Faiththaistory.com

กราบนมัสการ หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต สำนักสงฆ์สวนทิพย์ นนทบุรี


https://youtu.be/ZQUUvfpMgNU


https://youtu.be/xETZIegtIco

สวัสดีครับ วันหยุดสุดสัปดาห์ผมก็มีโปรแกรมเดินทางท่องเที่ยวไปยังวัดต่างๆเช่นเดิม แต่ครั้งนี้พิเศษขึ้น เพราะมีโปรแกรมการเดินทางไปกราบนมัสการพระอริยะรูปหนึ่ง ที่ท่านได้บวชมานาน แม้ว่าท่านจะเรียนจบจากต่างประเทศและเป็นข้าราชการไทยมาก่อน แต่ท่านก็ได้สละลาภยศตรงนั้นเพื่อแสวงหาธรรม นั่นก็คือหลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต สำนักสงฆ์สวนทิพย์ นนทบุรี

หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต ท่านเป็นพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และเป็นลูกศิษย์สายตรงของหลวงปู่ชอบ ฐานสโม ปัจจุบันนี้ท่านมีอายุถึง 102 ปี (พ.ศ. 2559) แต่ท่านก็ยังมีเมตตาต่อเหล่าสาธุชนให้เดินทางมากราบไหว้ท่านได้เป็นประจำทุกวัน

ป้ายกำหนดการเข้ากราบหลวงปู่

ป้ายระเบียบการเข้าสำนักสงฆ์

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมเดินทางมากราบหลวงปู่บุญฤทธิ์ ผมเดินทางออกจากอยุธยาราวๆ 9 โมงเช้า ไปถึงสำนักสงฆ์สวนทิพย์เวลา 10.50 น. ที่ถึงช้าเนื่องจากรถมาติดตรงสี่แยกปากเกร็ด ซึ่งต้องบอกว่าติดจริงๆ ถนนค่อนข้างแคบ แต่ผมได้ศึกษาเส้นทางไว้แล้ว โอกาสหน้าคงทำเวลาได้ดีกว่านี้

ชื่อหลวงปู่บุญฤทธิ์ ผมได้ยินมานานแล้วเมื่อสมัย 5 ปีก่อน…แรกๆ ผมไม่คุ้นเคยชื่อของท่าน เพราะว่าตัวผมเองนั้นค่อนข้างที่จะห่างธรรมะพอสมควร แต่ก็ได้รู้สึกสะกิดใจตั้งแต่นั้นมา… จนกระทั่งเริ่มอ่านหนังสือเรื่องราวพระสงฆ์ต่างๆ มากขึ้นและก็ได้ปรากฏชื่อของหลวงปู่บุญฤทธิ์ ทำให้ผมเอ๊ะใจขึ้นมาว่าท่านเป็นใคร…

และเริ่มได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับหลวงปู่มากขึ้น ซึ่งท่านบวชตั้งแต่ยังเป็นหนุ่ม อุทิศตนในเพศสมณะเพื่อแสวงหาธรรมอันบริสุทธิ์ และออกธุดงค์กับหลวงปู่ชอบ ฐานสโม นานถึง 9 ปี … ทำให้ผมนึกอยู่ในใจว่า ตัวเราเองนั้นโง่ซะจริงๆ มัวทำอะไรอยู่ทั้งๆที่ท่านก็อยู่ไม่ห่างไกลเราเลย ทำไมเราไม่ไปหาธรรมะกับท่าน

กุฏิหลวงปู่บุญฤทธิ์

บรรยากาศในสำนักสงฆ์ดูร่มรื่นมากครับ ได้รับการจัดสรรพื้นที่ไว้อย่างสวยงามและลงตัว มีที่พำนักสงฆ์และกุฏิหลวงปู่บุญฤทธิ์ และมีร่มไม้ให้นั่งพัก… เมื่อมาถึงผมก็ได้เห็นผู้คนทยอยเดินทางมากราบหลวงปู่อย่างต่อเนื่องแต่ก็ไม่ได้หนาแน่น

บรรยากาศในสำนักสงฆ์

สำหรับท่านที่จะเดินทางมากราบหลวงปู่ จะมีเวลาเดียวนะครับ คือ 11.00 – 11.30 น. โดยประมาณ ขอให้ท่านวางแผนการเดินทางให้ดีนะครับ จะได้ไม่เสียเวลาในระหว่างการเดินทางมากเกินไป

รอเวลากราบหลวงปู่บุญฤทธิ์

จากนั้นผมก็มานั่งรอด้านล่าง เพื่อรอกำหนดการเวลา 11.00 น. ซึ่งแต่ละคนที่เดินทางมา ก็มีสีหน้าอิ่มเอมใจที่จะได้เจอหลวงปู่ … ระเบียบการพบหลวงปู่ในช่วงนี้ จะมีการนั่งภาวนา โดยเปิดเทปเสียงเทศนาของหลวงปู่เป็นเวลา 30 นาที ซึ่งเป็นการนั่งภาวนาไปพร้อมๆกับหลวงปู่ ซึ่งถือว่าได้รับอานิสงส์กันไปแบบเต็มๆ เพราะน้อยครั้งนักที่เราจะได้นั่งภาวนาสงบๆเช่นนี้

หลวงปู่บุญฤทธิ์ ออกพบญาติโยม

และก็ถึงเวลาที่เรารอคอย หลวงปู่อยู่ด้านบนกุฏิ โดยมีแพทย์คอยให้การดูแล ได้เปิดม่านออกมา จากนั้นพวกเราก็ทำการกราบหลวงปู่ และเริ่มบำเพ็ญภาวนาเป็นเวลา 30 นาที

เนื่องจากปัจจุบันหลวงปู่มีอายุถึง 102 ปี ซึ่งท่านก็ชราภาพมาก จึงต้องระวังเรื่องสุขภาพ เพื่อจะได้เป็นการรักษาสังขารของท่านให้ได้อยู่กับพวกเราไปนานๆ หลวงปู่จึงต้องประจำในห้องปลอดเชื้อ ซึ่งตอนนี้ท่านก็มีอาการอาพาธร่วมด้วย

เริ่มนั่งภาวนา

ถวายของหลวงปู่

หลังจากการนั่งภาวนาจบลง ก็เป็นการกราบไหว้หลวงปู่ จากนั้นก็เป็นเวลาที่หลายๆท่านนำสิ่งของต่างๆและปัจจัยมาร่วมถวาย เพื่อใช้ในกิจกรรมกุศลต่างๆ ที่หลวงปู่เป็นผู้อุปถัมภ์โครงการ อาทิ โรงเรียนเด็กตาบอด และการสร้างพระเจดีย์

เหล่าสาธุชนร่วมบริจาคปัจจัย

 

โครงการก่อสร้างพระเจดีย์ พระคุณเจ้าหลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต ณ วัดมกุฏคีรีวัน นครราชสีมา

 

บรรยากาศในสำนักสงฆ์

 

หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต

หลังจากนั้นเวลาใกล้เที่ยง ก็เป็นเลาที่หลวงปู่ต้องกลับเข้าไปปฏิบัติธรรม ทางแพทย์ผู้ดูแลสุขภาพของหลวงปู่ก็ทำการปิดม่านและนำหลวงปู่เข้าสู่กุฏิ

 

หลวงตามหาบัว และหลวงปู่บุญฤทธิ์

เรื่องราวคร่าวๆ ของหลวงปู่บุญฤทธิ์

หลวงปู่บุญฤทธิ์ มีนามเดิมว่า บุญสืบ จันทรสมบูรณ์ ท่านเกิดในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2457  แต่ในทะเบียนสำมะโนครัว ลงวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2459 ณ ตำบลท่าอิฐ อำเภออุตรดิตถ์ จังหวัดพิชัยดาบหัก (ต่อมาราชการ ได้เปลี่ยนชื่อ เป็นจังหวัดอุตรดิตถ์ จนถึงปัจจุบันนี้)

ท่านเป็นศิษย์กรรมฐานของ พระอาจารย์กู่ ธัมมทินโน ท่านพ่อลี ธัมมธโร และออกป่าติดตาม หลวงปู่ชอบ ฐานสโม นานถึง 9 ปี

หลวงปู่บุญฤทธิ์ ได้สละเพศฆราวาสตั้งแต่ยังหนุ่ม ณ วัดศรีเมือง อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย และเกิดศรัทธาในพระสายกรรมฐาน เห็นพระธุงค์แล้วประทับใจ จึงพยายามหาครูบาอาจารย์ เมื่อบวชได้ 3 พรรษาได้เดินทางขึ้นไปทางเหนือที่เชียงใหม่ หลังจากการถวายเพลิงศพหลวงปู่มั่น ภูริฑัตโต แล้ว

หลวงปู่อยากจะออกธุดงค์อย่างมาก และได้พบครูอาจารย์ ซึ่งได้รับแนะนำว่า คุณอยากจะเดินธุดงค์ คุณควรไปเห็นปฏิปทาของครูบาอาจารย์เสียก่อน วันนี้ท่านจะมาชุมนุมกันที่วัดเจดีย์หลวง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

ตอนนั้นหลวงปู่เกิดเลื่อมใสเหลือประมาณ ได้เห็นพระกรรมฐานมาประชุมกันมากมายถึง 97 องค์ นั่งเรียงรายเต็มลานวัด

ช่วงนั้นหลวงปู่บุญฤทธิ์ ยังไม่รู้จักพระกรรมฐาน จึงสอบถามว่าพระด้วยกันว่าแต่ละองค์คือใคร ซึ่งท่านได้พบทั้งหลวงปู่แหวน หลวงปู่ตื้อ และไปสะกิดใจที่หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ซึ่งได้รับคำบอกเล่าว่า เจอหลวงปู่ชอบได้ยาก เพราะท่านมีธุดงควัตรที่เคร่งครัด หาตัวท่านยาก และก็เป็นพระผู้ทรงอภิญญายิ่งรูปหนึ่ง

เมื่อหลวงปู่บุญฤทธิ์ ได้ทราบดังนั้น จึงเกิดศรัทธาด้วยอยากจะธุดงค์และอยากได้อภิญญาเช่นหลวงปู่ชอบ … จึงดั้นด้นเดินทางตามหาหลวงปู่ชอบ จนพบและขอฝากตัวเป็นศิษย์เพื่อร่ำเรียนธรรมะ ตั้งแต่นั้นมา

หลวงปู่บัญฤทธิ์ ได้เมตตาเล่าให้ฟังว่า สมัยแรกนั้นลำบากมาก โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินที่ไม่คุ้นเคย หลวงปู่เล่าว่า

อาหารเขาง่ายๆ นะ เขาเอาบอนมาปอก แล้วก็ตำกับน้ำ เอาเกลือใส่ปะแล่มๆ บ้าง ใบไม้บางชนิดตำกับเกลือ ใส่น้ำขลุกขลิกบ้าง เกลือกับพริกตำแล้วเอาน้ำใส่โหรงเหรง ดูแล้วก็ไม่รู้ว่ามันจะเอารสชาติแบบไหนกัน บางคราวไปเจอเอาลูกหนูหมักดองด้วยเกลือ เขานำเอามาปรุงอาหารแต่ละครั้งก็เหม็นคลุ้งไปหมด

แรกๆ อาตมารู้สึกพะอืดพะอม มองดูหลวงปู่ท่านนั่งฉันหน้าตาเฉย เอ ! จะทำอย่างไรดี ข้าวเหนียวนั้นไม่มีปัญหาอะไรหรอก กับข้าวนี่ซี มันแสนจะทรมาน ที่สุดก็กล้ำกลืนฉันบ้าง

หลวงปู่ชอบ ท่านสอนเสมอๆ ว่า อาหารบิณฑบาตได้มาก็ฉันไปตามมีตามได้ ฉันพอประทังให้ธาตุขันธ์อยู่ได้ ก็นับได้ว่าดีแล้ว มีพลังในกาบำเพ็ญธรรมต่อไป

เอาละคิดอย่างนั้นนะ ท่านฉันได้ เราก็ต้องฉันได้ ! อาตมาฉันได้ประมาณหนึ่งเดือน ธาตุขันธ์มันไม่เคย ท้องร่วงถ่ายตลอดทั้งเดือน

ทำไงดี? นอนหอบซี่โครงบานๆ มันอ่อนเพลีย ถ่ายมากเหลือเกิน แต่ก็ไม่เป็นไร สู้ได้ !

วันหนึ่งพวกยางเขาทำพิธีอะไรก็ไม่รู้ในหมู่บ้านเขา เสร็จแล้วงานนี้มีไก่มาถวายเป็นอาหาร พอได้ไก่มา หลวงปู่ท่านก็สั่งพระที่อยู่ด้วยว่า

เก็บไว้ให้บุญฤทธิ์ ยามาแล้วคราวนี้

ท่านพูดแล้วให้พระไปตามอาตมา ซึ่งพักปักกลดอยู่ก็ไกลพอสมควร เดินไปมาหากันราวๆ กิโลเมตรกว่าๆ อาตมาเดินมารับไก่นั้นเป็นอาหารเช้าในวันนั้น มันก็แปลกมาก พออาตมาฉันไก่ที่หลวงปู่บอกว่าเป็นยา อาตมาก็ฉันหมด โรคท้องร่วงก็หายมาตั้งแต่บัดนั้นเลยทีเดียว อันนี้เป็นเรื่องอัศจรรย์มากนะ เออ! ไก่เป็นยาก็ดีเหมือนกันนะโยม

หลวงปู่บุญฤทธิ์ ได้ปฏิบัติแสวงหาธรรม และได้เดินทางไปเผยแพร่ธรรมยังต่างประเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516

ปัจจุบันนี้ท่านชราภาพมากแล้ว อายุ 102 ปี (พ.ศ. 2559) และได้พำนักอยู่ที่สำนักสงฆ์สวนทิพย์ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งสาธุชนมามารถเดินทางมากราบหลวงปู่ได้ทุกวัน เวลา 11.00 – 11.30 น.

เรียบเรียงจาก : www.dharma-gateway.com/monk/monk_biography/lp-boonyarit-hist.htm

หลวงปู่ชอบและหลวงปู่บุญฤทธิ์

ความรู้สึกของผม

แทบทุกสัปดาห์ที่ผมจะ วางแผนการท่องเที่ยวในวันหยุดเสมอๆ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวไปยังวัดต่างๆ รวมถึงการวางแผนเดินทางไปกราบนมัสการพระคุณเจ้าที่น่าเลื่อมใส และครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผมตื้นตันใจอีกครั้ง ที่ได้กราบหลวงปู่บุญฤทธิ์ พระผู้มีเมตตา และเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามแนวทางของพระพุทธเจ้ามาตลอดชีวิต ด้วยการยืนยันจากการที่ท่านทิ้งชีวิตฆราวาสในวัยหนุ่มออกแสวงหาธรรมแบบเคร่งครัด กับหลวงปู่ชอบ ฐานสโม ซึ่งหลวงปู่ชอบนั้น เป็นพระที่เคร่งในธุดงควัตร และทรงอภิญญาอย่างมาก ถ้าใครที่มีจิตใจไม่แข็งแกร่งพอ จะไม่สามารถเดินทางตามรอยธรรมของท่านได้เลย

เมื่อผมทราบเรื่องราวตรงนี้ แม้จะไม่มีข้อมูลมากนัก ก็ทำให้ผมนั้นเกิดศรัทธาต่อหลวงปู่บุญฤทธิ์ อย่างไม่สงสัยแล้วหล่ะครับ … ทั้งนี้ ยังมีผู้กล่าวว่า หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ได้รับรองหลวงปู่บุญฤทธิ์ ว่าเป็นพระสงฆ์ที่ควรกราบไหว้ยิ่งอีกรูปหนึ่ง

วัตถุมงคลครบ 102 ปี ได้รับ ในวันเดินทาง

 

แอดมินเล่าเรื่อง  หลวงปู่กู่ ธัมมทินโน พระอาจารย์องค์แรกของหลวงปู่บุญฤทธิ์


https://youtu.be/T1EzlEFVI4E

ช่องทางการติดตามเรื่องราว ภารกิจเที่ยววัด

ติดตามเรื่องราวผ่าน Facebook เพจได้ที่ www.facebook.com/faith108

หรือติดตามช่อง YouTube Channel ได้ที่ www.youtube.com/FaithThaiStory

Exit mobile version