Category Archives: สิงห์บุรี

วัดสุทธาวาส วิหารพระพุทธบาทและพระพุทธฉายเก่าแก่ที่สิงห์บุรี

https://youtu.be/_EoI77rpSls วัดสุทธาวาส สิงห์บุรี มีโบราณสถานที่น่าสนใจได้แก่ อาคารที่ประกอบด้วยประติมากรรมพระพุทธฉาย ภายในมีประติมากรรมปางถวายพระเพลิงและวิหารพระพุทธบาท  สวัสดีครับท่านผู้รักการเดินทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปยังจังหวัดสิงห์บุรี ที่มีโบราณสถานน่าสนใจรวมถึงภาพจิตรกรรมโบราณให้ได้ศึกษา นั่นก็คือ วัดสุทธาวาส วัดสุทธาวาส ตั้งอยู่ที่ ต.ทับยา อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี การเดินทางสะดวกมากครับ สามารถใช้ GPS นำทางได้ และก็เช่นเดิม บรรยากาศภายในวัดเงียบสงบ ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านหน้าวัดจะเห็นอาคารโบราณสถานตั้งอยู่อย่างชัดเจนครับ ภายในอาคารโบราณสถานนี้ มีประติมากรรมปางถวายพระเพลิง (คล้ายกับที่วัดกลาง นครหลวง) ซึ่งวันที่ผมเดินทางไปชมนั้นมองไม่เห็นถึงประติมากรรมนี้ได้ชัดเจนนัก เพราะมีหญ้าขึ้นรก จึงได้ค้นหาภาพเก่าของอาจารย์ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์ ที่ได้มาสำรวจก่อนแล้วเมื่อปี พ.ศ.2541 ลักษณะจะเป็นโลงพระพุทธเจ้ามีพระบาทยื่นออกมา และพระมหากัสสปะเถระประคองอัญชลีที่พระบาท ภายในอาคารยังพบซากพระพุทธรูปหินทรายและปูนปั้นอยู่บางส่วน หลังจากชมอาคารโบราณสถานหน้าวัดแล้ว จุดต่อไป เราจะไปชมวิหารพระพุทธบาทภายในวัดกันครับ ภายในวิหารพระพุทธบาท มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องราวในพุทธประวัติตั้งแต่เสด็จหนีจากพระราชวังเพื่อออกผนวช จนกระทั่งการถวายพระเพลิง สันนิษฐานว่าเขียนขึ้นในสมัยรัชกาบที่ 5 ด้านหน้าทางเข้าวิหารพระพุทธบาท มีพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยและปางป่าเลไลยก์ที่ชำรุดไปมากแล้ว ภาพจิตรกรรมจะมีสอดแทรกธรรมเนียมร่วมสมัยประกอบในพุทธประวัติ เช่นในภาพเสด็จหนีออกผนวช มีภาพธงช้างเผือกเป็นต้น  ภาพจิตรกรรมผนังฝั่งขวา จะเป็นภาพอธิบายพุทธประวัติหลังปรินิพพาน ซึ่งสอดแทรกธรรมเนียมร่วมสมัย มีกระบวนแห่พระบรมศพ, การถวายพระเพลิง และโทณะพราหมณ์แบ่งพระบรมสารีริกธาตุ จิตรกรรมด้านบนทางเข้า จะเป็นภาพพระมาลัยบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์กำลังสนทนากับพระอินทร์ มีพระมหาจุฬามณีบนสวรรค์เป็นเจดีย์ประธาน หลังจากเที่ยวชมและเก็บภาพจิตรกรรมภายในวิหารพระพุทธบาทแล้ว จึงได้ออกเดินชมพื้นที่ภายในวัดครับ เป็นอีกหนึ่งวัดที่มีความประทับใจเกี่ยวกับภาพจิตรกรรม ซึ่งแม้ไม่เก่ามากแต่สัมผัสได้ถึงความสวยงามควรค่าแก่การอนุรักษ์ จึงขอแนะนำให้ทุกท่านลองไปเก็บภาพเที่ยวชมกันครับ ขอขอบคุณการติดตาม แล้วพบกันใหม่ในบทความต่อไป สวัสดีครับ…แอดมินตั้ม ช่องทางการติดตาม ติดตามเรื่องราวผ่าน Facebook… Read More »

วัดไทร อินทร์บุรี สิงห์บุรี ความสวยงามเมื่อรากโพธิ์โอบรัดโบสถ์ไว้

https://youtu.be/M3q2xGNvz6g วัดไทร อินทร์บุรี สิงห์บุรี ความสวยงามเมื่อรากโพธิ์โอบรัดโบสถ์ไว้… หลายครั้งเมื่อเราเดินทางไปท่องเที่ยวยังโบราณมักจะเห็นโบราณบางแห่งมีรากต้นไม้ขึ้นครอบ ซึ่งมีความสวยงามอย่างมาก และเป็นการพยุงอาคารที่มีอายุนับร้อยปี ให้สามารถคงทนถาวรให้ได้เห็นจนถึงปัจจุบัน… วัดไทร อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่มีความสวยงามดังกล่าว ที่ผมจะพาเดินทางไปชมในครั้งนี้ จากประวัติที่ป้ายหน้าวัดระบุว่า วัดไทร ต.ชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ประวัติวัดไทร ตำบลชีน้ำร้าย อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี  เดิมชื่อว่า “วัดทะยาน” กร่อนมาจากคำว่า “ท้ายย่าน” มีคนเล่าว่าเคยมีพระธุดงค์รูปหนึ่ง มาพบวัดร้างนี้เห็นว่าบริเวณโดยรอบมีต้นไทรขึ้นอยู่หนาแน่น จึงบอกชาวบ้านให้เปลี่ยนชื่อวัดเป็นวัดไทร วัดนี้คาดว่าถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา วัดนี้มีลักษณะพิเศษ คือเป็นวัดที่มีรากต้นไทรยึดกำแพงโบสถ์ที่ประดิษฐานองค์พระประธานไว้โดยรอบ ส่วนของศาลาได้พังลงน้ำไปแล้ว องค์พระประธานนี้ เดิมคนเฒ่าคนแก่เรียกกันว่า “หลวงพ่อขาว” หรือหลวงพ่อทะยาน ปัจจุบันเรียกว่า “หลวงพ่อวัดไทร” ผู้เฒ่าผู้แก่ในท้องถิ่นเล่าต่อกันมาแต่แรกนั้นองค์พระประธานเป็นหุ่นปูนหุ้มแผง ต่อมาถูกทหารพม่าสุ่มไฟหลอมลอกเอาทองไปหมดเหลือแต่หุ่นปูนข้างใน องค์พระพุทธรูปถูกตัดเศียรไป ต่อมาชาวบ้านแถวนั้นได้เรี่ยไรกันเพื่อนำเงินมาบูรณะต่อเศียรพระพุทธรูปที่ประดิษฐานองค์พระ เป็นโบสถ์เก่าชาวบ้านเรียกว่าโบสถ์มหาอุต คือเป็นโบสถ์ที่มีประตู เข้า – ออกทางเดียว มีคนเล่าว่าเคยมีคนจะเข้ามาบูรณะทำหลังคาโบสถ์ให้ แต่เมื่อลงมือทำก็มีฟ้าผ่าและมีคนฝันว่าองค์พระประธานที่ประดิษฐ์ในโบสถ์นั้น บอกไม่ให้สร้างหรือดัดแปลงใดๆหลังจากนั้นมาก็ไม่มีใครทำหลังคาให้อีก นับตั้งแต่ได้มีการบูรณะเศียรองค์พระประธานแล้ว ชาวบ้านแถวนั้นได้มีการร่วมกันทำบุญในช่วงสงกรานต์ของทุกปี จนปัจจุบันได้กำหนดทำบุญและสรงน้ำองค์พระในวันที่ ๑๖ เมษายน ของทุกปี ความเกี่ยวโยงตามบันทึกการสร้างป้อมปราการสมัยพระยารายณ์มหาราช มีบันทึกการสร้างป้อมปราการที่ อินทร์บุรีในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช บาทหลวงตาชาร์ด บันทึกว่า เราออกจากเมืองละโว้เมื่อวันที่ 18 มกราคม พร้อมด้วย ม.… Read More »

หลวงพ่อฉาบ พระผู้ไม่ลงกุฏิกว่า 30 ปี แห่งวัดศรีสาคร สิงห์บุรี (มีคลิป)

https://youtu.be/A6-AKuvNCMQ คลิปแอดมินเล่าเรื่องหลวงพ่อฉาบ มังคโล วัดศรีสาคร สิงห์บุรี https://youtu.be/wGN7q_rc3wA สวัสดีครับท่านผู้อ่าน วันนี้ผมมีเรื่องราวดีๆมาถ่ายทอดให้ได้รับชมกัน เป็นเรื่องราวของหลวงพ่อฉาบ แห่งวัดศรีสาคร จังหวัดสิงห์บุรี ปัจจุบันปี พ.ศ.2560 ท่านมีอายุย่างเข้าปีที่ 89  โดยท่านไม่ได้ลงกุฏิและไม่ได้รับกิจนิมนต์มากว่า 30 ปีแล้ว ครั้งนี้เป็นการเดินทางครั้งที่ 2 ของผม เนื่องจากครั้งแรกผมยังไม่ทราบเวลาให้เข้ากราบนมัสการ แม้ว่าท่านจะไม่ได้ลงกุฏิเป็นเวลานาน แต่ท่านก็ได้เมตตาต่อญาติโยมให้เข้าดราบไหว้ได้ทุกวัน เวลา 10.00 – 11.00 น. ส่วนเหตุผลที่ท่านไม่รับนิมนต์และลงกุฏินั้น แอดมินไม่ได้สอบถามถึงเหตุผล … แต่การเข้าไปกราบท่านในครั้งนี้ (วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2560) ผมก็ได้สัมผัสถึงความเมตตาของท่านอย่างเป็นที่สุด แม้ท่านจะชราภาพมาก แต่ท่านก็ได้กล่าวให้พรเสียงดังฟังชัด จนผมรู้สึกปิติอย่างบอกไม่ถูก บนกุฏิของท่าน เป็นกุฏิไม้ธรรมดา ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใดๆ ไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีวิทยุ ไม่มีโทรศัพท์ส่วนตัว แม้แต่เครื่องปรับอากาศท่านก็ไม่ให้ติดตั้ง  มีเพียงคณะศิษย์ที่คอยดูแลอุปัฏฐากท่านอย่างใกล้ชิด แม้ว่าท่านจะห่างไกลจากเหตุการณ์ภายนอก แต่ท่านก็ทราบทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้น ด้วยปฏิปทาอันดีงามนี้เอง ผมจึงไม่แปลกใจเลยว่า จะมีผู้มีจิตศรัทธาต่อท่านเป็นอย่างมาก สังเกตุได้จาก สิ่งก่อสร้างภายในวัด เช่น เมรุ ศาลาการเปรียญ อาคารเอนกประสงค์ พระอุโบสถ และอื่นๆอีกมากมาย ที่ได้ทยอยสร้างกันในบริเวณวัด ทั้งๆที่ท่านไม่ได้ไปเรี่ยไรที่ไหนเลย …ปัจจัยทุกอย่างล้วนเกิดจากความศรัทธาที่เหล่าคณะศิษย์ได้สัมผัสถึงนั่นเอง ในวัดจะติดป้ายเรื่องห้ามถ่ายรูปหลวงพ่อ อาจจะเพราะด้วยความเชื่อบางอย่างของคณะศิษย์ ซึ่งผมก็ไม่ขอก้าวล่วง จึงได้บันทึกเป็นคลิปเสียงที่ท่านได้อวยพรให้กับแอดมินมาให้ได้รับฟังกันด้วย ตามคลิปบนยูทูปในช่วงท้าย… Read More »

กราบสังขารหลวงปู่บุดดา ถาวโร วัดกลางชูศรีเจริญสุข สิงห์บุรี

https://youtu.be/IQM08WO1Pco สวัสดีครับวันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปยังวัดกลางชูศรีเจริญสุข จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อกราบสังขารหลวงปู่บุดดา ถาวโร ผู้เป็นพระอรหันต์สิ้นกิเลส แม้ท่านจะละสังขารไปตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 แต่ความดีงามของท่านก็ยังเป็นที่ศรัทธาไม่สร่างหายไป ผมได้คิดจะเดินทางมายังวัดกลางชูศรีเจริญสุข เนื่องจากได้อ่านเรื่องราวของหลวงปู่บุดดา ทำให้เกิดศรัทธาในหลวงปู่มากขึ้น ซึ่งแต่เดิมนั้นในสมัยที่ผมยังเด็ก ก็ได้รับทราบชื่อของท่านมานาน แต่ไม่เคยรู้เรื่องราวเกี่ยวกับท่านมาก่อน จนกระทั่งได้อ่านหนังสือพระสงฆ์รูปต่างๆ และได้เอ่านรื่องราวของหลวงปู่บุดดา ซึ่งมีประวัติที่ไม่ธรรมดาเลย หลวงปู่บุดดา เป็นพระสงฆ์ที่มีความเด็ดเดี่ยวเป็นอย่างมาก สามารถระลึกชาติย้อนกลับไปได้อย่างน้อย 7 ชาติ ทำให้ท่านเกิดความเบื่อหน่ายในชีวิตฆราวาส จึงตัดสินใจบวชตลอดชีวิต และยิ่งไปกว่านั้นคือ หลังจากออกพรรษาแรก ท่านได้ตัดสินใจออกเดินธุดงค์แสวงหาธรรมเพียงรูปเดียว และได้พบกับความยากลำบากในชีวิตอย่างมาก ทั้งพบสิ่งเร้นลับอีกมากมาย จนมีอยู่ช่วงหนึ่ง ท่านเดินทางธุดงค์และได้พบกับบิดาของท่านในอดีตชาติ นั่นคือหลวงปู่สงฆ์ พรหมสโร จึงได้ร่วมเดินทางธุดงค์ด้วยกัน จนมาถึงถ้ำภูคา จังหวัดนครสวรรค์ ปัจจุบันคือวัดเขาภูคาจุฬามณี ตามบันทึกเรื่องราว ได้ระบุว่าเป็นสถานที่หลวงปู่บุดดา ได้บรรลุธรรมขั้นสูง ราวปี พ.ศ. 2522 หลวงปู่เย็น ทานรโต ได้นิมนต์หลวงปู่บุดดามาจำพรรษาที่วัดกลางชูศรีเจริญสุข จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งเป็นวัดสุดท้ายที่ได้ได้จำพรรษา หลวงปู่บุดดา มรณภาพวันที่ 12 มกราคม พ.ศ.2537 สิริรวมอายุ 101 ปี 7 วัน 73 พรรษา นี่ก็เป็นเรื่องราวคร่าวๆ เกี่ยวกับหลวงปู่บุดดา ถาวโร ที่ทำให้ผมตัดสินใจไม่รอช้าที่จะเดินทางไปกราบสังขารของท่าน … ก็ถือว่าเป็นบุญของผมแล้วหล่ะครับ เมื่อผมขับรถเข้ามาถึงในบริเวณวัด สิ่งแรกก็คือความเงียบของวัด เพราะสถานที่อยู่ไกลพอสมควร… Read More »

กราบนมัสการหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน สิงห์บุรี

กราบนมัสการหลวงพ่อจรัญ แห่งวัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี, หลวงพ่อจรัญ หรือ พระธรรมสิงหบุราจารย์ ท่านเป็นพระนักปฏิบัติและนักพัฒนา ที่เหล่าพุทธศาสนิกชนเลื่อมใสศรัทธาอย่างมาก เรื่องราวชีวิตของท่านนั้นถ้าจะกล่าวคงต้องใช้เวลาเล่าเรื่องที่ยาวมาก ถ้าจะเอาแบบคร่าวๆผมจะขอกล่าวถึงท่านสักเล็กน้อยคือ ในสมัยยังเด็กท่านก็ยังไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ได้ทำความผิดและสิ่งที่ไม่ถูกต้องมากมายเช่น ลักเล็กขโมยน้อย (ขโมยเงินยาย บ่อยครั้ง) ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเต่า ไก่ นก ท่านจัดการมาหมดแล้ว และที่สำคัญผลกรรมต่างๆที่ท่านได้กระทำไว้เมื่อตอนสมัยยังเด็กก็ได้กลับมาเล่นงานตัวท่านจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด คือ ท่านได้รับอุบัติเหตุครั้งสำคัญในชีวิตทางรถยนต์ ทำให้กระดูกคอท่านเคลื่อน (เนื่องจากกรรมของการหักคอนก) น้ำร้อนจากหม้อน้ำรถยนต์พุ่งใส่ท่าน (เนื่องจากกรรมจากการต้มเต่า) และนี่เป็นเพียงตัวอย่างของบาปกรรมที่ตามท่านทันในชาตินี้  ซึ่งจริงๆแล้วท่านได้รับผลกรรมอีกมากมายครับ เมื่อท่านได้บวชท่านก็ได้ทำหน้าที่และถือศีลปฏิบัติธรรมได้เป็นแบบอย่างต่อพุทธศาสนิกชน มีการตั้งศูนย์ปฏิบัติธรรมกรรมฐาน โดยท่านเป็นครูบาอาจารย์ในการสอน มีลูกศิษย์มากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ชื่อเสียงของท่านจะเด่นในด้านการสอนปฏิบัติกรรมฐาน และท่านก็เข้มงวดในเรื่องการสอนอย่างมาก ผู้ที่มีทุกข์มากมายก็จะเดินทางมาปฏิบัติธรรมกันที่ วัดอัมพวันอย่างไม่ขาดสาย หลายๆคนได้รับผลที่ดีกลับไป คำที่ท่านมักกล่าวไว้เสมอต่อลูกศิษย์คือ สวดมนต์เป็นยาทา  วิปัสสนาเป็นยากิน  ท่านจึงได้เน้นการสอนวิปัสสนากรรมฐานเป็นอย่างมากเพราะอานิสงส์ผลบุญจะได้รับอย่างมาก เนื่องจากพุทธศาสนิกชนหลายๆคนที่ไม่สะดวกเดินทางมาปฏิบัติธรรมที่วัดอัมพวันได้ ท่านก็ได้มีเมตตาในการจัดทำและเผยแพร่สื่อการสอนเพื่อให้สามารถกลับไปปฏิบัติธรรมที่บ้านกันได้ ปัจจุบันท่านชราภาพมากแล้ว อายุ 85 ปี ( ณ พ.ศ. 2557) จึงไม่ได้ลงมาทำการสอนปฏิบัติธรรมได้ แต่ที่วัดก็มีการสอนกรรมฐานตามปกติโดยลูกศิษย์ของท่าน สำหรับท่านที่สนใจปฏิบัติธรรมกรรมฐานก็สามารถไปที่วัดอัมพวันได้ ยังไงก็ตรวจสอบตารางการสอนให้ดีนะครับ ก่อนมาก็จัดการการงานให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้มีกังวลระหว่างปฏิบัติธรรม สามารถเข้าไปดูรายละเอียดการปฏิบัติธรรมได้ที่ www.jarun.org แม้ท่านจะชราภาพมากแล้ว แต่ท่านก็ยังมีเมตตา ที่จะลงมาสงเคราะห์ญาติโยมอยู่ โดยกำหนดการจะมี 2 ช่วงเวลาคือ ช่วงเช้าเวลา 10.00 น. และ… Read More »