Faiththaistory.com

ตามรอยพระอริยะ หลวงพ่อเพา วัดถ้ำตะโก ลพบุรี


https://youtu.be/hNHz0oiHo6Y


https://youtu.be/oOWjTfNgcZw

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน ผมจะพาทุกท่านไปเที่ยวชมบรรยากาศการตามรอยพระอริยะ หลวงพ่อเพา พุทธสโร แห่งวัดถ้ำตะโก จังหวัดลพบุรี ซึ่งท่านได้เดินทางจาริกธุดงค์มาแถบเขาสมอคอนเมื่อราว พ.ศ.2445 และได้ร่วมกับชาวบ้านได้ก่อสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรม และเป็นที่ตั้งวัดถ้ำตะโก ตั้งอยู่ที่เทือกเขาสมอคอน มีบรรยากาศที่ร่มรื่นไปด้วยพันธุ์ไม้ต่างๆ ในบรรยากาศขุนเขาอันสวยงามยิ่งนัก อีกทั้งมีโบราณสถานที่สวยงามจากจิตกรรมฝาผนังที่เขียนขึ้นในราว พ.ศ. 2457 – 2460 ซึ่งปรากฏให้เห็นทั้งในวิหารและพระอุโบสถหลังเดิม ซึ่งตั้งบนภูเขา

เรื่องราวของวัดถ้ำตะโกแห่งนี้ มีความสำคัญเพราะหลวงพ่อเพาท่านได้ริเริ่มสร้าง อีกทั้งหลวงปู่มั่น ได้บอกกับหลวงพ่อชาว่า “พระอาจารย์เพา เป็นพระแท้องค์หนึ่ง” ซึ่งการกล่าวของหลวงปู่มั่น ถือได้ว่าหลวงพ่อเพาท่านเป็นพระอริยะอย่างแน่นอน ซึ่งก่อนที่ท่านจะมรณภาพ ท่านก็ได้เข้าไปในพระอุโบสถและละสังขารระหว่างการทำสมาธิ จึงถือได้ว่าสถานที่แห่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับครูบาอาจารย์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ที่น่ารักษาไว้ อีกทั้งยังมีโบราณสถานมากมายที่ควรมาทำการศึกษายิ่งนัก

หลวงพ่อเพา พุทธสโร

 

พระอุโบสถหลังใหม่ (ซ้าย) ศาลาการเปรียญหลังเดิม (ขวา)

วันที่เดินทางแสงแดดค่อนข้างจัด ทั้งๆที่ก่อนหน้าที่ผมจะเดินทางนั้น ฝนได้ตกมานานแทบทุกวัน ก็ถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เดินเที่ยวชมบรรยากาศโดยไม่ต้องกังวลถึงเรื่องฝน

ศาลาการเปรียญหลังเดิม

เมื่อเดินทางมาถึงวัด ก็จะพบกับฝูงลิงจำนวนมากพอสมควร แต่ไม่ต้องกังวลครับ เพราะลิงเหล่านั้นไม่ได้เข้ามาทำร้าย และถือว่าโชคดีมากที่มีกลุ่มเด็กและสามเณรพาเดินเที่ยวชทตลอดทริปอีกด้วย

เด็กและสามเณรพาเที่ยว

หลังจากจอดรถไว้เป็นที่เรียบร้อย กลุ่มผมก็เข้าไปสนทนากับเด็กและสามเณร ซึ่งได้อาสาพาเราเที่ยวชมบรรยากาศในวัด

บรรยากาศสู่ขุนเขา

 

ประตูขึ้นสู่ยอดเขา

ต้องถือว่าเป็นบรรยากาศที่น่าประทับใจตั้งแต่เริ่มต้นเลยครับ ที่มีผู้นำทางที่นำทางเราด้วยความจริงใจ แถมพูดคุยเรื่องราวต่างๆ ได้สนุกสนานตลอดการเดินทาง

พระพุทธเจ้าปางประสูติ

ขึ้นมาเพียงเล็กน้อย จะเห็นพระพุทธเจ้าปางประสูติ ดูสวยงามดีมากครับ เลยขอแวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

พระธาตุเจดีย์บรรจุอัฐิธาตุครูบาอาจารย์หลายองค์

พระอุโบสถหลังเดิม

เดินขึ้นไปก็จะพบกับพระอุโบสถหลังเดิม ดูเก่าไปตามสภาพที่มีอายุราวๆ 100 ปี แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือ พระอุโบสถถูกปิดไว้ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องเหล่าฝูงลิงมักเข้าไปภายในแล้วทำข้าวของพัง

หน้าบันพระอุโบสถ ปั้นตัวเลข พ.ศ.2457

ที่หน้าบันพระอุโบสถ ปั้นตัวเลข พ.ศ.2457 ซึ่งสันนิษฐานว่าพระอุโบสถแห่งนี้สร้างในปีนั้น ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปและมีจิตกรรมฝาผนังที่สวยงาม แต่เข้าไปไม่ได้ครับถูกล็อคกุญแจไว้

เข้าไปในอุโบสถไม่ได้ จึงได้แค่เปิดหน้าต่างมองชม

หน้าบันอีกด้านหนึ่งของพระอุโบสถหลังเดิม

ดูศิลปะหน้าบันก็ช่างสวยงามยิ่งนัก ในบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ ช่างสุนทรีย์จริงๆครับ

ภายในพระอุโบสถ

ภายในพระอุโบสถ

เมื่อกลุ่มผมเดินวนเวียนในพื้นที่พระอุโบสถแล้วก็ได้เดินทางไปต่อที่พระวิหารหลังเดิม

ทางเข้าพระวิหาร

พระวิหารสามารถเลื่อนประตูเข้าไปชมภายในกันได้ครับ ก็จะพบกับภาพจิตกรรมฝาผนังที่เขียนขึ้นเมื่อราวปี พ.ศ.2457 เขียนขึ้นโดยอุบาสกจัน

ภายในพระวิหาร

กลุ่มของเราเข้ามาภายในพระวิหารก็ต่างพากันถ่ายรูปกันอย่างเต็มที่ตามอัธยาศัยเลยทีเดียว ดูสีสดงดงามดีครับ

ภาพพระสงฆ์ปลงอสุภะ

ซุ้มเรือนแก้วประดิษฐานพระประธานในพระวิหาร

ภาพจิตรกรรมตรงซุ้มเรื่อนแก้ว จะเขียนว่า “พระเจดีย์เขาสิงขุดร”

เดินขึ้นสู่ พระเจดีย์ทรงเรือมรรคสัจจ์

พระเจดีย์ทรงเรือมรรคสัจจ์

บรรยากาศด้านบน

บรรยากาศด้านบน

ภาพพระวิหารจากพระเจดีย์ทรงเรือมรรคสัจจ์

ต้องบอกว่าสถานที่แห่งนี้มีความสวยงามตามธรรมชาติมากๆเลยครับ อยากเชิญชวนทุกท่านมาเที่ยวชมและศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์กันได้

เมื่อผมชมทิวทัศน์อันสวยงามของเทือกเขาสมอคอนแล้ว จึงได้เดินลงไปเพื่อชมรอยพระพุทธบาทจำลองหน้าพระวิหาร

รอยพระพุทธบาทจำลอง

พิจารณารอยพระพุทธบาท

เมื่อชมพระพุทธบาทจำลองกันแล้ว เด็กๆ และสามเณรที่นำทางก็แนะนำให้เดินทางไปดูถ้ำสาวกซึ่งอยู่ถัดไปจากพระวิหาร ซึ่งมีบรรยากาศที่เป็นป่ารกพอสมควร เนื่องจากไม่ค่อยมีใครจะขึ้นมานัก แต่ก็มีการสร้างบันไดทางเดินไปจนถึงถ้ำเลยครับ

ทางเดินไปสู่ถ้ำสาวก

เดินทางไปราวๆ 100 เมตร ตลอดทางมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมมากมาย ต้องระวังเพราะบางต้นมีหนาวแหลมคม บรรยากาศการเดินทางดูในคลิปบนยูทูปนะครับ ผมติดบรรยากาศให้ชมบนบทความนี้แล้ว

ที่หน้าปากถ้ำสาวก

หน้าปากถ้ำสาวกจะมีการจารึกการก่อสร้างทางเดิน เมื่อปี พ.ศ. 2502 และรายชื่อผู้บริจาค

ทางลงถ้ำสาวก

ทางลงถ้ำสาวกเป็นหลุมชันมากครับ ถ้าเดินทางมากันก็ขอให้ระวัง เพราะถ้าพลาดตกลงไปนี่ ดูไม่จิดแน่ๆ หลังจากชมถ้ำกันแล้ว เราก็พากันเดินลงไปด้านล่าง เพื่อชมถ้ำอีก 2 แห่งคือ ถ้ำตะโก และถ้ำระฆัง

หอระฆังเดิม

หน้าถ้ำตะโก

พระพุทธรูปในถ้ำตะโก

พระพุทธวรฤทธิ์รัตนราช ในถ้ำตะโก

สนทนากันถึงเรื่องราวต่าๆ

หลังจากที่ชมถ้ำตะโกกันแล้ว ก็ไปยังถ้ำสุดท้ายนั่นคือถ้ำระฆัง ซึ่งเป็นถ้ำที่ใหญ่ที่สุดของวัดถ้ำตะโก

ถ้ำตะโกพบว่ามีปรากฏในหนังสือประวัติหลวงปู่มั่น เขียนโดยหลวงตามหาบัวว่า ที่ถ้ำแห่งนี้มีพระอรหันต์มานิพพาน 1 องค์

บันทึกถ้ำตะโก ในประวัติหลวงปู่มั่น

เดินทางไปสู่ถ้ำระฆัง

เดินไปสักพักก็ถึงปากถ้ำระฆัง ซึ่งได้สัมผัสถึงความเย็นขึ้นมาโดยทันที แม้บรรยากาศภายนอกจะร้อนเอาการอยู่เหมือนกัน

หินระฆัง

ภายในถ้ำระฆังจะมีหินงอก เมื่อเคาะดูแล้วจะมีเสียงดังกังวาลคล้ายๆระฆังครับ จึงเป็นที่มีของชื่อถ้ำระฆัง … ภายในถ้ำค่อนข้างมืด แต่ก็มีแสงจากหลอดไฟที่ทางวัดได้ติดไว้ให้สำหรับท่านที่เดินทางมาท่องเที่ยวและทำบุญกันครับ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องแสงสว่าง

ในถ้ำใหญ่

ถัดกันใกล้ๆถ้ำระฆัง เป็นทางเชื่อมไปยังถ้ำใหญ่ ซึ่งเป็นห้องโถงขนาดใหญ่อย่างมาก มีพระพุทธรูปและรูปปั้นฤาษีประดิษฐานด้านใน ดูแล้วเหมาะแก่การปฏิบัติถ้ำยิ่งนัก แต่ถ้าช่วงค่ำ ไม่มีแสงสว่างก็ดูน่ากลัวเช่นกัน เรื่อราวการเดินทางวันนี้ก็ใช้เวลาอยู่ที่วัดแห่งนี้นานหลายพอสมควร เพราะหันกลับมาดูเวลา ก็บ่ายสองโมงกว่าๆ ไปแล้ว จนลืมเวลาทานข้าวเที่ยงกันเลยทีเดียว

ที่จริงแล้วผมมีรูปอีกเยอะมากครับ แต่จะลงไว้ทีเดียวจนครบก็ต้องใช้เวลามากพอสมควร ถ้าจะชมบรรยากาศก็ขอให้ลองชมผ่านคลิปที่ผมอัพไว้แล้วแทนนะครับ และสามารถกดติดตามดูเรื่องราวต่างๆ บนเฟสบุ๊ค “ภารกิจเที่ยววัด” กันได้

และสุดท้ายและท้ายสุด ต้องขอบคุณเด็กๆชาวม้งและสามเณรต้า ที่คอยนำทางและแนะนำสถานที่ เป็นสิ่งที่ประทับใจมากครับ และยิ่งได้รู้ว่าสามเณรต้า ตั้งใจจะบวชตลอดชีวิต ยิ่งน่าปลื้มปิติ อนุโมทนามากเลยครับ

โอกาสหน้ากลับมาพบกันใหม่นะครับ

เด็กชาวม้งผู้นำทาง

สามเณรต้า

ช่องทางการติดตามเรื่องราว ภารกิจเที่ยววัด

ติดตามเรื่องราวผ่าน Facebook เพจได้ที่ www.facebook.com/faith108

หรือติดตามช่อง YouTube Channel ได้ที่ www.youtube.com/FaithThaiStory

เว็บไซต์หลัก www.faiththaistory.com

ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยววัดที่ กลุ่มรวมพลคนชอบเที่ยววัด

Exit mobile version