วัดป่าห้าพระองค์ สถานที่พระกรรมฐานมรณภาพ 5 รูปจากเครื่องบินตก

https://youtu.be/If9N26LoAOU สวัสดีครับท่านผู้รักการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยทุกท่าน วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางท่องเที่ยวตามรอยความศรัทธาที่วัดป่าห้าพระองค์จากเหตุการณ์ความสูญเสียของพุทธศาสนิกชนครั้งสำคัญ คือการมรณภาพของพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่นถึง 5 รูปจากเหตุการณ์เครื่องบินตกในเขตจังหวัดปทุมธานี เหตุการณ์เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2523 ในดือนเมษายน พระกรรมฐาน 5 รูป  ได้แก่ พระอาจารย์วัน อุตตโม, พระอาจารย์บุญมา ฐิตเปโม, พระอาจารย์จวน กุลเชฏฺโฐ, พระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร, และ พระอาจารย์สุพัฒน์ สุขกาโม ได้รับอาราธนานิมนต์ทางกรุงเทพมหานครจึงได้รวมกันที่ จังหวัดอุดรธานี เพื่อขึ้นเครื่องบิน เพราะลูกศิษย์ต้องการถวายความสะดวกและรวดเร็วในการเดินทาง ได้ขึ้นเครื่องบินที่อุดรธานี เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2523 เมื่อเครื่องบินมาถึงเขตจังหวัดปทุมธานี อำเภอคลองหลวง เหลือระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตรเศษ เครื่องบินได้ตั้งลำและลดเพดานบินเพื่อเตรียมลงสู่สนาม แต่เนื่องจากเครื่องบินได้ประสบพายหมุนและประกอบกับฝนตกหนัก เครื่องบินจึงเสียหลัก ตกลงที่ท้องนาเขตอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พระคณาจารย์ทั้งหลายจึงถึงแก่มรณภาพพร้อมด้วยผู้โดยสารอีกเป็นจำนวนมาก จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ยังความโศกเศร้าเสียใจของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ และยังความเสียพระราชหฤทัยแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ จากเรื่องราวนี้ผมจึงเดินทางตามรอยความศรัทธา เพื่อนำมาแบ่งปันเรื่องราวให้ทุกท่านได้รับรู้ และหาโอกาสเดินทางตามรอยความศรัทธาเพื่อระลึกถึงคุณของพระคณาจารย์ทั้ง 5 รูป ผมได้ทราบว่ามีการก่อสร้างวัดป่าห้าพระองค์ เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานจากเหตุการณ์เครื่องบินตก จึงได้เดินทางมาในอีกไม่นาน เมื่อผมเดินทางมาถึงพื้นที่ จะมองเห็นรูปปั้นหลวงปู่มั่นมาแต่ไกล ถือเป็นแลนด์มาร์กของวัดในปัจจุบันนี้ เมื่อผมมาถึงก็ทำการจอดรถในบริเวณวัด ซึ่งปัจจุบัน ปี พ.ศ.2560 ยังมีการก่อสร้างอยู่หลายจุด จากนั้นผมจึงเดินขึ้นไปกราบสักการะรูปปั้นหลวงปู่มั่น   วัดป่าห้าพระองค์ ตั้งอยู่ที่ คลองสาม… Read More »

พระธาตุประจำผู้เกิดวันเสาร์ พระธาตุนคร วัดมหาธาตุ นครพนม

https://youtu.be/vFdy3rSRuNo สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งกับภารกิจเที่ยววัดตามรอยความศรัทธา วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปถึงจังหวัดนครพนม ดินแดนที่มีความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาของทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำโขง มีวัดท่องเที่ยวและทำบุญมากมาย โดยเฉพาะพระธาตุพนม พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของเมืองนครพนม ที่ตำนานกล่าวว่า พระมหากัสสปะเถระ ได้อัญเชิญพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนอกของพระพุทธเจ้า) มาประดิษฐานไว้ แต่สำหรับบทความนี้ ผมจะพาทุกท่านไปชมความงาม ของพระธาตุนคร วัดมหาธาตุกันก่อน ซึ่งมีความเชื่อกันว่า เป็นพระธาตุประจำของผู้ที่เกิดวันเสาร์ จะด้วยเหตุใดนั้น ผมไม่ทราบข้อมูลเรื่องนี้ แต่ที่สำคัญคือ ผมเกิดวันเสาร์จึงต้องขอนำมากล่าวไว้ด้วยครับ ผมได้เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดนครพนม โดยมีจุดประสงค์หลักคือมาสักการะ นมัสการองค์พระธาตุพนม และถือโอกาสเดินทางท่องเที่ยวตามรอยความศรัทธาอีกหลายๆในนครพนมและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งใช้เวลาเดินทางมากพอสมควร ผมกลับเข้าที่พักก็มืดค่ำ ผ่านมาในเมืองนครพนม และเห็นองค์พระธาตุนคร ตั้งตระหง่านดูสวยงามในยามค่ำคืน และที่สำคัญคือ ผมเดินทางในช่วงเข้าฤดูหนาว ก็ได้สัมผัสถึงบรรยากาศอันเย็นสบาย มีลมพัดเข้าฝั่งได้บรรยากาศดีจริงๆครับ ผมได้สอบถามเพื่อนที่พาผมเที่ยว เขาก็บอกว่าเรื่องลมจากแม่น้ำโขงมีตลอดทั้งปี   วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมือง บนถนนสุนทรวิจิตร เลียบเขื่อนหน้าเมืองนครพนมหรือถนนเลียบริมแม่น้ำโขง มี “พระธาตุนคร” เป็นปูชนียสถานอันสำคัญ พระธาตุนคร มีลักษณะสี่เหลี่ยมจตุรัส กว้างด้านละ 4.85 เมตร สูง 24 เมตร มีรูปร่างตามพระธาตุพนมองค์เดิม รูปทรงตั้งบนฐานใหญ่ 2 ฐาน ต่อลดหลั่นกันตามลำดับ แต่ละฐานมีรูปประตูอยู่ตรงกลางบนประตูเป็นรูปคล้ายบัวบาน มีรูปและลายต่างๆ ข้างประตูทำเป็นเครื่องไม้ดอกไม้ผล รูปพระราชาทรงช้างทรงม้า ต่อจากฐานใหญ่ทั้ง 2 ขึ้นไป แล้วก็มีลักษณะแหลมเรียวขึ้นตามลำดับ ตอนกลางในด้านทั้ง 4… Read More »

ตามรอยประทับพระบาทและพระหัตถ์ ในหลวง ร.9 ร.10 ณ เกาะสาก พัทยา

https://youtu.be/0K2uwzMxGcg สวัสดีท่านผู้รักการท่องเที่ยวตามรอยศรัทธาทุกท่าน วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปตามรอยความศรัทธาของคนไทยที่มีต่อพระมหากษัติริย์ โดยกลุ่มนักเดินทางได้ทราบข้อมูลว่าที่เกาะสาก พัทยา มีรอยประทับพระบาทและพระหัตถ์ของในหลวง 2 รัชกาล คือรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 ซึ่งข้อมูลนี้ น้อยคนนักจะทราบเรื่องราว … ทำให้กลุ่มนักเดินทางมีความสนใจอย่างมาก จึงได้นัดหมายการเดินทางในเดือนพฤศจิกายน 2559 การเดินทางได้นัดหมายกันที่ไมค์ ช้อปปิ้งค์มอลล์ เมื่อผมเดินทางมาถึงก็ได้พบกับบรรยากาศการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวที่มากมายโดยเฉพาะชาวต่างชาติ ผมเดินทางมาถึงพัทยาราวๆ เที่ยง ได้เห็นบรรยากาศการท่องเที่ยวกับทิวทัศน์ท้องทะเลอันสวยงาม ผู้คนคึกคัก แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าออกจากฝั่งไปสู่เกาะสาก มีสิ่งที่สำคัญประทับอยู่ การเดินทางจะต้องนั่ง Speed Boat โดยได้จองเรือไว้และนัดเรือมารับที่หน้าหาด ค่าบริการไปกลับสำหรับการเดินทางไปเกาะสากอยู่ที่ 2,800 บาท  แต่ไปกันหลายคน จึงช่วยกันเฉลี่ยค่าเดินทางกันได้ครับ เนื่องจากเป็นเรือเร็ว จึงต้องประจำที่และยึดจับให้มั่นคง เพื่อความปลอดภัย การเดินทางใช้เวลาราวๆ 15-20 นาทีก็ถึงที่หมายเกาะสาก ต้องยอมรับว่าพี่โชเฟอร์ขับเรือ ได้รวดเร็วมาก ผมคิดว่านั่งรถฟอร์มูล่าวัน ซะอีก… พี่แกขับเรือได้ซิ่งมาก ขับไปก็กระทบคลื่น ทั้งตัวและหัวสั่น กระโดดกระเด้งไปตลอดระยะทาง เมื่อมาถึงเกาะสาก ผมก็ได้เห็นถึงความสวยงามของชายหาดที่สวยงาม ทะเลน้ำใส ฟ้าสีคราม ช่างมีความสุขกับการเดินทางซะจริงๆครับ เมื่อมาถึง กลุ่มนักเดินทางก็พากันถ่ายรูปความสวยงามของชายหาดสวยงามมากๆ หลังจากที่ชมความสวยงามของชายหาดอย่างหนำใจกันแล้ว ทีมนักเดินทางก็มุ่งไปชมรอยประทับพระบาทและพระหัตถ์ ในหลวง 2 รัชกาล เพื่อทำการสักการะ จุดที่กลุ่มนักเดินทางกำลังสักการะคือ จุดประทับพระบาทและพระหัตถ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9, รัชกาลที่ 10, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์,… Read More »

บรรยากาศสุดหลอน สำนักสงฆ์ร้าง อุทยานหุ่นปั้นพระอาจารย์ซ่วน

https://youtu.be/KybQ5ubmBes สวัสดีครับ วันนี้เรามาเปลี่ยนบรรยากาศกันบ้าง ผมจะพาทุกท่านไปชมบรรยากาศความหลอนที่ผมเชื่อว่า หลายท่านไม่กล้าไปคนเดียว รวมถึงผมด้วยครับ… ผมจะเดินทางไปยัง อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อไปชมบรรยากาศที่เขาว่าหลอนมาก นั่นก็คือ “สำนักสงฆ์ร้าง อุทยานหุ่นปั้นพระอาจารย์ซ่วน” ซึ่งเป็นการเดินทางตามรอยความศรัทธาของชุมชนในอดีต ที่มีต่อพระอาจารย์ซ่วน แห่งวัดท่าลาดใต้ การเดินทางครั้งนี้ ได้รับการแนะนำจากสมาชิกนักเดินทางซึ่งเป็นเจ้าถิ่นคือ คุณอัฐพงษ์ บุญสร้าง และเป็นผู้นำในการพาชมสถานที่ ซึ่งแอบซ่อนตัวอยู่ในซอยเล็กๆ ใกล้วัดท่าลาดใต้ เมื่อเดินทางมาถึง ก็ต้องพยายามหาที่จอดรถให้ชิดขอบทางมากที่สุด เนื่องจากเป็นถนนเส้นแคบๆ จึงต้องเผื่อพื้นที่ให้รถวิ่งสวนผ่านไปได้ หลังจากหาที่จอดรถได้ ก็พากันเดินเข้าพื้นที่ ซึ่งมีความรกพอสมควร ถ้าพากันมายามเย็นโพล้เพล้ รับรองว่าไม่ขอเข้าแน่นอน เพียงแค่ทางเข้า ผมก็เห็นรูปปั้นนักเรียน ก็เล่นเอาหลอนแล้วหล่ะครับ ในใจก็คิดว่า จะเข้าไปดีมั้ย เพราะกลัวๆกล้าๆ สาระพัด ทั้งเรื่องราวอาถรรพ์ (ที่ผมมโนไปล่วงหน้าแระ) แค่ทางเข้าก็เล่นเอาผมหลอนแล้วหล่ะครับ แต่ด้วยมีผู้นำทีม ที่คุ้นเคยสถานที่มาด้วย จึงขอลุย ไหนๆก็มากันแล้ว ขอไม่เสียเที่ยวแล้วกัน แค่ทางเข้าก็พบกับรูปปั้นต่างๆมากมาย ดูแล้วไม่ค่อยเป็นแบบแผนเท่าไหร่นัก ดูแล้วก็หลอนแท้ๆ ต้องขอบอกเรื่องราวสักเล็กน้อยว่า การเดินทางมาครั้งนี้ ผมมีข้อมูลน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย แต่ก็ได้รับฟังเรื่องราวว่าในอดีตนั้น พระอาจารย์ซ่วนเป็นพระที่ได้รับความศรัทธาจากคนในท้องถิ่น เพราะท่านจะเด่นในเรื่องของการสะเดาะเคราะห์ ดูดวง ทำให้มีผู้คนที่มีความเชื่อด้านนี้เดินทางมาพบพระอาจารย์ซ่วนอย่างไม่ขาดสาย พระอาจารย์ซ่วนท่านมีชื่อเสียงโด่งดังทางด้านเมตตามหานิยมและเป็นพระหมอดูที่มีชื่อเสียงมาก ซึ่งมักจะมีคนจากต่างถิ่นมาขอให้ท่านดูดวงให้ ขณะเดียวกันท่านก็จะให้สะเดาะเคราะห์ด้วยการสร้างพระและรูปเทพองค์ต่างๆ ชนิดที่เรียกว่าเกือบจะไม่มีที่เดิน การสร้างพระสร้างเทพในสมัยนั้นไม่ได้มีการวางแผน ใครนึกจะสร้างตรงไหนก็สร้าง การเริ่มปั้นพระและเทพแก้บนน่าจะเริ่มในช่วงปี พ.ศ. 2510 – 2525   นอกจากรูปปั้นเทพ… Read More »

วัดเกาะราษฎร์ศรัทธาธรรม (วัดปกปาก) ชมโบสถ์โบราณและเปลือกหอยโบราณ

https://youtu.be/-XVTj4zRWPQ สวัสดีครับท่านผู้มีใจรักการท่องเที่ยววัดทุกท่าน สำหรับวันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปไกลสักเล็กน้อย และก็ไปตามเส้นทางวัฒนธรรมของอำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา บทความนี้จะพาท่านไปยังวัดเกาะราษฎร์ศรัทธาธรรม หรือวัดปกปาก มีความน่าสนใจคือ จะมีโบสถ์เก่าอายุกว่า 100 ปี ที่ทรุดโทรมอย่างหนัก ดูแล้วน่าจะรอวันพังทลายไปตามกาลเวลา ซึ่งในวันที่ผมเดินทางนั้นจะเป็นปี พ.ศ.2559 ก็ยังสามารถเข้าไปชมกันได้ จะเห็นใบเสมา ที่ปักอาณาเขตโบสถ์เดิมไว้ มีลูกนิมิตโบราณภายในโบสถ์ และสิ่งสำคัญอีกอย่างคือ มีซากเปลือกหอยโบราณ ดึกดำบรรพ์ที่ทางวัดได้ขุดพบอีกด้วย โอกาสนี้ ผมจึงพาทุกท่านเดินทางไปชมบรรยากาศและศึกษาเรื่องราวกันครับ ต้นโพธิ์หน้าวัด จะมีซากต้นตะเคียนอยู่ด้วย ซึ่งเป็นไปตามความเชื่อเกี่ยววิญญาณนางตะเคียนที่สืบทอดความเชื่อมาตั้งแต่โบราณ พระอุโบสถหลังใหม่สร้างแทนหลังเดิมที่ทรุดโทรมไปอย่างมาก เริ่มสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2513 เมื่อเดินผ่านพระอุโบสถหลังใหม่เข้ามาจะพบกับโบสถ์หลังเดิมที่ทรุดโทรมอย่างมาก โบสถ์หลังเดิม สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2443 มีขนาดกว้าง 5.35 เมตร ยาว 11.10 เมตร ลัษณะทรงไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น หลังคามุงกระเบื้อง ผนังก่อด้วยอิฐถือปูนทั้งหลัง ปัจจุบันชำรุดสิ้นสภาพไปอย่างมาก ใบเสมา เป็นสิ่งที่ใช้บอกอาณาเขตของพระอุโบสถ กลุ่มนักเดินทางเดินวนเวียนชมสภาพโบสถ์หลังเดิม ด้วยความเสียดายที่สักวันจะต้องพังทลายไปจนหมด มีเพียงรูปภาพที่จะได้เห็นกันต่อไป สุดท้ายต้องทำใจ และต้องเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น จากนั้นกลุ่มของพวกเราก็เดินทางไปยังศาลาการเปรียญเพื่อขึ้นไปชมเปลือกหอยโบราณ ดึกดำบรรพ์ ซึ่งขุดพบมากมายในบริเวณวัด …และได้นำมาเก็บรักษาไว้บนศาลาการเปรียญ เมื่อเราขึ้นมาชมเปลือกหอยเรียบร้อยแล้ว ก็ใช้เวลาสักพักได้การพูดคุยกัน ได้พบเห็นสิ่งต่างๆมากมาย ที่เป็นกำไรชีวิตของกลุ่มนักเดินทาง …แม้ว่าจะไม่ใช่วัดท่องเที่ยว แต่ทุกๆสถานที่ ก็ย่อมมีเรื่องราวให้ได้เรียนรู้กันไม่รู้จบ ประวัติวัดเกาะราษฎร์ศรัทธาธรรม (วัดปกปาก) พอสังเขป วัดปกปาก หรือที่ชาวบ้านเรียก “วัดโปกปาก” สังกัดมหานิกาย… Read More »

วัดสามกอ อยุธยา ตามรอยวัดเสด็จพระราชดำเนิน ในหลวงรัชกาลที่ ๙

https://youtu.be/ICMzw6fer4Y วัดสามกอ อยุธยา ตามรอยวัดเสด็จพระราชดำเนิน ในหลวงรัชกาลที่ ๙ สักการะหลวงพ่อโต วัดสามกอ … สวัสดีท่านผู้ติดตามครับ วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปตามรอยวัดเสด็จพระราชดำเนินของในหลวง รัชกาลที่ ๙ ที่วัดสามกอ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา … ผมต้องขอบอกก่อนว่า การเดินทางครั้งนี้ เป็นไปด้วยความบังเอิญ เพราะผมไม่ทราบมาก่อนว่า ที่วัดสามกอแห่งนี้ ในหลวง ร.๙ พระองค์เคยเสด็จพระราชดำเนินมาแล้ว … เมื่อผมเดินทางมาถึงวัดสามกอ และเดินเข้าไปสักการะหลวงพ่อโตในพระวิหาร ซึ่งกำลังทำการบูรณะ ก็ได้พบการบันทึกเรื่องราวภายในพระวิหารไว้ว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จประพาสพร้อมสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2506 เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลและสักการะหลวงพ่อโต จึงถือได้ว่า นอกจากความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูป (หลวงพ่อโต) ก็ยังถือว่าเป็นการจารึกประวัติศาสตร์ว่าครั้งหนึ่ง ในหลวง รัชกาลที่ 9 พระองค์ได้เสด็จมา นำความปลาบปลื้มแก่พสกนิกร ดั่งน้ำทิพย์ชโลมใจ แด่ชาว อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นล้นพ้น… จุดแรกที่ผมเดินทางไปชมคือริมแม่น้ำน้อย เพื่อดูบรรยากาศบ้านเรือนริมน้ำ และวิถีชีวิตชาวบ้านในพื้นที่ ดูแล้วก็สงบดีจริงๆครับ ณ บริเวณริมแม่น้ำน้อย ก็ยังมีวิหารพระโพธิสัตว์กวนอิม และรูปปั้นพระถังซัมจั๋ง ถ้าสังเกตุให้ดี ที่หน้าบันพระอุโบสถ จะมีสัญลักษณ์พระปรมาพิไธย ภ.ป.ร. ใกล้เคียงกับพระอุโบสถ จะเป็นวิหารหลวงพ่อโต ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ ขนานนามกันว่า “หลวงพ่อโต” และมีพระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ ๙… Read More »

พระราชาผู้ทรงธรรม ในหลวงรัชกาลที่ ๙ จากบันทึกของครูบาอาจารย์

ข่าวการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของปวงชนชาวไทยทั้งชาติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 – 13 ตุลาคม 2559) เป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่เก้าแห่งราชวงศ์จักรี เสด็จสู่พระราชสมบัติตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2489 เป็นพระมหากษัตริย์ไทยผู้เสวยราชย์ยาวนานที่สุด ตลอด 70 ปีของการครองราชสมบัติ พระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยในการปฏิบัติราชภารกิจเพื่อปวงชนชาวไทยมาโดยตลอด นอกจากพระราชภารกิจในการพัฒนาความเป็นอยู่ของปวงชนชาวไทยแล้ว พระองค์ยังเป็นพระราชาผู้ทรงธรรม ใช้ธรรมะในการดำเนินชีวิต ทรงสืบสานทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและทรงปฏิบัติธรรมตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าอีกด้วย แม้พระองค์จะมีพระราชภารกิจมากมายและยิ่งใหญ่ แต่พระองค์ทรงไม่เคยขาดหลักธรรมแม้แต่น้อย ดังจะเห็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ต่างๆ ที่พระองค์เสด็จไปพบกับพระสงฆ์ทั่วราชอาณาจักร ด้วยทรงสนพระราชหฤทัยในการปฏิบัติธรรมยิ่งนัก สามารถอ่านบทความที่พระองค์เสด็จพบพระสงฆ์ทั่วราชอาณาจักรที่บทความในลิ้งค์นี้ >> www.faiththaistory.com/king-monk โอกาสนี้ผมจึงได้รวบรวมบทความบางส่วนที่ผมได้อ่านและรับรู้เกี่ยวกับพระองค์ที่ได้พบกับพระสงฆ์รูปต่างๆ และมีการสนทนาธรรม หวังว่าบทความนี้จะเป็นการต่อยอดให้ท่านผู้สนใจ ได้ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อเดินทางตามรอยพระองค์ ให้มีชีวิตที่ประสบสุขต่อไป **พ่อเหนื่อยมาทั้งชีวิต แต่พ่อไม่เคยหยุดเพื่อพสกนิกรชาวไทยทั้งปวง…** ณ โอกาสนี้ แอดมินขอเรียบเรียงบทความบางตอนในหนังสือ “พระเมตตา” โดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ซึ่งรวบรวมเรื่องราวพระราชปรารภของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อคราวเสด็จมาทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในพระอุโบสถหลังใหม่ วัดท่าซุง ในพระราชปรารภตอนหนึ่ง พระองค์มีพระราชปรารภว่า พระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยมาก ทั้งนี้หลวงพ่อก็ทราบดีว่า เพราะพระองค์มีพระราชจริยวัตรห่วงใยพสกนิกรของพระองค์มาก การประทับอยู่ในกรุงเทพฯ ก็เต็มไปด้วยหมายกำหนดการ และการออกเสด็จไปข้างนอกพระองค์ก็ไม่ได้ทรงพักผ่อน พระองค์ทรงแปรพระราชฐานครั้งใด ก็ปรากฏแต่ข่าวว่าไม่ได้ทรงพักผ่อนอยู่กับที่ เพราะการที่พระองค์เสด็จแปรพระราชฐานทุกครั้ง ก็เสด็จไปเยี่ยมเยียนประชาชน ไปเยี่ยมชาวเขา ชาวบ้าน หลวงพ่อกล่าวต่อว่า เมื่อได้ทราบข่าวการเสด็จของพระองค์ ก็เห็นพระองค์อยู่บนเขาบนดอย… Read More »

วัดถ้ำพระโพธิสัตว์ สระบุรี ตามรอยภาพสลักโบราณอายุกว่าพันปี

https://youtu.be/NVi7q_FJpss สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้ผมจะพาทุกท่านไปตะลุยท่องเที่ยววัด ชมถ้ำโบราณ ตามรอยภาพสลักโบราณอายุกว่าพันปี ที่วัดถ้ำพระโพธิสัตว์ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี  ด้วยความมีชื่อเสียงของวัดแห่งนี้คือมีถ้ำธรรมชาติ ที่มีสลักภาพศิลปะเก่าแก่ในยุคทวารวดี สันนิษฐานอายุมากกว่าพันปี จึงเป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวไปชมกันอย่างมากมาย นอกจากนี้ที่วัดยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม มีความเงียบสงบ ร่มรื่น แวดล้อมไปด้วยขุนเขาที่สวยงาม และมีธารน้ำตกยิ่งทำให้ดูร่มเย็นยิ่งนัก การเดินทางในครั้งนี้ ใช้เวลาเดินทางไม่นานนัก จากจังหวัดลพบุรี มาถึงอ.แก่งคอยใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง ซึ่งทางเข้าวัดจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง (ปูนตรานกอินทรีย์)  ระหว่าที่ขับรถเข้ามา ก็จะได้ชมบรรยากาศสองข้างทาง ที่ดูร่มรื่นสวยงามของธรรมชาติ ช่างเป็นวันพักผ่อนที่วิเศษจริงๆครับ วัดถ้ำพระโพธิสัตว์มีอีกชื่อว่า ถ้ำพระงามหรือถ้ำเขาน้ำพุ ประกอบด้วย คูหาน้อยใหญ่ 6 คูหา คูหาที่มีภาพสลักบนผนัง เป็นคูหาติดทางเข้าถ้ำพระโพธิสัตว์ คูหานี้มีเจดีย์ปิดทอง ประดิษฐานโบกปูน ปูด้วยกระเบื้อง เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นภายหลังในสมัยปัจจุบันนี้ ณ ผนังด้านเหนือของคูหานี้สูงจากพื้นถ้ำราวๆ 4 เมตร มีภาพสลักนูนต่ำศิลปกรรมสมัยทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 13-14) เมื่อผมมาถึงวัด ต้องบอกว่าได้รับรู้ถึงความสดชื่นจากธรรมชาติที่ยังสมบูรณ์ดีมากๆเลยครับ ผมจอดรถบริเวณป้ายทางเข้าถ้ำ ธรรมชาติที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งในวัด นั่นก็คือธารน้ำตกที่สวยงาม…ซึ่งกลุ่มนักเดินทาง ได้ทำการบันทึกภาพและชมน้ำตกสักระยะหนึ่ง กะว่าจะอัพขึ้นโซเชียล แต่พบว่าสัญญาณสื่อสารทุกค่ายดับสนิท เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ ถ้ามากันเป็นคณะควรนัดหมายเวลากันให้ดี เพราะคุณจะใช้เครื่องมือสื่อสารไม่ได้ ทางขึ้นถ้ำจะมีต้นไม้ขนาดใหญ่ พันผ้าสี ตามความเชื่อของคนไทยที่มีมายาวนานเกี่ยวกับรุกขเทวดา ระหว่างดินไปสู่ถ้ำ ก็จะได้ชมบรรยากาศแสนร่มรื่น ที่หาได้ยากในปัจจุบันถ้าเราไม่ออกเดินทางคงไม่ได้พบเจอ ในวัดจะมีทางขึ้นถ้ำหลักๆ 3 ถ้ำคือ ถ้ำพระโพธิสัตว์ ถ้ำเลียงผา… Read More »

ตามรอยพระพุทธบาท ถ้ำเขาภูคา สถานที่บรรลุธรรมของหลวงปู่บุดดา

https://youtu.be/gADOHIO8wng ตามรอยพระพุทธบาท ถ้ำเขาภูคา สถานที่บรรลุธรรมของหลวงปู่บุดดา …ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปยังวัดพระพุทธบาทภูคาจุฬามณี จังหวัดนครสวรรค์ หรือที่ชาวบ้านเรียกสั้นๆว่าวัดเขาภูคา ต้องกล่าวก่อนว่าทำไมผมถึงมาที่นี่… เนื่องจากผมนั้นศรัทธาในองค์หลวงปู่บุดดา ถาวโรมาก ผมได้อ่านเรื่องราวประวัติของหลวงปู่บุดดาเมื่อไม่นานมานี้ ได้ทราบถึงความเด็ดเดี่ยวของหลวงปู่บุดดา ที่ตัดสินใจเดินธุดงค์เพียงรูปเดียวในพรรษาที่ 2 เท่านั้น… และทราบว่าที่ถ้ำภูคาแห่งนี้ เป็นสถานที่หลวงปู่บุดดาและหลวงปู่สงฆ์ พรหมสโร(บิดาของหลวงปู่บุดดา ในอดีตชาติ) ได้บรรลุธรรมขั้นสูง จึงถือได้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่ง… ผมเคยอ่านเรื่องราวของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ท่านได้บอกว่าสถานที่ใดก็ตามที่มีพระอริยะบรรลุธรรม จะเป็นสถานที่ทำกรรมฐานได้ดีและเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์… และโดยส่วนตัวของผมนั้น ชอบการเดินทางบูชารอยพระพุทธบาทเป็นอย่างยิ่ง จึงมักจะหาโอกาสเดินทางไปสักการะรอยพระพุทธบาทเท่าที่จะมีโอกาสเสมอ… ด้วยเหตุนี้ ผมจึงตัดสินใจเดินทางมาทันทีครับ วัดพระพุทธบาทภูคาจุฬามณี หรือวัดเขาภูคา ตั้งอยู่ที่ ต.หัวหวาย อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ การเดินทางสะดวกดีครับ ผมขับรถมาจอกบริเวณหน้าศาลาการเปรียญ สถานที่สำคัญหลักๆ ของวัดเขาภูคา ได้แก่ ถ้ำภูคา, พระพุทธเกศแก้วจุฬามณี, รอยพระพุทธบาท, บ่อน้ำข้างพระเจดีย์บนเขาภูคา ถ้ำภูคาจะอยู่บริเวณเชิงเขา เป็นถ้ำกว้างลึก หน้าปากถ้ำจะเป็นลานกว้าง เป็นจุดที่หลวงปู่บุดดา และหลวงปู่สงฆ์ได้ใช้เป็นทางเดินจงกรม ภายในถ้ำจะเป็นถ้ำที่กว้างขวางมาก กลางถ้ำจะมีปล่องรับแสงถ้ำให้ภายในถ้ำไม่มืดในช่วงกลางวัน ปลอดโปร่งไม่อัพชื้น จึงเป็นสถานที่เหมาะกับการปฏิบัติธรรม ในถ้ำนอกจากจะประดิษฐานพระพุทธรูปแล้ว ก็ยังมีรูปปั้นพระสงฆ์จากเหตุการณ์เมื่อครั้งที่หลวงปู่บุดดาได้มาปฏิบัติธรรมและได้เห็นพระสงฆ์หลายองค์ได้เดินจงกรมในถ้ำแล้วหายไป จึงมีการสร้างรูปปั้นพระสงฆ์ ณ บริเวณดังกล่าวไว้ ภายในถ้ำค่อนข้างกว้างขวาง ซึ่งในบันทึกเรื่องราวประวัติหลวงปู่บุดดา ได้บันทึกว่า หลวงปู่บุดดาและหลวงปู่สงฆ์จะปฏิบัติธรรมกันคนละฟากถ้ำ… เมื่อผมเดินทางมาดูสถานที่จริงก็เห็นว่า ถ้ำใหญ่และมีจุดที่สามารถปฏิบัติได้มากมายจริงครับ ผมได้เดินวนดูบรรยากาศในถ้ำสักระยะหนึ่ง แต่ก็ไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่นัก เนื่องจากมีเหล่าสุนัขเดินตามตลอดเวลา แต่ท่านที่จะมาไม่ต้องกังวลนะครับ เพราะดูแล้วไม่กัดคน… หลังจากที่ผมถ่ายรูปบรรยากาศไว้จนพอใจแล้ว จึงได้เดินทางขึ้นไปบนเขาภูคาเพื่อสักการะรอยพระพุทธบาท… Read More »

ตามรอยพระพุทธบาท ชมถ้ำบ่อทอง วัดถ้ำบ่อทอง ลพบุรี

https://youtu.be/envMcoTtLbw วันนี้ผมจะพาทุกท่านไปตามรอยพระพุทธบาท ที่วัดถ้ำบ่อทอง ต.ช่องสาริกา อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ซึ่งเรื่องราวของรอยพระพุทธบาทที่วัดถ้ำบ่อทองนี้ มีบันทึกอยู่ในหนังสือตามรอยพระพุทธบาท โดยพระอาจารย์ชัยวัฒน์ อชิโต นอกจากเราจะมาตามรอยพระพุทธบาทกันแล้ว เราจะเข้าไปชมถ้ำบ่อทอง ที่มีเรื่องราวบอกเล่าว่า ทางทิศเหนือของภูเขาแห่งนี้มีบ่อน้ำเล็กๆ และมีชาวต่างชาติได้มาขุดหาทอง เรียกว่าทุ่งบ่อทอง ถ้ำแห่งนี้จึงมีชื่อเรียกว่า ถ้ำบ่อทองนั่นเอง ส่วนด้านบนเขาหน้าวัดจะประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่สีขาว เห็นมาแต่ไกล ดูสวยงามดีครับ ด้านล่างมีศาลเจ้าปู่ดำดงแม่มาลัยทอง… ซึ่งผมนำรถมาจอดในบริเวณของศาลนี้ … บรรยากาศในวัดต้องบอกว่าเงียบสงัดเลยก็ว่าได้ เพราะไม่เห็นผู้คนเดินทางมากัน เหตุเพราะจะอยู่ห่างไกล ไม่ใช่วัดท่องเที่ยว จึงมักจะคึกคักในช่วงงานบุญ… แต่ผมคิดว่าบรรยากาศโดยรวม เป็นวัดที่น่าสนใจ น่าท่องเที่ยวและทำบุญ เพราะอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ผมเดินมาไหว้ศาลพ่อปู่ดำดง แม่มาลัยทอง จากนั้นก็เดินขึ้นเขา ซึ่งมีทางขึ้นใกล้กับศาลนั่นเอง เพื่อไปชมและกราบไหว้พระพุทธรูปบนภูเขา ผมได้ยืนชมบรรยากาศด้านบนไม่นานนัก เพราะว่าเป็นช่วงเย็นเกรงว่าจะมืดค่ำไปเสียก่อน จึงเดินทางลงกันมาเพื่อไปชมถ้ำบ่อทองกันต่อไป ก่อนขึ้นไปชมถ้ำ ให้ทำการเปิดคัตเอาท์ไฟแสงสว่างก่อนนะครับ เพราะด้านบนจะมืดสนิท ทางขึ้นถ้ไม่สูงมากนักใช้เวลาเดินขึ้นไม่นานก็ถึงปากถ้ำ ปากถ้ำบ่อทอง จะมีกรงเหล้กปิดไว้นะครับ สามารถเปิดเข้าไปได้ แต่ในวันเดินทางปรากฎว่าภายในถ้ำไฟแสงสว่างไม่ติด ทำให้มืดสนิทเลยครับ ผมจะเดินเข้าไปลึกๆ ก็หลอนๆชอบกล จึงยืนอยู่แถวๆปากถ้ำและใช้ แฟรชถ้ายรูปเข้าไปแทน ถ้ำบ่อทอง เป็นถ้ำหินปูนขนาดไม่กว้างขวางมากนัก ประมาณความกว้าง 10 เมตร ยาว 10 เมตร ตั้งอยู่บนภูเขาขนาดเล็กในพื้นที่ ตำบลช่องสาลิกา อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี  ภายในถ้ำประดิษฐานพระพุทธรูป มีเรื่องราวเล่าว่า ในอดีตด้านทิศเหนือของภูเขาแห่งนี้มีแหล่งน้ำลักษณะคล้ายบ่อน้ำหรือสระน้ำ ซึ่งเคยมีชาวต่างชาติมาทำการขุดหาทอง… Read More »

วัดถ้ำกระบอก ชมพระพุทธรูปจากหินหลอม (ลาวา) และชมถ้ำธรรมชาติ

https://youtu.be/Ot6MKYj4a7g สวัสดีครับท่านผู้รักการท่องเที่ยววัดทุกท่าน วันนี้ผมจะพาทุกท่านไปยังวัดถ้ำกระบอก จังหวัดสระบุรี… แต่ไม่ได้พาท่านมาบำบัดอะไรนะครับ ซึ่งแต่เดิมทีเดียวนั้น ผมก็คิดเพียงว่าสถานที่แห่งนี้จะเป็นสถานที่บำบัดผู้ติดสิ่งเสพติดเท่านั้น… แต่ไม่ใช่อย่างนั้นเลยครับ เรายังจะได้พบกับความสวยงามของขุนเขาเมืองสระบุรี มีพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นจากหินที่นำมาหลอมเหลวเหมือนลาวา มาหล่อขึ้นเป็นพระพุทธรูปที่ดูสวยงามโดดเด่นเป็นสง่า นอกจากพระพุทธรูปแล้ว ยังจะได้เข้าไปชมถ้ำธรรมชาติในวัดอีกด้วย… บรรยากาศโดยรวมต้องบอกว่าร่มเย็น สบายๆ มีร้านอาหารบริการ เที่ยวแล้วก็มาหยุดนั่งพักผ่อน สบายอุรายิ่งนักเลยครับ ความสำคัญที่หลายคนรู้จักวัดถ้ำกระบอก คือเป็นสถานที่รักษาผู้ติดยาเสพติดที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่ในบริเวณเทือกเขาโปร่งปราบ ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี วัดถ้ำกระบอกนี้ แม่ชีเมี้ยน ปาน จันทร์ เป็นผุ้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2500 ต่อมาเมื่อแม่ชีเมี้ยนสิ้นชีวิตลง หลวงพ่อจำรูญ ปานจันทร์ ซึ่งเป็นหลานได้เป็น ผู้ปฏิบัติภารกิจสืบต่อมาจนได้รับรางวัล “แมกไซไซ” เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2518… ปัจจุบันแม้หลวงพ่อจำรูปจะมรณภาพไปแล้ว แต่การสืบสานภารกิจของวัดเพื่อสังคม ก็ยังดำเนินต่อไป… เราเดินทางไปชมความสวยงามที่วัดถ้ำกระบอกกันเลยครับ เมื่อมาถึงวัด หาที่จอดรถเรียบร้อยแล้ว ผมก็เดินดิ่งมายังพระพุทธรูปเลยหล่ะครับ ดูยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างซะจริงๆ … สำหรับพระพุทธรูปยืนด้านหน้านั้น มี 1 องค์ที่พังทลายลงมาแล้ว… น่าเสียดายจริงๆครับ   พระพุทธรูปตั้งโดดเด่น โดยมีขุนเขาเป็นเบื้องหลัง ดูสวยงามมากครับ พระพุทธรูปทั้งหมดสร้างขึ้นจากการนำหินมาหลอมด้วยความร้อนสูงจนละลายคล้ายลาวา แล้วนำมาหล่อเป็นพระพุทธรูปขึ้นครับ หลังจากที่ผมเดินชมและถ่ายรูปพระพุทธรูปจนหนำใจแล้ว ผมก็เดินไปเพื่อชมถ้ำในวัดครับ เมื่อเดินใกล้ถึงปากทางเข้าถ้ำ สิ่งที่เราจะสัมผัสได้นั่นก็คือกลิ่นมูลค้างคาว… แต่ก็ไม่ฉุนมากนะครับ ทนได้ครับ สามารถเดินเข้าไปชมบรรยากาศในถ้ำได้ บริเวณปากถ้ำ… Read More »

เที่ยววัดเขาสมโภชน์ ชมถ้ำอรหันต์ กราบอมตะสังขารหลวงพ่อคง

https://youtu.be/8_74MZSaY-Q สวัสดีครับท่านผู้รักการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทุกท่าน วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไกลไปถึง อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี เพื่อไปเที่ยววัดเขาสมโภชน์ ซึ่งมีบรรยากาศสวยงามท่ามกลางขุนเขาล้อมรอบ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่มีชื่อเสียงมาช้านาน ตั้งแต่สมัยหลวงพ่อคง จัตตมโลยังไม่มรณภาพ วัดเขาสมโภชน์แห่งนี้ ผมเคยเดินทางมาเมื่อราวๆ 10 ปีก่อน เพื่อมาปฏิบัติธรรม ซึ่งยังมีภาพความทรงจำครั้งนั้น ที่มีผู้คนเดินทางมายังวัดมากมาย เมื่อผมเดินทางกลับไปอีกครั้ง ก็ยังพบว่าสภาพวัดมีความเจริญมากขึ้นแต่ก็ยังเห็นผู้คนมาปฏิบัติธรรมกันมากมายเช่นเดิม สภาพโดยรวมของวัดเขาสมโภชน์ มีความร่มรื่นท่ามกลางขุนเขา มีถ้ำธรรมชาติหลายถ้ำ แต่ทางวัดได้จัดสร้างบันไดเข้าชมถ้ำไว้ 2 ถ้ำคือ ถ้ำภาชีและถ้ำอรหันต์ … สำหรับถ้ำภาชีนั้นจะค่อนข้างมืด เนื่องจากไม่มีช่องแสงผ่านเข้ามา และทางวัดไม่ได้ติดหลอดไฟแสงสว่างไว้ให้ ถ้าท่านใดจะเดินทางเข้าชม ควรพกไฟฉายเข้าไปด้วยจะเป็นการดี ส่วนถ้ำอรหันต์นั้น เป็นถ้ำที่สำคัญของวัดเขาสมโภชน์ เพราะตามเรื่องราวนั้น เป็นถ้ำที่หลวงพ่อคง จัตตมโล ได้เห็นในนิมิต แล้วเดินทางธุดงค์มาเพื่อเปิดถ้ำสู่สาธารณะชน ซึ่งมีเรื่องราวอัศจรรย์ที่ถ้ำแห่งนี้ แล้วผมจะกล่าวในรายละเอียดต่อไป หลังจากหาที่จอดรถเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จุดแรกที่ผมเดินเข้าไปก็คือพระอุโบสถ ซึ่งตั้งโดดเด่นสวยงามมีขุนเขาเป็นฉากหลัง ผมเดินเข้าสู่พระอุโบสถ ทำการกราบไหว้บูชาพระ และนั่งพักด้านในสักครู่หนึ่ง รูปปั้นอนันตนาคราช หลังพระอุโบสถ… มีความเชื่อว่าให้โชคลาภมาหลายราย …ซึ่งน้องที่เดินทางมาด้วยครั้งนี้ ได้เคยอธิษฐานขอให้ได้งานใหม่ที่ดีขึ้น ปรากฎว่าอีกเพียง 1 สัปดาห์ ได้งานใหม่จริงๆ… ซึ่งน้องคนนี้ก็เดินทางนำพวงมาลัยมาถวายตามที่อธิษฐานไว้ด้วยครับ ณ วังทองพญานาค จะตั้งเยื้องมาด้านหลังของพระอุโบสถ จากนั้นผมก็พากันเดินทางไปชมถ้ำภาชีและถ้ำอรหันต์ ไม่ต้องกังวลเรื่องลิงนะครับ … เพราะยังไงก็ต้องเจอฝูงลิงมากมายแน่นอน แต่ไม่เกเรครับ เหมือนว่าฝูงลิงเหล่านี้คุ้นเคยกับคนเป็นอย่างดี จุดขึ้นถ้ำแรก คือถ้ำภาชี มีบันไดทางขึ้นสะดวกสบายดีครับ เนื่องจากช่วงที่ผมเดินทางเป็นฤดูฝน… Read More »