังวัดแห่งนี้บ่อยครั้ง ได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ขององค์พระพุทธรูปประดิษฐานกลางแจ้ง มีผู้คนและคณะทัวร์เดินทางมาเที่ยวชมและกราบนมัสการไม่ขาดสาย โดยเฉพาะวัดหยุดจากการงานจะมีผู้ตนเดินทางมาอย่างคึกคัก ด้วยเพราะเป็นสถานที่ได้รับความนิยมมากอีกแห่งหนึ่ง

แต่ผมประทับใจภาพบรรยากาศในงานบุญวันสงกรานต์ปีหนึ่ง ซึ่งผมเคยเดินทางและถ่ายรูปไว้ เป็นบรรยากาศการห่มผ้าพระนอน จึงขอนำภาพบรรยากาศมาแบ่งปันให้ได้รับชม… ผมสอบถามชาวบ้านแถบนี้ ได้ความว่า จะมีการจัดงานบุญห่มผ้าองค์พระนอนเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนเมษายน

นักท่องเที่ยวถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

ประวัติพอสังเขป

วัดโลกยสุธาราม สันนิษฐานว่าได้สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง ในรัชสมัยสมเด็จพระนครินทราธิราช พระราชบิดาเจ้าสามพระยา ราว พ.ศ. 1995 วัดนี้มีพระพุทธไสยาสน์ ปางไสยาสน์ ที่ใหญ่ที่สุดในเกาะเมืองอยุธยา ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง ก่ออิฐถือปูน มีความยาว 42 เมตร และสูง 8 เมตร พระพักตร์หันไปทางทิศเหนือ ที่พระเศียรมีดอกบัวรองรับ พระบาทซ้อนกันเป็นมุมฉาก นิ้วพระบาทยาวเท่ากัน มีดอกบัวเกยซ้อนรองรับพระเศียรแทนพระเขนย สันนิษฐานว่าแต่เดิมเป็นพระพุทธรูปไม่ทรงเครื่อง แต่การบูรณะใน พ.ศ. 2499 คงมีการแก้พระเศียรเป็นอย่างพระพุทธรูปทรงเครื่อง รอบองค์พระมีเสาอิฐ 8 เหลี่ยม รวม 24 ต้น ซึ่งแต่เดิมคงจะมีการสร้างวิหารครอบพระพุทธไสยาสน์ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าได้พังทลายลงเมื่อใด

พระพุทธไสยาสน์องค์นี้ได้รับการขุดแต่งโดยโรงงานสุรา ร่วมกับกรมศิลปากร เมื่อปี พ.ศ. 2497 และต่อมาในปี พ.ศ. 2532 คุณหญิงระเบียบ ธำรงนาวาสวัสดิ์ และครอบครัวได้บูรณะพระพุทธไสยาสน์เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ นาย ธำรง และ พลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี

Resource : https://th.wikipedia.org

งานบุญประจำปี วัดโลกยสุธาราม

ทุกๆปี จะมีการจัดงานบุญ นมัสการพระพุทธไสยาสน์และห่มผ้าหลวงพ่อ ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน บางครั้งก็ตรงกับวันสงกรานต์ ซึ่งต้องสอบถามในชุมชนครับ

ผมเดินทางไปงานบุญครั้งหนึ่ง ซึ่งตรงกับช่วงวันสงกรานต์ จึงนำภาพมาให้ชมกัน

พิธีแห่ผ้า

ในวันพิธีจะมีความคึกครื้น มีการฟ้อนรำกับแตรวงในงานอย่างสนุกสนาน

เตรียมห่มผ้าองค์พระ

เตรียมห่มผ้าพระนอน

ห่มผ้าองค์พระ

ช่วยกันห่มผ้าองค์พระ

ช่วยกันห่มผ้าองค์พระ

ห่มผ้าองค์พระเสร็จสมบูรณ์

วัดโลกยสุธารามมีรูปแบบแผนผังวัดวางตัวตามทิศตะวันออก-ตะวันตก มีปรางค์ประธานตั้งเป็นจุดศูนย์กลางของวัด ด้านหน้าปรางค์ประธานมีวิหาร 3 หลัง ตั้งเรียงกัน ด้านหลังปรางค์ประธานเป็นอุโบสถ และวิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์

ในปี พ.ศ.2497 ได้มีการบูรณะองค์พระพุทธไสยาสน์โดยการห่อหุ้มองค์พระใหม่ทั้งองค์ พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนรูปแบบเศียรพระเป็นแบบพระพุทธรุปทรงเครื่องอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

ปรางค์ประธานและอุโบสถ

ภาพก่อนการบูรณะองค์พระพุทธไสยาสน์

ภาพองค์พระพุทธไสยาสน์ก่อนการบูรณะ ได้รับการเอื้อเฟื้อมาจากเพจตามรอยวัดเก่าลุ่มน้ำลพบุรี ซึ่งได้รับมาจาก K.Disapong Netlomwong พิพิธภัณฑ์แห่งชาติพระนคร

ภาพองค์พระก่อนการบูรณะ

ภาพองค์พระก่อนการบูรณะ

ปิดท้ายที่วัดโลกยสุธาราม

วัดแห่งนี้แม้จะเป็นวัดร้าง แต่ความนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวและนมัสการองค์พระพุทธไสยาสน์ไม่ได้ลดลง เท่าที่ผมสังเกตุจะมีคณะทัวร์มากันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือต่างประเทศ

สำหรับชาวไทยนิยมเดินทางมาเพราะความโดดเด่นสวยงามขององค์พระและมีขนาดใหญ่ที่สุดในเกาะเมืองอยุธยา นอกจากการถ่ายภาพเป็นที่ระลึกและกราบไหว้ขอพรแล้ว บางส่วนมีความเชื่อถึงความศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นไปตามตำนานในพุทธประวัติ ที่กล่าวถึงที่มาของพระพุทธรูปปางนี้ นอกจากที่กล่าวว่าปางพระพุทธไสยาสน์ บางครั้งเรียกว่าปางโปรดพระราหูหรือปางปาฏิหาริย์

พระพุทธไสยาสน์ วัดโลกยสุธาราม อยุธยา

*ตำนานในพุทธประวัติกล่าวว่า

เมื่อครั้งสมัยพุทธกาลที่พระพุทธองค์แสดงปาฏิหาริย์ปราบทิฏฐิขององค์พระราหู ผู้เป็นราชาครองอสูร เนื่องจากพระราหูได้ทราบว่าเหล่าเทวดาให้ความเคารพนับถือพระพุทธเจ้า จึงปรารถนาที่จะฟังธรรม

แต่ด้วยทิฏฐิคิดว่าพระพุทธเจ้าเป็นเพียงมนุษย์มีร่างกายเล็ก จึงไม่มีความอ่อนน้อมต่อพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์จึงได้แสดงปาฏิหาริย์เนรมิตร่างของพระองค์ให้มีขนาดองค์ใหญ่ในลักษณะอริยาบถนอนตะแคง พระบาทซ้อนทับสูงใหญ่กว่าพระราหู จนพระราหูต้องแหงนหน้าเพื่อชมพุทธลักษณะ

จากนั้นพระพุทธองค์ได้พาพระราหูเที่ยวชมชั้นพรหม ซึ่งเหล่าพรหมล้วนมีองค์ขนาดใหญ่กว่าพระราหูทั้งสิ้น จนพระราหูเกิดความกลัวต้องหลบอยู่ข้างหลังพระพุทธองค์ นับแต่นั้นมาก็ลดทิฐิมานะ อ่อนน้อมต่อพระพุทธองค์ และเมื่อได้สดับฟังพระธรรมเทศนาจึงเกิดความเลื่อมใส ขอถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะที่พึ่งสูงสุด

*****************

https://youtu.be/eUVWew1kBqM

สุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณการติดตาม แล้วพบกันใหม่ในบทความต่อไป สวัสดีครับ…

ช่องทางการติดตามเรื่องราว ภารกิจเที่ยววัด

ติดตามเรื่องราวผ่าน Facebook เพจได้ที่ www.facebook.com/faith108

หรือติดตามช่อง YouTube Channel ได้ที่ www.youtube.com/FaithThaiStory

แบ่งปันเรื่องราวการท่องเที่ยววัดที่กลุ่ม รวมพลคนชอบเที่ยววัด

เว็บไซต์หลัก ที่ www.faiththaistory.com

Share this...
Share on Facebook
Facebook
312Tweet about this on Twitter
Twitter
Share on LinkedIn
Linkedin
 

ADVERTISEMENT