Faiththaistory.com

วัดสิริจันทรนิมิตรวรวิหาร เขาพระงาม ลพบุรี กราบพระใหญ่ตามรอยครูบาอาจารย์


https://youtu.be/8h61WQT4-rM

วัดสิริจันทรมิต หรือวัดเขาพระงาม จังหวัดลพบุรี เป็นวัดที่พระอุบาลีคุณูปมาจารย์(จันทร์ สิริจันโท) ได้เดินทางมาบูรณะขึ้นจากวัดร้างเดิม โดยครั้งนั้นได้พาพระครูปลัดอ่ำ(ภัทราวุโธ อ่ำ) เดินทางมาภาวนาด้วย เห็นว่าเป็นสถานที่สงบ ห่างจากหมู่บ้านไม่เท่าไหร่นัก พอที่จะสามารถไปบิณฑบาตได้  พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ ถือเป็นพระรูปสำคัญในการสืบสานพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมากอีกทั้งยังเป็นพระอาจารย์ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโตอีกรูปหนึ่งด้วย ทำให้มีความใกล้ชิดกันและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบมา

วัดสิริจันทรนิมิต จึงได้เริ่มบูรณะในช่วง พ.ศ.2455 โดยร่วมช่วยกันของพระอุบาลีคุณูปมาจารย์และพระครูปลัดอ่ำ และเห็นว่ามีซากพระพุทธรูปมากมาย จึงต้องการรวบรวมสร้างเป็นองค์พระใหญ่ขึ้นมาบนเขาพระงามแห่งนี้

อีกทั้งได้มีการบูรณะถ้ำและพระพุทธไสยาสน์บนไหล่เขา และได้จารึกหน้าถ้ำบนประตูตามนามของท่านพระครูปลัดอ่ำว่า “ถ้ำภัทราวุโธ ร.ศ. ๑๓๑”

วัดจันทรนิมิตร สร้างเสร็จเมื่อ ปี พ.ศ.2466 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้เสด็จมาทรงร่วมงานฉลองมีงานผูกพัทธสีมาในครั้งนี้ด้วยพร้อมกับพระราชทานนามวัดว่า “วัดสิริจันทรนิมิตร” พร้อมโปรดเกล้าฯ ยกวัดสิริจันทรนิมิตร ให้เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร โดยมีชื่อเต็มว่า วัดสิริจันทรนิมิตรวรวิหาร เพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านเจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์(จันทร์ สิริจันโท)และในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปีจะเป็นเทศกาลไหว้พระงาม ที่ประชาชนชาวลพบุรีถือปฏิบัติติดต่อกันมา

ณ วัดสิริจันทรนิมิต

จุดประสงค์การเดินทางครั้งนี้

เนื่องจากเป็นวัดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของครูบาอาจารย์พระกรรมฐานในอดีต จึงถือเป็นวัดสำคัญอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งหลายท่านอาจจะยังไม่รู้ว่ามีเรื่องราวเป็นเช่นไร ผมจึงอาสาเดินทางเพื่อไปเก็บเรื่องราวมาบันทึกไว้ครับ

ทางขึ้นบูชา พระพุทธปฏิภาคมัธยมพุทธกาล

จากการสังเกตุความสูง ถือว่าไม่สูงมากนัก สามารถเดินขึ้นได้สบายๆ ส่วนท่านที่เดินขึ้นไม่ไหวสามารถขับรถขึ้นไปนมัสการพระใหญ่กันได้ครับ

แต่สำหรับผมขอเดินชมบรรยากาศระหว่างทาง เพราะมีเรื่องราวประวัติศาสตร์ของครูบาอาจารย์ให้ได้เก็บเรื่องราว

เริ่มเดินทางขึ้นเขา

ระหว่างเดินขึ้นเขาจะมีลิงค่อนข้างมากครับ แต่ส่วนใหญ่เป็นลิงที่เรียบร้อย ไม่ต้องกังวลครับ

บรรยากาศความร่มรื่นระหว่างทาง

ใกล้ถึงถ้ำบนไหล่เขาแล้วครับ

ทางไปถ้ำภัทราวุโธ

เป็นที่เสียดายว่า ถ้ำภัทราวุโธถูกปิดไว้ ผมจึงไม่สามารถเข้าไปกราบพระพุทธไสยาสน์ด้านในได้

บรรดาลิงคอยต้อนรับ

ทางเข้าถ้ำภัทราวุโธ

ที่ทางเข้าถ้ำจะมีจารึก พระยาสมบัตยาบาล (ทรัพย์) ได้มาปฏิสังขรณ์ถ้ำและพระไสยาสน์ในถ้ำบนไหล่เขาถวาย สิ้นเงินทั้งสิ้น 1,300 บาทเศษ และได้จารึกหน้าถ้ำบนประตูตามนามของท่านพระครูปลัดว่า “ถ้ำภัทราวุโธ ร.ศ. ๑๓๑”

ชื่อถ้ำเป็น ฉายาของพระครูปลัดอ่ำ นั่นเอง

อ่างน้ำข้างถ้ำภัทราวุโธ สร้างในสมัยเดียวกับการบูรณะถ้ำแห่งนี้

อ่างน้ำข้างถ้ำ

ระหว่างที่ชมสถานที่ ก็จะเห็นจารึกมากมายที่เป็นฉายาของพระอุบาลีและพระครูปลัดอ่ำ

จารึกฉายา สิริจันโท

สระภัทราวุโธ

เมื่อชมบรรยากาศและสถานที่จนเป็นที่พอใจแล้ว ผมก็เดินขึ้นไปกราบพระใหญ่ด้านบนต่อไปครับ

กุฏิเก่าในป่า

ภาพบรรยากาศทิวทัศน์ด้านบน

เมื่อเดินขึ้นมาถึงด้านบน ที่ประดิษฐาน พระพุทธปฏิภาคมัธยมพุทธกาลแล้ว จะได้ชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของธรรมชาติ

พระพุทธปฏิภาคมัธยมพุทธกาล

พระพุทธปฏิภาคมัธยมพุทธกาล

ความเป็นมาในการสร้างพระพุทธปฏิภาคมัธยมพุทธกาล

ตั้งแต่ต้น เมื่อพระอุบาลีคุณูปมาจารย์พร้อมพระครูปลัดอ่ำมาถึงที่เขาพระงามแห่งนี้ ได้เห็นมีซากพระพุทธรูปเก่ามากมายจึงคิดจะสร้างพระใหญ่ เพราะเขาพระงามตรงนี้มีรูปเป็นหัวมังกรและหางมังกร   ควรจะสร้างพระใหญ่ตรงเหนือคอมังกรจะได้มีเดชานุภาพมาก อีกประการหนึ่งบริเวณนั้นมีหินก้อนใหญ่รับพระชานุ (เข่า) อยู่สองก้อน ทิศใต้ก้อนใหญ่ ทิศเหนือก้อนย่อม  พอจะกันไม่ให้องค์พระทรุดลงไปได้

เมื่อตั้งใจเช่นนั้น ปรากฏว่ามีแรงศรัทธาร่วมสร้างพระใหญ่จนแล้วเสร็จดั่งที่เห็นในปัจจุบันนี้

ประวัติการสร้าง สร้างขึ้นเมื่อรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เมื่อปี พ.ศ.2455 เพื่อเป็นที่บรรจุพระพุทธรูปเก่าชำรุดในบริเวณนั้น แล้วขนานนามใหม่เมื่อพ.ศ.2469 ว่าพระพุทธปฏิภาคมัธยมพุทธกาล หมายถึง พระพุทธรูปที่สร้างในวาระกึ่ง 5,000 ปี แห่งพุทธกาลไรพระศกบนพระเศียรทำด้วยไหกระเทียมจำนวนมาก ต่อมาเกิดพายุฝนทำให้ไรพระศกหรือไหกระเทียมนี้หลุดลงมา ต่อมาในปี พ.ศ. 2519 ได้บูรณะซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดและทาสีองค์พระพุทธรูปใหม่พร้อมทั้งติดสายล่อฟ้าขึ้นด้วย

พระอุโบสถ

พระสังกัจจายน์ สร้างในคราวเดียวกับการสร้างพระใหญ่บนเขา

พระพุทธปฏิภาคมัธยมพุทธกาล ถ่ายจากข้างพระอุโบสถ

สรุปโดยรวม

วัดสิริจันทรนิมิตรวรวิหาร มีความสวยงามทางธรรมชาติที่ลงตัว สิ่งปลูกสร้างต่างๆ สร้างขึ้นดูสอดคล้องไปตามธรรมชาติ อีกทั้งเป็นสถานที่มีประวัติศาสตร์ที่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ เป็นวัดที่มีความสำคัญยิ่งอีกวัดหนึ่ง ด้วยเพราะพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้เสด็จมาทรงร่วมงานฉลองมีงานผูกพัทธสีมาในปี พ.ศ.2466 พร้อมกับพระราชทานนามวัดว่า “วัดสิริจันทรนิมิตร” เพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านเจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์(จันทร์ สิริจันโท)

จึงขอเรียนเชิญท่านผู้อ่านเดินทางมาท่องเที่ยวตามรอยเรื่องราวของครูบาอาจารย์ที่สำคัญยิ่งในอดีต นั่นคือท่านเจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์(จันทร์ สิริจันโท)

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ (แถวแรกองค์ที่ ๓) ทรงผนวชเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๗ ประทับ ณ วัดบรมนิเวศวิหาร, ท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ อยู่แถวสองรูปขวาสุด

ท่านเจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์(จันทร์ สิริจันโท)

พระครูปลัดอ่ำ พระเทพวรคุณ (ภัทราวุโธ อ่ำ) เจ้าอาวาสรูปแรกวัดสิริจันทรนิมิตรวรวิหาร พ.ศ.2455- 2475

หลวงตามหาบัวได้กล่าวถึง ท่านเจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์(จันทร์ สิริจันโท) ไว้ว่า “หลวงปู่มั่นเคารพท่านมาก เคารพเจ้าคุณอุบาลีฯ พูดคำไหนๆ แยบออกรู้ทันที ท่านพูดด้วยความเคารพเลื่อมใส ด้วยความเทิดทูนจริงๆ คือท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ ท่านหนักทั้งปฏิบัติ ปริยัติด้วย ท่านเป็นแบบฉบับได้”

และองค์หลวงตามหาบัวได้กล่าวด้วยว่า ทั้งท่านเจ้าคุณอุบาลีและหลวงปู่มั่น คือ จอมปราชญ์ในสมัยปัจจุบัน

*****************************

และในปี พ.ศ.2560 วัดสิริจันทรนิมิตรวรวิหาร เป็นสถานที่ตั้งพระเมรุมาศจำลองประจำจังหวัดลพบุรี ในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ ๙

สถานที่ตั้งพระเมรุมาศจำลอง ในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ ๙

ขอบพระคุณการติดตามเรื่องราว แล้วพบกันใหม่ในบทความต่อไป สวัสดีครับ

 

ภาพมุมสูงจาก BaddogOat บนยูทูป

ช่องทางการติดตามเรื่องราว ภารกิจเที่ยววัด

ติดตามเรื่องราวผ่าน Facebook เพจได้ที่ www.facebook.com/faith108

หรือติดตามช่อง YouTube Channel ได้ที่ www.youtube.com/FaithThaiStory

แบ่งปันเรื่องราวการท่องเที่ยววัดที่กลุ่ม รวมพลคนชอบเที่ยววัด

เว็บไซต์หลัก ที่ www.faiththaistory.com

Exit mobile version