ตามรอยหลวงปู่บุญตา วัดคลองเกตุ ลพบุรี ศิษย์หลวงปู่เสาร์และหลวงพ่อเดิม

https://youtu.be/hqrDq9fgjzM สวัสดีครับท่านผู้ติดตามเรื่องราวการตามรอยศรัทธาทุกท่าน วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางตามรอยความศรัทธาไปยังวัดคลองเกตุ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ซึ่งสถานที่แห่งนี้ เคยเป็นสถานที่จำพรรษาของหลวงพ่อเกตุ พระวิปัสสนากรรมฐาน ผู้เป็นศิษย์หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล (พระอาจารย์ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต) และเป็นศิษย์ของพระเกจิชื่อดังแห่งวัดหนองโพ เมืองนครสวรรค์ นั่นก็คือหลวงพ่อเดิม พุทธสโร อีกด้วย เนื่องจากผมได้เดินทางไปยัง อำเภอโคกสำโรง จ.ลพบุรี จึงได้ค้นหาข้อมูลเรื่องราวของพระชื่อดัง จึงได้พบว่าวัดคลองเกตุ เป็นเส้นทางผ่าน ผมจึงได้ถือโอกาสนี้เดินทางไปชมบรรยากาศครับ ผมเดินทางไปในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2560 ซึ่งในวันที่ผมเดินทางไปนั้น เป็นวันที่มีการจัดงานอุปสมบทอยู่ด้วย จึงได้เห็นความคึกคักในวัด โดยปกติแล้ว วัดคลองเกตุจะเป็นวัดที่เงียบสงบพอสมควร เพราะระยะทางห่างจากเมืองลพบุรีก็หลายสิบกิโลเมตรนั่นเอง  นานๆที จึงจะเห็นนักท่องเที่ยวเดินทางมา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผู้ที่รู้เรื่องราวของหลวงปู่บุญตานั่นเอง จากถนนเส้นหลักเข้ามาสู่ทางเข้าวัดคลองเกตุ จะเป็นชุมชนตลอดเส้นทาง การเดินทางสะดวกสบายดีครับ การเดินทางมาไม่ยากครับ ถ้ามาจากกรุงเทพฯ จะผ่านวงเวียน อำเภอโคกสำโรง ขับมาอีกราวๆ 1-2 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกเส้นทางไปวัด โดยให้เลี้ยวขวาตามป้ายเลยครับ จุดจอดรถจะมีทั้งด้านหน้าและด้านหลังวัด เลือกจอดได้ตามอัธยาศัยครับ ภายในวัด มีจุดนั่งพักผ่อนที่ทางวัดได้จัดไว้ให้ ซึ่งจะอยู่บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถ จากนั้น ผมก็ไปทำการกราไหว้บูชารูปหล่อหลวงปู่บุญตา ในศาลา ภายในศาลานี้ จะมีโลงศพที่เคยใช้บรรจุศพของหลวงปู่บุญตา เมื่อครั้งที่ท่านได้ละสังขารไป และมีรูปหล่อองค์ท่านไว้ให้กราบไหว้บูชา ภายในศาลานี้ มีตู้วัตถุมงคลให้บูชาด้วยครับ สำหรับท่านที่นิยม โดยจะมีท่านเจ้าอาวาสเปิดให้บูชาเท่านั้น… ในวันที่ผมเดินทางไปวัดคลองเกตุ ปรากฏว่าเจ้าอาวาสท่านไม่อยู่ จึงไม่ได้บูชามาตามระเบียบ ทั้งนี้มีวัตถุมงคลที่หลวงปู่บุญตาได้สร้างไว้ด้วยครับ ผมจะต้องกลับไปบูชามาให้ได้แน่นอนครับ    … Read More »

ตามรอยอารยธรรมพุทธศาสนา เมืองโบราณซับจำปา ยุคก่อนประวัติศาสตร์ถึงทวารวดี

https://youtu.be/9xIUUZJX3do สวัสดีครับ วันนี้ผมจะพาทุกท่านออกเดินทางไปตามรอยอารยธรรมพุทธศาสนา ณ เมืองโบราณซับจำปา ที่มีอายุในช่วงยุคก่อนประวัติศาสตร์ถึงสมัยทวารวดี ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ที่ อ.ท่าหลวง จ.ลพบุรี … ก่อนที่ผมจะเดินทางตามรอยครั้งนี้ เนื่องจากผมได้เดินทางไปชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ จังหวัดลพบุรี  ได้เห็นเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย โดยผมให้ความสนใจเรื่องราวในยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายจนถึงยุคทวารวดีเกี่ยวกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและอิทธิพลทางพระพุทธศาสนา ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ มีหลักฐานโบราณวัตถุที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนานั่นก็คือ การขุดค้นพบหลักฐานชิ้นสำคัญทางประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาก็คือ ฐานและเสาหินธรรมจักรแปดเหลี่ยม จารึกอักษรปัลลวะ คาถาในพระไตรปิฎก อายุในช่วงพุทธศตวรรษที่ 12-13 และได้ค้นพบเศียรพระพุทธรูปสมัยทวารวดี อายุราวพุทธศตวรรษที่ 11-12 ซึ่งมีความสมบูรณ์อย่างมาก เศียรพระพุทธรูปหินเขียวนี้ มีสภาพที่สมบูรณ์อย่างมาก จนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะหลุดรอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ จารึกอักษรปัลลวะ คาถาในพระไตรปิฎก บนเสาหินธรรมจักรแปดเหลี่ยม สมัยทวารวดี พุทธศตวรรษที่ 12-13 การเดินทางเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ครั้งนี้ ทำให้ผมให้ความสนใจเรื่องราวของเมืองซับจำปามากยิ่งขึ้น จึงค้นหาเส้นทางว่าไกลเพียงใด…ปรากฏว่าต้องเดินทางต่อไปถึง อ.ท่าหลวง จ.ลพบุรี อยู่ห่างออกไปราวๆ 100 กิโลเมตร พอทราบถึงระยะทางที่ไกลพอสมควร จึงได้วางแผนที่จะเดินทางกันในวันหลัง จากข้อมูลเมืองโบราณซับจำปา พบว่ามีอายุในช่วงยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายเพราะค้นพบเครื่องใช้เครื่องประดับที่ทำจากหินและโลหะ จนถึงสมัยทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 11-16) แต่สิ่งที่ผมสนใจเรื่องราวและอยากเดินทางไปตามรอยเพราะเรื่องราวของพระพุทธศาสนามากที่สุด จากการจารึกบนหลักศิลาจารึกที่ผมกล่าวมาแล้วข้างต้น และโบราณวัตถุทางพระพุทธศาสนา การค้นพบเมืองโบราณซับจำปาอย่างเป็นทางการ ในปี พ.ศ.2513 เกิดเหตุการณ์ตั๊กแตนปาทังก้าระบาดในพื้นที่เกษตรกรรม ทำให้กรมการเกษตรส่งอากาศยานเพื่อโปรยสารเคมีกำจัดแมลง… ทำให้นักบินเห็นสันฐานคูเมืองโบราณซับจำปา ข่าวนี้จึงกระจายไปในแวดวงโบราณคดี ถือเป็นการค้นพบอย่างเป็นทางการ ผมได้ค้นหาข้อมูล ก็ยิ่งตื่นเต้นกับเรื่องราวของเมืองโบราณแห่งนี้ แม้ว่าจะไม่มีความรู้ทางโบราณคดีเลยก็ตาม … เพียงแค่อยากเดินทางไปดูสถานที่… Read More »

วัดอุดมมงคล ฉะเชิงเทรา วัดที่หลวงพ่ออุตตมะให้สร้างขึ้น (มีคลิป)

https://youtu.be/xnopxGE9QtA สวัสดีครับ วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปยังวัดอุดมมงคล ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นวัดที่มีความสำคัญตามประวัติว่า หลวงพ่ออุตตมะได้ให้สร้างขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมสุดท้ายที่หลวงพ่ออุตตมะสร้าง ก่อนท่านก็ได้มรณภาพลง หลวงพ่ออุตตมะ เป็นพระเชื้อสายมอญมาจากประเทศพม่าหรือเมียนม่าในปัจจุบัน ท่านมีความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวที่จะธุดงค์แสวงหาธรรมเพื่อการหลุดพ้น ข้ามแดนสู่ประเทศไทย และได้พบเจอครูบาอาจารย์ที่เรารู้จักกันดีมากมายเช่น หลวงปู่แหวน สุจิณโณ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร เป็นต้น หลวงพ่ออุตตมะ เป็นพระที่มีความเมมตาสูง จนเป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง และได้เริ่มสร้างวัดแห่งแรกคือ วัดวังก์วิเวการาม อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี โดยการบูรณะขึ้นมาจากวัดร้าง ความมีชื่อเสียงและเป็นที่เลื่อมใสทำให้ท่านได้รับสมญานามว่า “เทพเจ้าแห่งสังขละบุรี” เนื่องจากผมยังไม่มีโอกาสเดินทางไปยังวัดวังก์วิเวการาม จึงได้เดินทางมายังวัดอุดมมงคล ฉะเชิงเทรา เป็นการอุ่นเครื่องก่อน เพราะเป็นวัดที่หลวงพ่ออุตตมะได้สร้างขึ้นเช่นกัน ในวันที่ผมเดินทางจะเป็นวันธรรมดา (14 มิถุนายน 3560) ซึ่งจะมีผู้คนน้อยกว่าปกติ ในวัดจึงดีค่อนข้างเงียบ… ในวัดมีสิ่งปลูกสร้างมากมายเช่น องค์รูปหล่อหลวงพ่ออุตตมะ, พระราหู, พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ, พระอุปคุต และมีสิ่งปลูกสร้างที่กำลังดำเนินการคือ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ ถัดมาฝั่งตรงข้ามกับองค์หลวงพ่ออุตตมะ จะเป็นพระอุโบสถ และวิหารหลวงพ่อพุทธโสธรที่สานจากไม้ไผ่ ภายในพระอุโบสถ จะสร้างลักษณะคล้ายกับเป็นปากถ้ำเข้าไป ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธรูป   ภายในพระอุโบสถด้านล่าง จะมีพระพุทธรูปอยู่องค์หนึ่ง ที่เป็นพระพุทธรูป 3 มิติ ถือว่าแปลกตากว่าพระพุทธรูปทั่วๆไป … องค์พระพุทธรูปจะมีลักษณะเป็นเบ้าลึกเข้าไป แต่เมื่อถ่ายภาพออกมา จะเป็นลักษณะเหมือนองค์พระลอยนูนออกมา และยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเราเดินไปทางซ้ายหรือขวา จะเหมือนองค์พระพุทธรูปลอยเด่นหันมาตามเราอีกด้วย ซึ่งเป็นภาพลวงตาจากการมองภาพพระพุทธรูป เป็นฝีมือช่างที่ทำขึ้นมาได้อย่างประณีตดีจริงๆครับ ถือว่าพระพุทธรูป… Read More »

ตามรอยหลวงพ่อทองห่อ วัดโคกโพธิ์ อยุธยา พระเกจิสายหลวงพ่อทา (มีคลิป)

https://youtu.be/abboZ2jOmTM สวัสดีครับ วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปตามรอยพระเกจิแห่งทุ่งอุทัย วัดโคกโพธิ์ พระนครศรีอยุธยา นั่นคือหลวงพ่อทองห่อ ถิรญาโณ พระเกจิสายหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก นครปฐม สถานที่แห่งนี้มีตำนานเล่าขานมายาวนาน กล่าวกันว่าหลวงพ่อทา แห่งวัดพะเนียงแตกได้ธุดงค์กลับมาจากกัมพูชาพร้อมด้วยหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ แล้วมาแยกย้ายกันที่วัดโคกโพธิ์แห่งนี้  ระหว่างนั้นหลวงพ่อทา ท่านเห็นว่าวัดโคกโพธิ์ เสื่อมโทรมอย่างหนัก จึงได้ดำริที่จะช่วยบูรณะวัดก่อนกับนครปฐม จึงทำให้หลวงพ่อทองห่อ ได้มีโอกาสร่ำเรียนวิชาจากหลวงพ่อทานั่นเอง ผมเดินทางผ่านบรรยากาศท้องทุ่งนา สวยงาม ได้ชมบรรยากาศรอบข้างก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบ เพราะมีความเงียบสงบที่ผมก็ชอบเป็นทุนเดิม (เดินทางช่วงต้นปี พ.ศ.2560) เมื่อมาถึงวัด ก็ได้พบกับความเงียบพอสมควร แต่ก็ยังเห็นผู้คนในท้องที่ เดินทางมาวัดกันอยู่บ้าง พระอุโบสถอยู่ในระหว่างการบูรณะ และก็เป็นจังหวะพอดีที่ได้พบพระในวัดกำลังเตรียมของประกอบพิธีทางศาสนา ท่านจึงได้เมตตาพาขึ้นไปบนศาลา เพื่อไปกราบสักการะรูปหล่อหลวงพ่อทองห่อ   บรรยากาศการเดินทางผ่านทุ่งนา และบรรยากาศท้องถิ่น ทุ่งอุทัย ผมได้จอดรถไว้บรเวณหน้าวัด ติดกับพระอุโบสถ ซึ่งกำลังบูรณะอยู่ จากนั้นผมก็เดินไปยังหลังวัด เพื่อดูบรรยากาศและหาโอกาสสอบถามเรื่องราวจากพระ  และก็มีพระกำลังเตรียมอุปกรณ์ประกอบพิธีทางศาสนา ผมจึงได้ถือโอกาสเข้าไปสอบถาม และท่านก็พาเดินขึ้นบนศาลาและพระอุโบสถ บนศาลาการเปรียญ จะประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อทองห่อให้ได้สักการะบูชา ผมได้เข้าไปกราบรูปหล่อหลวงพ่อทองห่อ และขอพร จากนั้นก็เก็บภาพบางส่วนไว้ด้วย ระหว่างนั้นพระสงฆ์ที่วัดได้พาไปชมธรรมมาสที่มีความเก่าแก่พอสมควร (สร้างปี พ.ศ.2472) ซึ่งเก็บรักษาไว้ด้านบนศาลา จึงสันนิษฐานกันว่าศาลานี้จะสร้างมาก่อน พ.ศ.2472 จากนั้นพระที่วัดได้พาผมไปที่พระอุโบสถที่กำลับูรณะ เพื่อไปชมพระพุทธรูปเก่าแก่ที่ประดิษฐานด้านใน มีพระพุทธรูปเก่าแก่องค์หนึ่ง มีจารึกการสร้างที่ฐานพระไว้ว่า หลวงพินิตย์นิตินัยสร้างอุทิศให้แก่บิดา มารดา พ.ศ.๒๔๕๗ จากนั้นผมจึงเดินออกมาหน้าพระอุโบสถ เพื่อไปกราบสถูปบรรจุอัฐิหลวงพ่อทองห่อ จากนั้นผมก็เดินไปชมบรรยากาศโดยรอบวัด ก็ได้เห็นสิ่งปลูกสร้างที่ยังมีความเก่าแก่ สร้างจากไม้โดยทั่วบริเวณ เช่น… Read More »

ตามรอยหลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู พระเกจิแห่งสงครามอินโดจีน (มีคลิป)

https://youtu.be/D7CSBX99DPw สวัสดีครับ วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปตามรอยพระเกจิชื่อดังในอดีตแห่งวัดนางหนู ลพบุรี นั่นก็คือหลวงปู่จันทร์ จันทโชติ ท่านเป็นพระที่มีชื่อเสียงในช่วงของสงครามอินโดจีน เล่ากันว่าช่วงนั้นมีเหล่าทหารมาขอวัตถุมงคลของท่านเพื่อเป็นสิริมงคลจำนวนมาก สภาพปัจจุบัน วัดนางหนูอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แต่ก็มีบรรยากาศที่เงียบเหงา เนื่องจากไม่ใช่วัดท่องเที่ยว ชาวบ้านจึงจะจัดงานบุญในช่วงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วัดนางหนูไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างทีแน่ชัด แต่ความมีชื่อเสียงของวัดเกิดขึ้นจากบารมีของหลวงปู่จันทร์ ที่โด่งดังมากในช่วงของสงครามอินโดจีน ร่วมสมัยกับพระเกจิอาจารย์รูปอื่นๆ ได้แก่ หลวงพ่อจาด, หลวงพ่อจง, หลวงพ่อคง, และหลวงพ่ออี๋ เมื่อเดินทางไปถึง ก็จะมองเห็นพระอุโบสถโดดเด่น และมีวิหารรูปหล่อหลวงปู่จันทร์ให้ได้กราบไหว้บูชาและปิดทอง ผมเดินทางแล้วนำรถไปจอดข้างๆพระอุโบสถแล้วเดินกันเข้ามาด้านใน โดยมุ่งไปที่หลังวัดเป็นอันดับแรก ฝั่งตรงข้ามวัดนางหนูคือวัดบัว ซึ่งเป็นวัดที่หลวงปู่จันทร์ได้ทำการอุปสมบท จากนั้นท่านก็ขอมาจำพรรษาที่วัดนางหนู เพราะสมัยนั้นวัดนางหนูมีสภาพทรุดโทรม ใกล้จะเป็นวัดร้าง จากนั้นผมก็เดินมายังศาลา ประดิษฐานรูปหล่อหลวงปู่จันทร์   ผมก็เข้ามากราบรูปหล่อหลวงปู่จันทร์ในศาลา  จากนั้นหลวงพ่อเปรื่อง อัตตมโน เจ้าวาสวัดนางหนูรูปปัจจุบัน ท่านได้ออกมาจากกุฏิ ผมจึงเข้าไปกราบนมัสการและบอกจุดประสงค์การเดินทางครั้งนี้ หลวงพ่อเปรื่อง ท่านจึงเมตตานำกุญแจเพื่อเข้าไปกราบรูปหล่อหลวงปู่จันทร์ ในมณฑปซึ่งล็อคไว้ เมื่อเปิดพระมณฑปเข้าไป ก็จะพบกับรูปหล่อหลวงปู่จันทร์ประดิษฐานอยู่ กลุ่มเราก็เข้าไปกราบขอพรตามปกติ หลังจากนั้นกลุ่มของผมก็เข้าสนทนากับหลวงพ่อเปรื่อง เจ้าอาวาสวัดนางหนู ซึ่งท่านก็เมตตามานั่งสนทนาด้วย เล่าเรื่องราวต่างๆให้กลุ่มผมฟัง และนำหนังสือเรื่องราวของวัดมาให้อ่านอีกด้วย การสนทนาใช้เวลาไม่นานนัก  ได้ความรู้และเรื่องราวมาบอกเล่าให้กับท่านผู้อ่านมากมาย จากนั้นกลุ่มของผมจึงกราบลาหลวงพ่อเพื่อเดินทางกลับ ประวัติหลวงปู่จันทร์ จันทโชติ พอสังเขป หลวงปู่จันทร์ จันทโชติ หรือหลวงปู่จันทร์ วัดนางหนู จ.ลพบุรี เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในสมัยสงครามอินโดจีน เป็นที่กล่าวขานจนถึงทุกวันนี้ หลวงปู่จันทร์ นามเดิมว่า จัน หรือจันทร์ สุดสาย เป็นชาวจังหวัดลพบุรี โดยกำเนิด… Read More »

หลวงพ่อฉาบ พระผู้ไม่ลงกุฏิกว่า 30 ปี แห่งวัดศรีสาคร สิงห์บุรี (มีคลิป)

https://youtu.be/A6-AKuvNCMQ คลิปแอดมินเล่าเรื่องหลวงพ่อฉาบ มังคโล วัดศรีสาคร สิงห์บุรี https://youtu.be/wGN7q_rc3wA สวัสดีครับท่านผู้อ่าน วันนี้ผมมีเรื่องราวดีๆมาถ่ายทอดให้ได้รับชมกัน เป็นเรื่องราวของหลวงพ่อฉาบ แห่งวัดศรีสาคร จังหวัดสิงห์บุรี ปัจจุบันปี พ.ศ.2560 ท่านมีอายุย่างเข้าปีที่ 89  โดยท่านไม่ได้ลงกุฏิและไม่ได้รับกิจนิมนต์มากว่า 30 ปีแล้ว ครั้งนี้เป็นการเดินทางครั้งที่ 2 ของผม เนื่องจากครั้งแรกผมยังไม่ทราบเวลาให้เข้ากราบนมัสการ แม้ว่าท่านจะไม่ได้ลงกุฏิเป็นเวลานาน แต่ท่านก็ได้เมตตาต่อญาติโยมให้เข้าดราบไหว้ได้ทุกวัน เวลา 10.00 – 11.00 น. ส่วนเหตุผลที่ท่านไม่รับนิมนต์และลงกุฏินั้น แอดมินไม่ได้สอบถามถึงเหตุผล … แต่การเข้าไปกราบท่านในครั้งนี้ (วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2560) ผมก็ได้สัมผัสถึงความเมตตาของท่านอย่างเป็นที่สุด แม้ท่านจะชราภาพมาก แต่ท่านก็ได้กล่าวให้พรเสียงดังฟังชัด จนผมรู้สึกปิติอย่างบอกไม่ถูก บนกุฏิของท่าน เป็นกุฏิไม้ธรรมดา ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใดๆ ไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีวิทยุ ไม่มีโทรศัพท์ส่วนตัว แม้แต่เครื่องปรับอากาศท่านก็ไม่ให้ติดตั้ง  มีเพียงคณะศิษย์ที่คอยดูแลอุปัฏฐากท่านอย่างใกล้ชิด แม้ว่าท่านจะห่างไกลจากเหตุการณ์ภายนอก แต่ท่านก็ทราบทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้น ด้วยปฏิปทาอันดีงามนี้เอง ผมจึงไม่แปลกใจเลยว่า จะมีผู้มีจิตศรัทธาต่อท่านเป็นอย่างมาก สังเกตุได้จาก สิ่งก่อสร้างภายในวัด เช่น เมรุ ศาลาการเปรียญ อาคารเอนกประสงค์ พระอุโบสถ และอื่นๆอีกมากมาย ที่ได้ทยอยสร้างกันในบริเวณวัด ทั้งๆที่ท่านไม่ได้ไปเรี่ยไรที่ไหนเลย …ปัจจัยทุกอย่างล้วนเกิดจากความศรัทธาที่เหล่าคณะศิษย์ได้สัมผัสถึงนั่นเอง ในวัดจะติดป้ายเรื่องห้ามถ่ายรูปหลวงพ่อ อาจจะเพราะด้วยความเชื่อบางอย่างของคณะศิษย์ ซึ่งผมก็ไม่ขอก้าวล่วง จึงได้บันทึกเป็นคลิปเสียงที่ท่านได้อวยพรให้กับแอดมินมาให้ได้รับฟังกันด้วย ตามคลิปบนยูทูปในช่วงท้าย… Read More »

วัดบางปลาหมอ หลวงพ่อสุ่นพระอาจารย์ของหลวงพ่อจงและหลวงพ่อปาน

https://youtu.be/4eVh5PBN2EQ สวัสดีครับ วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปยังวัดบางปลาหมอ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งแต่เดิมนั้นเป็นสถานที่จำพรรษาของหลวงพ่อสุ่น ซึ่งเป็นพระอาจารย์และพระอุปัชฌาย์ของพระที่มีชื่อเสียงสองรูปคือหลวงพ่อจง แห่งวัดหน้าต่างนอก และหลวงพ่อปาน แห่งวัดบางนมโค ประวัติวัดบางปลาหมอ ไม่พบหลักฐานการบันทึก สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลายหรือไม่ก็รัตนโกสินทร์ตอนต้น แม้แต่ประวัติของหลวงพ่อสุ่น ก็หาได้ยากไม่ค่อยพบการบันทึก มีเพียงแต่การเล่าปากต่อปาก ส่วนผู้เฒ่าผู้แก่ ก็ได้ตายจากไปจนหมด จึงมีเรื่องราวของหลวงพ่อสุ่นน้อยเหลือเกิน ตามบันทึกของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ได้กล่าวว่า หลวงพ่อสุ่น เป็นพระอุปัชฌาย์ของหลวงพ่อปาน แห่งวัดบางนมโคและหลวงพ่อจงวัดหน้าต่างนอก หลวงพ่อสุ่นเป็นพระที่เรืองวิทยาคมและมีวิชารักษาโรค จึงได้ถ่ายทอดวิชาให้แก่หลวงพ่อปานอีกด้วย หลวงพ่อสุ่นละสังขารเมื่อไหร่ ไม่มีบันทึก แต่หลังจากที่หลวงพ่อสุ่นละสังขารไป วัดบางปลาหมอก็เงียบลงไปอย่างมาก จนบางครั้งแทบเป็นวัดร้าง ผมได้เดินทางไปยังวัดบางปลาหมอ เมื่อปลายปี พ.ศ.2559 ซึ่งอยู่ห่างจากวัดบางนมโคไม่มากนัก ต้องบอกว่าวัดมีบรรยากาศเงียบเหงาอย่างมาก แตกต่างจากวัดบางนมโคอย่างยิ่ง ในใจผมก็อยากจะให้วัดกลับมามีบรรยากาศเหมือนดั่งในอดีต ให้สมกับเป็นวัดพระอาจารย์ของหลวงพ่อปานและหลวงพ่อจง เช่นเดิม แต่ผมก็เข้าใจว่าเป็นไปตามหลักสัจธรรม ที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไปเป็นธรรมดา ถ้าท่านผู้ฟังได้รับฟังกันในวันนี้ ก็อยากให้ลองไปเที่ยวชมบรรยากาศกันบ้างจะเป็นการดี อาจจะทำให้บรรยากาศกลับมาเหมือนเดิม สุดท้าย ผมจึงขอนำบรรยากาศในวัดบางปลาหมอ มาให้ชมด้วย ซึ่งมีเพียงกลุ่มผมเท่านั้น บรรยากาศเงียบ เห็นเพียงสุนัข ที่คอยวิ่งมาต้อนรับ วิหารรูปหล่อหลวงพ่อสุ่นถูกล็อคเข้าไม่ได้ รวมถึงพระอุโบสถที่สวยงามด้วยประตูลายรดน้ำ ส่วนวิหารพระนอนสามารถเข้าไปกราบได้ครับ เรียนเชิญรับชมบรรยากาศกันเลยครับ       พุทธวิหารมงคลอุปถัมภ์ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ 2 องค์ ตามบันทึก หลวงพ่อสุ่น เป็นผู้สร้างพระพุทธไสยาสน์มงคลชินวัฒน์ มีความยาว 5.19 เมตร และพระพุทธไสยาสน์มงคลสรรเพชญ มีความยาว… Read More »

เหตุการณ์อัศจรรย์ ในงานยกฉัตรบรรจุพระธาตุเจดีย์หลวงปู่มั่น วัดภูริทัตตถิราวาส

https://youtu.be/wqwBB3o38Q0 วันนี้ผมขอนำเรื่องราวอัศจรรย์ เป็นประสบการณ์จากผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ชื่อว่า คุณ“Sahai Dhamma” ซึ่งผมอ่านแล้ว รู้สึกปิติอย่างมาก จึงขอบันทึกเรื่องราวนี้ไว้เป็นประวัติศาสตร์อีกครั้ง เป็นเหตุการณ์ที่คุณ “Sahai Dhamma” ได้ไปอยู่ในพิธีงานยกฉัตร บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระอัฐิธาตุของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ณ เจดีย์พิพิธภัณฑ์ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่วัดป่าภูริทัตตถิราวาส จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2560 วัดป่าภูริทัตตถิราวาส หรือเดิมชื่อว่า วัดป่าบ้านหนองผือ เป็นวัดที่หลวงปู่มั่น ได้จำพรรษาเป็นเวลา 5 พรรษาสุดท้ายก่อนที่จะละสังขาร ที่วัดป่าสุทธาวาส จ.สกลนคร จึงถือเป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งในเส้นทางธรรมของหลวงปู่มั่น เมื่อปีที่ผ่านมา คือ ปีพ.ศ. 2559 ผมเคยโพสบน Facebook เกี่ยวกับงานบุญสร้างพระเจดีย์และวัตถุมงคลที่ใช้บรรจุในพระเจดีย์แห่งนี้ไว้ด้วย ผมได้เดินทางไปทำบุญในการสร้างพระเจดีย์ ที่วัดธรรมมงคล กรุงเทพฯ และได้รับวัตถุมงคลพระผงหลวงปู่มั่นมาเป็นที่ระลึกจำนวนหนึ่ง โดยผมได้แบ่งแจกฟรีเป็นอภินันทการให้กับแฟนเพจไปจำนวน 17 ท่าน ไว้บูชาด้วย วัตถุมงคลนี้ เป็นวัตถุมงคลที่ได้รับการอธิษฐานจิตอย่างต่อเนื่องจากหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร ซึ่งท่านเป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่น ที่ได้อุปัฏฐากหลวงปู่มั่นอย่างใกล้ชิดถึง 4 ปี ท่านเป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่น ที่ยังทรงขันธ์อยู่ในปัจจุบัน ด้วยอายุถึง 97 ปี ใน ปีพ.ศ.2560 เมื่อกล่าวถึงหลวงพ่อวิริยังค์ ผมขออนุญาตนำเรื่องราวประสบการณ์ของผมเองเมื่อได้ทำบุญกับท่านครั้งแรกมาเล่าให้ฟัง ผมเคยเดินทางไปทำบุญตักบาตรกับท่านที่ วัดศรีรัตนธรรมาราม จ.สมุทรปราการ ในงานสอนสมาธิแก่คณะสงฆ์ ครั้งนั้น… Read More »

แอดมินเล่าเรื่อง พญาครุฑกับพระอริยสงฆ์ (มีคลิปเล่าเรื่อง)

สวัสดีท่านผู้ติดตามทุกท่าน วันนี้ผมจะขอถือโอกาสมากล่าวถึงตำนานพญาครุฑกับพระอริยสงฆ์ไทยให้ได้รับชมรับฟังกัน โดยปกติในสังคมไทยเกี่ยวกับเรื่องราวความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีมาแต่โบราณ โดยเฉพาะเรื่องเทพเทวดาต่างๆ นอกจากนี้ก็จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์กึ่งเทพ อาทิเช่น พญานาค พญาครุฑ เป็นต้น แต่ส่วนมากตามข่าวต่างๆ รวมถึงประวัติของครูบาอาจารย์ เรามักจะคุ้นเคยเกี่ยวกับเรื่องพญานาคซะมากกว่า ทั้งนี้ก็ขอให้ใช้วิจารณญาณในการที่จะเชื่อให้มากๆ ด้วยนะครับ ผมเคยสงสัยว่า นอกจากเรื่องพญานาค ที่ปรากฏให้เห็นในประวัติครูบาอาจารย์แล้ว จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับพญาครุฑบ้างหรือไม่ ผมจึงได้ลองค้นหาข้อมูลจากแหล่งความรู้ต่างๆ ซึ่งส่วนมากเป็นหนังสือประวัติครูบาอาจารย์ และผมก็เคยนำเรื่องราวเกี่ยวกับพญาครุฑมาบันทึกเสียงให้ได้รับฟังกันบนยูทูปไปหลายคลิป อาทิเช่น เรื่องราวของหลวงปู่คำคะนิง จุลมณี, หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท และ หลวงปู่สิม พุทธาจาโร เป็นต้น แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับพญาครุฑ ค่อนข้างน้อยกว่าเรื่องราวของพญานาค… ทั้งนี้ ตามคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนาไม่ได้ปฏิเสธเรื่องราวของพญาครุฑและพญานาค โดยมีความเชื่อว่า ทั้งพญานาคและพญาครุฑจะอยู่ในการปกครองของท้าวจตุโลกบาล ในสวรรค์ชั้นที่ 1 หรือ ชั้นจาตุมหาราชิกา ท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 แต่ละองค์ได้แก่ ท้าวธตรฐ รักษาโลกด้านทิศตะวันออก ทำหน้าที่ปกครองคนธรรพ์ ท้าววิรุฬหก รักษาโลกด้านทิศใต้ ทำหน้าที่ปกครองครุฑ ท้าววิรูปักษ์ รักษาโลกด้านทิศตะวันตก ทำหน้าที่ปกครองพญานาค ท้าวกุเวร รักษาโลกด้านทิศเหนือ ทำหน้าที่ปกครองยักษ์ ท้าวกุเวรมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ท้าวเวสวัณ หรือ ท้าวเวสสุวรรณ โอกาสนี้ผมจึงขอนำเรื่องราวสรุปเกี่ยวกับพญาครุฑกับพระอริยสงฆ์ในบางรูปมานำเสนอ ดังต่อไปนี้ หลวงปู่คำคะนิง จุลมณี หลวงปู่คำคะนิง จุลมณี แห่งวัดถ้ำคูหาสวรรค์ จ.อุบลราชธานี ท่านเป็นคนลาว ซึ่งแต่เดิมนั้นเคยบวชเป็นฤาษีอาศัยอยู่ตามป่าตามถ้ำ… Read More »

ตามรอยตำนานดวงพระเนตรและความศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อโต วัดน้ำฉ่า

https://youtu.be/fnOiaxC3qUs วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปตามรอยความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโต วัดน้ำฉ่า หรือทางการเรียกว่า วัดราษฎร์ศรัทธาธรรม อ.ราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเรื่องราวการเดินทางครั้งนี้ ได้รับการแนะนำจากคุณอัฐพงษ์ บุญสร้าง ที่ชำนาญเส้นทางในจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นอย่างดี คุณอัฐพงษ์ เล่าว่า ตำนานหลวงพ่อโต มีความเชื่อว่าดวงพระเนตรของท่านเป็นนิล แต่มีคนแอบมาขโมยดวงพระเนตรหลวงพ่อโตไป และมีลักษณะเหมือนน้ำตาไหลออก ต่อมาทางกรมศิลปากร ได้มาตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเพียงตำนานเล่าขานกันมาเท่านั้น และจากการสังเกตุภายในดวงพระเนตร เหมือนมีลักษณะของอักษรโบราณคล้ายตัว ป.ปลา อีกด้วย ปัจจุบันนี้ หลวงพ่อโต ได้ประดิษฐานในมณฑปที่สร้างขึ้นใหม่ในบริเวณของพระอุโบสถหลังเดิม แต่ในวันที่ผมเดินทางไปนั้น มณฑปได้ถูกปิด ไม่สามารถเข้าไปได้ จึงได้แต่เพียงถ่ายภาพบรรยากาศภายนอกเท่านั้น จุดจอดรถของผมจะอยู่บริเวณหน้าพระอุโบสถหลังใหม่ ซึ่งคุณอัฐพงษ์ได้เล่าว่า พระอุโบสถหลังเก่าจะสร้างใกล้เคียงกัน จุดที่สำคัญในการเดินทางครั้งนี้ คือหลวงพ่อโต ในมณฑป แต่น่าเสียดายที่เข้าไปไม่ได้ จึงได้ทำการถ่ายรูปลอดผ่านประตูกระจกให้ได้ชมกันเท่านั้น องค์หลวงพ่อโต องค์จริงจะประดิษฐานด้านหลังองค์เล็กที่สร้างจำลองขึ้น  เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นสร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เรื่องราวตำนานแต่เดิมชาวบ้านเชื่อว่า ดวงพระเนตรของหลวงพ่อโตเป็นนิลแต่ถูกลักขโมยไป และเกิดลักษณะมีน้ำตาไหลออกมา…ซึ่งเป็นตำนานเล่าขานกันมาแต่นมนานแล้ว และถ้าได้เพ่งมองเข้าไปในพระเนตรของหลวงพ่อโต จะพบว่ามีอักษรโบราณ ลักษณะคล้าย ป.ปลา ในดวงพระเนตรทั้งสองข้างด้วย อีกทั้ง มีความเชื่อว่าเมื่อถึงเวลาการเกณฑ์ทหาร มักจะมีชายไทยมาบนบานด้วยหนังตลุง เพื่อไม่ให้ติดทหารเกณฑ์อีกด้วย (โปรดใช้วิจารณญาณ)   ตามเอกสารประวัติวัดน้ำฉ่า ลงวันที่ 13 มิถุนายน รศ.126 (ตรงกับปี พ.ศ.2451) พระกำพูชาชาญศึกและด้วยเจ้าอธิการและทายก ได้ปักกำหนดเขตพระอุโบสถกระทำกิจผูกพัทธสีมา ตามพระบรมราชานุญาต เมื่อผมได้พูดคุยสอบถามเรื่องราวเกี่ยวกับวัดน้ำฉ่าพอสมควร จึงเดินดูภายในบริเวณวัด ผมเดินชมบริเวณที่เคยตั้งพระอุโบสถเดิม ซึงปัจจุบันไม่เห็นร่องรอย นอกจากการสอบถามและค้นหาข้อมูล… Read More »

ตามรอยสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่ฉะเชิงเทรา

https://youtu.be/FmoN6ZfegK8 วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางตามรอยสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งผมได้มีโอกาสเดินทางไปจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นประจำ เพราะเป็นบ้านญาติพี่น้องของผมหลายคน การเดินทางครั้งนี้ ในวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2560 เกิดจากความสนใจเรื่องราวความสำคัญของสถานที่ ที่มีเรื่องราวของความเชื่อและความศรัทธาเป็นทุนเดิมของผม โดยเฉพาะการท่องเที่ยวตามวัดวาอารามต่างๆ  ผมจึงได้ค้นหาข้อมูลเรื่องราวสถานที่ ที่น่าสนใจในจังหวัดฉะเชิงเทรา ก็พบว่า มีเรื่องราวแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในพิธีบรมราชาภิเษกในรัชกาลที่ 6, 7 และ 9 ในจังหวัดฉะเชิงเทราถึง 2 แห่งด้วยกัน จากข้อมูลบนเว็บไซต์ศาลาเครื่องราชอิสริยยศ ได้เขียนบันทึกเกี่ยวกับแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ไว้อย่างละเอียด โดยมีบันทึกเกี่ยวกับแหล่งน้ำในจังหวัดฉะเชิงเทราไว้ 2 แห่งคือ น้ำสระมหาชัยและ น้ำสระหินดาษ โดยทำพิธีเสกน้ำที่วัดยโสธร เมืองฉะเชิงเทรา มณฑลปราจีนบุรี ซึ่งแต่เดิมจังหวัดฉะเชิงเทรา อยู่ในมณฑลปราจีนบุรี และแต่เดิมวัดโสธรวรารามวรวิหาร เรียกว่า วัดยโสธร หรือที่เรารู้จักกันดี ก็คือวัดหลวงพ่อโสธรนั่นเอง ด้วยความสนใจเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยความศรัทธาและความเชื่อต่างๆอยู่แล้ว ผมจึงได้ติดต่อคุณอัฐพงษ์ บุญสร้าง ซึ่งเป็นคนในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา อีกทั้งยังมีความชำนาญในเรื่องเส้นทาง เพื่อเป็นผู้นำทางในการท่องเที่ยวครั้งนี้ จึงขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ แหล่งน้ำแหล่งแรกที่เราเดินทางไปคือ สระหินดาษ อยู่ที่ อ.ราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา ใกล้กับวัดหินดาษ  และใกล้กับถ้ำนางสิบสอง ตามตำนานพระรถเมรี  ปัจจุบันยังมีสภาพเป็นสระน้ำ ที่เต็มไปด้วยใบบัว  และมีป้ายบันทึกเรื่องราวไว้อย่างชัดเจนด้วยว่า สระน้ำแห่งนี้ เป็นน้ำพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอีกด้วย     ตามตำนานเล่าว่า ถ้ำนางสิบสองตรงนี้ สามารถทะลุได้ถึงลานพระรถชนไก่ และหาที่สุดไม่ได้… Read More »

วัดป่าห้าพระองค์ สถานที่พระกรรมฐานมรณภาพ 5 รูปจากเครื่องบินตก

https://youtu.be/If9N26LoAOU สวัสดีครับท่านผู้รักการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยทุกท่าน วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางท่องเที่ยวตามรอยความศรัทธาที่วัดป่าห้าพระองค์จากเหตุการณ์ความสูญเสียของพุทธศาสนิกชนครั้งสำคัญ คือการมรณภาพของพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่นถึง 5 รูปจากเหตุการณ์เครื่องบินตกในเขตจังหวัดปทุมธานี เหตุการณ์เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2523 ในดือนเมษายน พระกรรมฐาน 5 รูป  ได้แก่ พระอาจารย์วัน อุตตโม, พระอาจารย์บุญมา ฐิตเปโม, พระอาจารย์จวน กุลเชฏฺโฐ, พระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร, และ พระอาจารย์สุพัฒน์ สุขกาโม ได้รับอาราธนานิมนต์ทางกรุงเทพมหานครจึงได้รวมกันที่ จังหวัดอุดรธานี เพื่อขึ้นเครื่องบิน เพราะลูกศิษย์ต้องการถวายความสะดวกและรวดเร็วในการเดินทาง ได้ขึ้นเครื่องบินที่อุดรธานี เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2523 เมื่อเครื่องบินมาถึงเขตจังหวัดปทุมธานี อำเภอคลองหลวง เหลือระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตรเศษ เครื่องบินได้ตั้งลำและลดเพดานบินเพื่อเตรียมลงสู่สนาม แต่เนื่องจากเครื่องบินได้ประสบพายหมุนและประกอบกับฝนตกหนัก เครื่องบินจึงเสียหลัก ตกลงที่ท้องนาเขตอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พระคณาจารย์ทั้งหลายจึงถึงแก่มรณภาพพร้อมด้วยผู้โดยสารอีกเป็นจำนวนมาก จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ยังความโศกเศร้าเสียใจของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ และยังความเสียพระราชหฤทัยแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ จากเรื่องราวนี้ผมจึงเดินทางตามรอยความศรัทธา เพื่อนำมาแบ่งปันเรื่องราวให้ทุกท่านได้รับรู้ และหาโอกาสเดินทางตามรอยความศรัทธาเพื่อระลึกถึงคุณของพระคณาจารย์ทั้ง 5 รูป ผมได้ทราบว่ามีการก่อสร้างวัดป่าห้าพระองค์ เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานจากเหตุการณ์เครื่องบินตก จึงได้เดินทางมาในอีกไม่นาน เมื่อผมเดินทางมาถึงพื้นที่ จะมองเห็นรูปปั้นหลวงปู่มั่นมาแต่ไกล ถือเป็นแลนด์มาร์กของวัดในปัจจุบันนี้ เมื่อผมมาถึงก็ทำการจอดรถในบริเวณวัด ซึ่งปัจจุบัน ปี พ.ศ.2560 ยังมีการก่อสร้างอยู่หลายจุด จากนั้นผมจึงเดินขึ้นไปกราบสักการะรูปปั้นหลวงปู่มั่น   วัดป่าห้าพระองค์ ตั้งอยู่ที่ คลองสาม… Read More »