Category Archives: ฉะเชิงเทรา

วัดอุดมมงคล ฉะเชิงเทรา วัดที่หลวงพ่ออุตตมะให้สร้างขึ้น (มีคลิป)

https://youtu.be/xnopxGE9QtA สวัสดีครับ วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปยังวัดอุดมมงคล ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นวัดที่มีความสำคัญตามประวัติว่า หลวงพ่ออุตตมะได้ให้สร้างขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมสุดท้ายที่หลวงพ่ออุตตมะสร้าง ก่อนท่านก็ได้มรณภาพลง หลวงพ่ออุตตมะ เป็นพระเชื้อสายมอญมาจากประเทศพม่าหรือเมียนม่าในปัจจุบัน ท่านมีความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวที่จะธุดงค์แสวงหาธรรมเพื่อการหลุดพ้น ข้ามแดนสู่ประเทศไทย และได้พบเจอครูบาอาจารย์ที่เรารู้จักกันดีมากมายเช่น หลวงปู่แหวน สุจิณโณ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร เป็นต้น หลวงพ่ออุตตมะ เป็นพระที่มีความเมมตาสูง จนเป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง และได้เริ่มสร้างวัดแห่งแรกคือ วัดวังก์วิเวการาม อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี โดยการบูรณะขึ้นมาจากวัดร้าง ความมีชื่อเสียงและเป็นที่เลื่อมใสทำให้ท่านได้รับสมญานามว่า “เทพเจ้าแห่งสังขละบุรี” เนื่องจากผมยังไม่มีโอกาสเดินทางไปยังวัดวังก์วิเวการาม จึงได้เดินทางมายังวัดอุดมมงคล ฉะเชิงเทรา เป็นการอุ่นเครื่องก่อน เพราะเป็นวัดที่หลวงพ่ออุตตมะได้สร้างขึ้นเช่นกัน ในวันที่ผมเดินทางจะเป็นวันธรรมดา (14 มิถุนายน 3560) ซึ่งจะมีผู้คนน้อยกว่าปกติ ในวัดจึงดีค่อนข้างเงียบ… ในวัดมีสิ่งปลูกสร้างมากมายเช่น องค์รูปหล่อหลวงพ่ออุตตมะ, พระราหู, พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ, พระอุปคุต และมีสิ่งปลูกสร้างที่กำลังดำเนินการคือ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ ถัดมาฝั่งตรงข้ามกับองค์หลวงพ่ออุตตมะ จะเป็นพระอุโบสถ และวิหารหลวงพ่อพุทธโสธรที่สานจากไม้ไผ่ ภายในพระอุโบสถ จะสร้างลักษณะคล้ายกับเป็นปากถ้ำเข้าไป ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธรูป   ภายในพระอุโบสถด้านล่าง จะมีพระพุทธรูปอยู่องค์หนึ่ง ที่เป็นพระพุทธรูป 3 มิติ ถือว่าแปลกตากว่าพระพุทธรูปทั่วๆไป … องค์พระพุทธรูปจะมีลักษณะเป็นเบ้าลึกเข้าไป แต่เมื่อถ่ายภาพออกมา จะเป็นลักษณะเหมือนองค์พระลอยนูนออกมา และยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเราเดินไปทางซ้ายหรือขวา จะเหมือนองค์พระพุทธรูปลอยเด่นหันมาตามเราอีกด้วย ซึ่งเป็นภาพลวงตาจากการมองภาพพระพุทธรูป เป็นฝีมือช่างที่ทำขึ้นมาได้อย่างประณีตดีจริงๆครับ ถือว่าพระพุทธรูป… Read More »

ตามรอยตำนานดวงพระเนตรและความศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อโต วัดน้ำฉ่า

https://youtu.be/fnOiaxC3qUs วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปตามรอยความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโต วัดน้ำฉ่า หรือทางการเรียกว่า วัดราษฎร์ศรัทธาธรรม อ.ราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเรื่องราวการเดินทางครั้งนี้ ได้รับการแนะนำจากคุณอัฐพงษ์ บุญสร้าง ที่ชำนาญเส้นทางในจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นอย่างดี คุณอัฐพงษ์ เล่าว่า ตำนานหลวงพ่อโต มีความเชื่อว่าดวงพระเนตรของท่านเป็นนิล แต่มีคนแอบมาขโมยดวงพระเนตรหลวงพ่อโตไป และมีลักษณะเหมือนน้ำตาไหลออก ต่อมาทางกรมศิลปากร ได้มาตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเพียงตำนานเล่าขานกันมาเท่านั้น และจากการสังเกตุภายในดวงพระเนตร เหมือนมีลักษณะของอักษรโบราณคล้ายตัว ป.ปลา อีกด้วย ปัจจุบันนี้ หลวงพ่อโต ได้ประดิษฐานในมณฑปที่สร้างขึ้นใหม่ในบริเวณของพระอุโบสถหลังเดิม แต่ในวันที่ผมเดินทางไปนั้น มณฑปได้ถูกปิด ไม่สามารถเข้าไปได้ จึงได้แต่เพียงถ่ายภาพบรรยากาศภายนอกเท่านั้น จุดจอดรถของผมจะอยู่บริเวณหน้าพระอุโบสถหลังใหม่ ซึ่งคุณอัฐพงษ์ได้เล่าว่า พระอุโบสถหลังเก่าจะสร้างใกล้เคียงกัน จุดที่สำคัญในการเดินทางครั้งนี้ คือหลวงพ่อโต ในมณฑป แต่น่าเสียดายที่เข้าไปไม่ได้ จึงได้ทำการถ่ายรูปลอดผ่านประตูกระจกให้ได้ชมกันเท่านั้น องค์หลวงพ่อโต องค์จริงจะประดิษฐานด้านหลังองค์เล็กที่สร้างจำลองขึ้น  เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นสร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เรื่องราวตำนานแต่เดิมชาวบ้านเชื่อว่า ดวงพระเนตรของหลวงพ่อโตเป็นนิลแต่ถูกลักขโมยไป และเกิดลักษณะมีน้ำตาไหลออกมา…ซึ่งเป็นตำนานเล่าขานกันมาแต่นมนานแล้ว และถ้าได้เพ่งมองเข้าไปในพระเนตรของหลวงพ่อโต จะพบว่ามีอักษรโบราณ ลักษณะคล้าย ป.ปลา ในดวงพระเนตรทั้งสองข้างด้วย อีกทั้ง มีความเชื่อว่าเมื่อถึงเวลาการเกณฑ์ทหาร มักจะมีชายไทยมาบนบานด้วยหนังตลุง เพื่อไม่ให้ติดทหารเกณฑ์อีกด้วย (โปรดใช้วิจารณญาณ)   ตามเอกสารประวัติวัดน้ำฉ่า ลงวันที่ 13 มิถุนายน รศ.126 (ตรงกับปี พ.ศ.2451) พระกำพูชาชาญศึกและด้วยเจ้าอธิการและทายก ได้ปักกำหนดเขตพระอุโบสถกระทำกิจผูกพัทธสีมา ตามพระบรมราชานุญาต เมื่อผมได้พูดคุยสอบถามเรื่องราวเกี่ยวกับวัดน้ำฉ่าพอสมควร จึงเดินดูภายในบริเวณวัด ผมเดินชมบริเวณที่เคยตั้งพระอุโบสถเดิม ซึงปัจจุบันไม่เห็นร่องรอย นอกจากการสอบถามและค้นหาข้อมูล… Read More »

บรรยากาศสุดหลอน สำนักสงฆ์ร้าง อุทยานหุ่นปั้นพระอาจารย์ซ่วน

https://youtu.be/KybQ5ubmBes สวัสดีครับ วันนี้เรามาเปลี่ยนบรรยากาศกันบ้าง ผมจะพาทุกท่านไปชมบรรยากาศความหลอนที่ผมเชื่อว่า หลายท่านไม่กล้าไปคนเดียว รวมถึงผมด้วยครับ… ผมจะเดินทางไปยัง อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อไปชมบรรยากาศที่เขาว่าหลอนมาก นั่นก็คือ “สำนักสงฆ์ร้าง อุทยานหุ่นปั้นพระอาจารย์ซ่วน” ซึ่งเป็นการเดินทางตามรอยความศรัทธาของชุมชนในอดีต ที่มีต่อพระอาจารย์ซ่วน แห่งวัดท่าลาดใต้ การเดินทางครั้งนี้ ได้รับการแนะนำจากสมาชิกนักเดินทางซึ่งเป็นเจ้าถิ่นคือ คุณอัฐพงษ์ บุญสร้าง และเป็นผู้นำในการพาชมสถานที่ ซึ่งแอบซ่อนตัวอยู่ในซอยเล็กๆ ใกล้วัดท่าลาดใต้ เมื่อเดินทางมาถึง ก็ต้องพยายามหาที่จอดรถให้ชิดขอบทางมากที่สุด เนื่องจากเป็นถนนเส้นแคบๆ จึงต้องเผื่อพื้นที่ให้รถวิ่งสวนผ่านไปได้ หลังจากหาที่จอดรถได้ ก็พากันเดินเข้าพื้นที่ ซึ่งมีความรกพอสมควร ถ้าพากันมายามเย็นโพล้เพล้ รับรองว่าไม่ขอเข้าแน่นอน เพียงแค่ทางเข้า ผมก็เห็นรูปปั้นนักเรียน ก็เล่นเอาหลอนแล้วหล่ะครับ ในใจก็คิดว่า จะเข้าไปดีมั้ย เพราะกลัวๆกล้าๆ สาระพัด ทั้งเรื่องราวอาถรรพ์ (ที่ผมมโนไปล่วงหน้าแระ) แค่ทางเข้าก็เล่นเอาผมหลอนแล้วหล่ะครับ แต่ด้วยมีผู้นำทีม ที่คุ้นเคยสถานที่มาด้วย จึงขอลุย ไหนๆก็มากันแล้ว ขอไม่เสียเที่ยวแล้วกัน แค่ทางเข้าก็พบกับรูปปั้นต่างๆมากมาย ดูแล้วไม่ค่อยเป็นแบบแผนเท่าไหร่นัก ดูแล้วก็หลอนแท้ๆ ต้องขอบอกเรื่องราวสักเล็กน้อยว่า การเดินทางมาครั้งนี้ ผมมีข้อมูลน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย แต่ก็ได้รับฟังเรื่องราวว่าในอดีตนั้น พระอาจารย์ซ่วนเป็นพระที่ได้รับความศรัทธาจากคนในท้องถิ่น เพราะท่านจะเด่นในเรื่องของการสะเดาะเคราะห์ ดูดวง ทำให้มีผู้คนที่มีความเชื่อด้านนี้เดินทางมาพบพระอาจารย์ซ่วนอย่างไม่ขาดสาย พระอาจารย์ซ่วนท่านมีชื่อเสียงโด่งดังทางด้านเมตตามหานิยมและเป็นพระหมอดูที่มีชื่อเสียงมาก ซึ่งมักจะมีคนจากต่างถิ่นมาขอให้ท่านดูดวงให้ ขณะเดียวกันท่านก็จะให้สะเดาะเคราะห์ด้วยการสร้างพระและรูปเทพองค์ต่างๆ ชนิดที่เรียกว่าเกือบจะไม่มีที่เดิน การสร้างพระสร้างเทพในสมัยนั้นไม่ได้มีการวางแผน ใครนึกจะสร้างตรงไหนก็สร้าง การเริ่มปั้นพระและเทพแก้บนน่าจะเริ่มในช่วงปี พ.ศ. 2510 – 2525   นอกจากรูปปั้นเทพ… Read More »

วัดเกาะราษฎร์ศรัทธาธรรม (วัดปกปาก) ชมโบสถ์โบราณและเปลือกหอยโบราณ

https://youtu.be/-XVTj4zRWPQ สวัสดีครับท่านผู้มีใจรักการท่องเที่ยววัดทุกท่าน สำหรับวันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปไกลสักเล็กน้อย และก็ไปตามเส้นทางวัฒนธรรมของอำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา บทความนี้จะพาท่านไปยังวัดเกาะราษฎร์ศรัทธาธรรม หรือวัดปกปาก มีความน่าสนใจคือ จะมีโบสถ์เก่าอายุกว่า 100 ปี ที่ทรุดโทรมอย่างหนัก ดูแล้วน่าจะรอวันพังทลายไปตามกาลเวลา ซึ่งในวันที่ผมเดินทางนั้นจะเป็นปี พ.ศ.2559 ก็ยังสามารถเข้าไปชมกันได้ จะเห็นใบเสมา ที่ปักอาณาเขตโบสถ์เดิมไว้ มีลูกนิมิตโบราณภายในโบสถ์ และสิ่งสำคัญอีกอย่างคือ มีซากเปลือกหอยโบราณ ดึกดำบรรพ์ที่ทางวัดได้ขุดพบอีกด้วย โอกาสนี้ ผมจึงพาทุกท่านเดินทางไปชมบรรยากาศและศึกษาเรื่องราวกันครับ ต้นโพธิ์หน้าวัด จะมีซากต้นตะเคียนอยู่ด้วย ซึ่งเป็นไปตามความเชื่อเกี่ยววิญญาณนางตะเคียนที่สืบทอดความเชื่อมาตั้งแต่โบราณ พระอุโบสถหลังใหม่สร้างแทนหลังเดิมที่ทรุดโทรมไปอย่างมาก เริ่มสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2513 เมื่อเดินผ่านพระอุโบสถหลังใหม่เข้ามาจะพบกับโบสถ์หลังเดิมที่ทรุดโทรมอย่างมาก โบสถ์หลังเดิม สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2443 มีขนาดกว้าง 5.35 เมตร ยาว 11.10 เมตร ลัษณะทรงไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น หลังคามุงกระเบื้อง ผนังก่อด้วยอิฐถือปูนทั้งหลัง ปัจจุบันชำรุดสิ้นสภาพไปอย่างมาก ใบเสมา เป็นสิ่งที่ใช้บอกอาณาเขตของพระอุโบสถ กลุ่มนักเดินทางเดินวนเวียนชมสภาพโบสถ์หลังเดิม ด้วยความเสียดายที่สักวันจะต้องพังทลายไปจนหมด มีเพียงรูปภาพที่จะได้เห็นกันต่อไป สุดท้ายต้องทำใจ และต้องเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น จากนั้นกลุ่มของพวกเราก็เดินทางไปยังศาลาการเปรียญเพื่อขึ้นไปชมเปลือกหอยโบราณ ดึกดำบรรพ์ ซึ่งขุดพบมากมายในบริเวณวัด …และได้นำมาเก็บรักษาไว้บนศาลาการเปรียญ เมื่อเราขึ้นมาชมเปลือกหอยเรียบร้อยแล้ว ก็ใช้เวลาสักพักได้การพูดคุยกัน ได้พบเห็นสิ่งต่างๆมากมาย ที่เป็นกำไรชีวิตของกลุ่มนักเดินทาง …แม้ว่าจะไม่ใช่วัดท่องเที่ยว แต่ทุกๆสถานที่ ก็ย่อมมีเรื่องราวให้ได้เรียนรู้กันไม่รู้จบ ประวัติวัดเกาะราษฎร์ศรัทธาธรรม (วัดปกปาก) พอสังเขป วัดปกปาก หรือที่ชาวบ้านเรียก “วัดโปกปาก” สังกัดมหานิกาย… Read More »

เที่ยววัดจรเข้ตาย ฉะเชิงเทรา ตามรอยตำนานจระเข้ยักษ์

https://youtu.be/wDYkpBi_cWg สวัสดีกันอีกครั้ง ในภารกิจการเดินทางท่องเที่ยวัดตามสไตล์บ้านๆของผม ช่วงที่ผ่านมาเป็นวันหยุดยาวหลายวันผมจึงได้โอกาสเดินทางไกลขึ้นเล็กน้อย โดยมีเป้าหมายที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งก็มีเป้าหมายหลายๆวัดและก็มีวัดที่น่าสนใจมากมาย วัดที่ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปชมในครั้งนี้ จะมีชื่อที่ฟังแล้วก็แปลกดี เพราะชื่อว่า “วัดจรเข้ตาย” ตั้งอยู่ที่บ้านจรเข้ตาย ต.บางคา อ.ราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา  เมื่อได้ยินชื่อวัดแล้ว ผมก็ต้องคิดไปว่าต้องมีเรื่องราวตำนานเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้เป็นแน่ และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะมีเรื่องเล่าตำนานเมื่อครั้งปี พ.ศ. 2400 ตำนานจระเข้ยักษ์ หมู่บ้านนี้ตั้งขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2400 ตามประวัติมีผู้เล่าว่า นายจ้อย นางยัง เป็นผู้เข้ามาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้ก่อนผู้อื่นได้ตั้งบ้านเรือนขึ้นในบริเวณแถบนี้ ต่อมามีครอบครัวนายกับและนายหลุ่ม ได้อพยพเข้ามาหากินอยู่ด้วยโดยตั้งบ้านเรือนใกล้กัน สำหรับครอบครัวของนายกับได้มีผู้อาศัยอยู่ด้วยเป็นคนลาวชื่อนายสาม อยู่ได้ไม่นานนักนายสามออกไปเลี้ยงควายแล้วหายไป ชาวบ้านได้ออกติดตามไปพบว่าถูกจระเข้ลากไปกินอยู่ที่หนองนํ้าแห่งหนึ่ง ต่อมาพวกวัว ควาย และสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านทั้งสามก็ถูกจระเข้ลักไปกินอีก บางครั้งก็กัดวัวควายที่ลงอยู่ในคลองจนเป็นที่เดือดร้อนกันไปทั่ว เมื่อทนไม่ไหวจึงได้ติดต่อหมอจระเข้มาทำการปราบ โดยทำการตั้งศาลเพียงตาตรงปากคลองที่แยกจากคลองท่าลาด เพราะเชื่อว่าเป็นถํ้าจรเข้ เล่ากันว่าสามารถปราบจรเข้ได้มากมาย แต่มีอยู่ตัวหนึ่งซึ่งใหญ่และเชื่อว่าคงเป็น หัวหน้าได้พยายามสู้หมอ แต่สู้ไม่ได้จึงหนีไปตามลำคลอง ในที่สุดก็ไปติดตรงส่วนที่แคบที่สุดของคลอง จึงได้ถูกชาวบ้านที่ติดตามไป ฆ่าตาย แล้วนำมารวมกันที่ศาลเพียงตา ในการนี้มีชาวบ้านต่างถิ่นเดินทางมาดูกันมาก เมื่อกลับไปก็ไปบอกต่อๆ กันว่าไปบ้านจรเข้ตายมา จึงได้พากันเรียก หมู่บ้านนี้ว่า “บ้านจรเข้ตาย” เมื่อผมเดินทางมาถึงวัดจรเข้ตาย ก็ขับรถตรงเข้ามาจอดติดริมคลอง ซึ่งจะมีศาลเพียงตาและศาลาท่าน้ำอยู่… บรรยากาศในวัดค่อนข้างเงียบ พื้นที่ค่อนข้างโล่ง อากาศร้อนพอสมควรเพราะผมเดินทางในช่วงเดือนเมษายน แต่ก็พอมีร่มเงาต้นไว้บริเวณริมคลองนี่แหละครับ ซึ่งผมก็มานั่งพักฟังเสียงนกร้อง ก็รู้สึกสงบดี ตรงศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่จรเข้ทอง จะมีหุ่นจระเข้ตั้งอยู่ดูน่ากลัวดีครับ และบ่อข้างๆ ก็มีหุ่นจระเข้ เล่นเอาผมตกใจพอสมควรเพราะเดินเพลินๆ แล้วบังเอิญเห็นแล้วใจหายแว๊บ จุดต่อไปที่ผมเดินทางไปกราบไหว้บูชาคือวิหารอดีตเจ้าอาวาสวัดจรเข้ตาย… Read More »

เที่ยวชมถ้ำนางสิบสองและลานพระรถชนไก่ ตามรอยวรรณคดีพระรถเมรี

https://youtu.be/WgAb8K64wy8 https://youtu.be/2PiI3yapxdA สวัสดีครับ วันนี้ผมจะเดินทางเปลี่ยนบรรยากาศท่องเที่ยวกันบ้าง โดยเราจะเดินทางตามรอยวรรณคดีพระรถเมรี หรือนางสิบสองกัน มีจุดหมายที่ อำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา แต่เดิมนั้นผมไม่คิดว่าจะมีสถานที่ตามวรรณคดีเรื่องพระรถเมรีหรือนางสิบสอง แต่ก็ได้ทราบจากชาวบ้านว่ามีสถานที่ตามตำนานเรื่องเล่าได้แก่ ถ้ำนางสิบสอง และลานพระรถชนไก่ ผมจึงได้โอกาสเดินทางไปเที่ยวชมในวันหยุดสบายๆ แต่ครั้งนี้ติสหน่อยครับ เพราะเดินทางไปคนเดียวในบรรยากาศที่ร้อนเอาการอยู่เหมือนกัน ตรงกับช่วงเข้าเดือนเมษายนพอดีเลยครับ ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ผมได้เดินทางไปยังจังหวัดฉะเชิงเทราเพื่อไปทำบุญและฟังธรรม ที่วัดเตาอิฐ (วัดแห่งนี้มีต้นโพธิ์ใบสีขาว) และก็เดินทางไปตามรอยวรรณคดีนางสิบสอง ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.ราชสาส์น สถานที่ 2 แห่งที่ผมจะพาเดินทางไปคือ ถ้ำนางสิบสองและลานพระรถชนไก่ ถ้ำนางสิบสอง ถ้ำนางสิบสอง จะตั้งอยู่ใกล้กับวัดหินดาษ มีรั้วล้อมรอบ เป็นที่โล่งๆ มีศาลารูปปั้นนางสิบสอง และพบบ่อลึกมีช่องกว้างราวๆ 1 ตารางเมตร ลักษณะเป็นลานหินศิลาแลง จุดแรกที่ผมเดินทางผ่านไปยังถ้ำนางสิบสอง จะผ่านวัดหินดาษ แล้วขับรถผ่านหน้าวัดไปเล็กน้อย จะเห็นศาลานางสิบสองฝั่งขวามือครับ ที่ศาลานางสิบสอง จะมีรูปปั้นนางสิบสองครบทั้ง 12 นาง มีเครื่องเซ่นไหว้ตามความเชื่อส่วนบุคลเป็นประเภทเครื่องดื่มต่างๆนำมาเซ่นไหว้มากมาย ถัดจากศาลานางสิบสองเล็กน้อย จะพบบ่อที่เรียกกันว่าถ้ำนางสิบสอง ลานด้านบนมีลักษณะเป็นหินศิลาแลง ช่องความกว้างราวๆ 1 เมตร มีรั้วล้อมรอบไว้ ผมจึงไม่ได้เข้าไปดานในเพราะเกรงว่าจะพลัดตกลงไป งานจะเข้าครับ ฮ่าๆ… เพราะแถวๆนี้ค่อนข้างเงียบ นานๆจะมีรถผ่าน เดี๋ยวไม่มีใครช่วย ชาวบ้านเล่าว่า ด้านในจะกว้างขวางมาก แต่ไม่รู้กว้าเท่าไหร่ บ้างก็ว่าทะลุไปถึงลายพระรถชนไก่เลยทีเดียว ทั้งนี้ก็เป็นเพียงเรื่องเล่านะครับ… ผมไม่อยากให้คิดเป็นจริง เป็นจัง …ให้ถือว่าการท่องเที่ยวครั้งนี้ เป็นการพักผ่อนตามรอยวรรณคดี ที่แปลกดีเหมือนกัน ในพื้นที่เดียวกัน… Read More »

วัดชมโพธยาราม ฉะเชิงเทรา จำลองแบบจากสังเวชนียสถาน 4 ตำบล

https://youtu.be/WocNzSQAsFQ สวัสดีกันอีกครั้ง วันนี้ผมจะพาทุกท่านไปเที่ยวเมืองแปดริ้วหรือจังหวัดฉะเชิงเทรานั่นเอง เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ผมเดินทางมาบ่อยครั้ง เพราะมีวัดท่องเที่ยวมากมายซะจริงๆ สำหรับวันนี้ผมจะพาทุกท่านไปเที่ยวที่วัดชมโพธยาราม วัดชมโพธยาราม ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง ฉะเชิงเทรา เป็นวัดที่มีความพิเศษคือ ได้จำลองสังเวชนียสถานมาไว้ทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ สถานที่ประสูติ, ตรัสรู้, ปฐมเทศนา และปรินิพพาน ผมเดินทางมาในช่วงปีใหม่ พ.ศ. 2559 แต่ต้องบอกว่าผิดคาดที่ผู้คนไม่เยอะอย่างที่คิด ซึ่งน่าจะเป็นเพราะนักท่องเที่ยวเดินทางไปยังวัดหลวงพ่อโสธรกันมากกว่า จากการเดินทางผ่านถนนเส้นที่ไปยังวัดหลวงพ่อโสธร ผมก็สังเกตุว่ามีปริมาณรถที่หนาแน่นพอสมควร ผมจึงเปลี่ยนเป้าหมายมายังวัดชมโพธยารามก่อน จุดแรกเราจะเห็นความโดดเด่นของเจดีย์พุทธคยาสีทองอร่าม ซึ่งสภาพปัจจุบันก็มีสภาพที่กำลังปรับปรุงพื้นที่โดยรอบ รวมถึงสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าหรือสวนลุมพินี ก็กำลังปรับปรุงเช่นกัน ผมจอดรถใกล้เคียงกับเจดีย์พุทธคยา ซึ่งมีร่มไม้อยู่ ส่วนพื้นทีอื่นๆก็สามรถจอดได้นะครับ แต่จะเป็นพื้นที่โล่ง จุดแรกที่ผมจะเข้าไปชมคือ เจดีย์พุทธคยา เป็นสถานที่อันแสดงถึงสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ซึ่งสามารถเดินเข้าไปชมด้านในและเดินขึ้นไปได้ด้วยครับ ภายในเจดีย์พุทธคยา จะมีภาพเขียนผนัง และประดิษฐานพระพุทธรูปอยู่หลายองค์ หลังจากชมพื้นที่ด้านล่างของพระเจดีย์แล้ว ผมก็เดินขึ้นไปยังชั้นที่ 2 ของเจดีย์ ซึ่งจะเป็นสถานที่จัดเก็บของโบราณ เป็นพิพิธภัณฑ์ของวัดครับ บริเวณชั้น 2 จะเป็นพิพิธภัณฑ์และสามารถเดินต่อขึ้นไปด้านบนได้อีก แต่ผมก็ไม่ได้เดินขึ้นไปนะครับ เพราะเดินทางมาคนเดียวไม่มีเพื่อนครับ มันดูเงียบๆพิกล ฮ่าๆ ผมจึงขอลงจากเจดีย์ไปยังสถานที่อื่นต่อไปครับ สถานที่ต่อไปคือธัมเมกชสถูป ปัจจุบันเรียกว่า สารนาถ เป็นสถานที่แสดงถึงสถานที่ปฐมเทศนาของพระพุทธเจ้าแก่เหล่าปัญจวคีย์ทั้ง 5 ที่ป่าอสิปตนมฤคทายวัน ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 หรือวันอาสาฬหบูชานั่นเอง ภายในธัมเมกขสถูปจะประดิษฐานพระแก้วมรกตองค์จำลองทรงเครื่องฤดูฝน หลังจากที่ผมได้กราบไหว้พระเรียบร้อยแล้ว ผมก็ออกมาไปยังสถานที่ปรินิพพานต่อไป… Read More »

ภารกิจเที่ยววัดทำบุญวัดเขาดิน ฉะเชิงเทรา ชมถ้ำไหว้หลวงพ่อโสธร

https://youtu.be/6O3v37jcjo4 ขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2559 อีกครั้งกับการเดินทางท่องเที่ยวในภารกิจเที่ยววัดของผม ถ้ายังมีแรงก็ยังจะเที่ยวลุยกันต่อไปครับ ช่วงปีใหม่ผมได้มาพักผ่อนที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นจังหวัดทางภาคตะวันออกที่ไม่ห่างไกลจากรุงเทพมากนัก และยังมีวัดวาอารามให้ท่องเที่ยวและทำบุญอีกมากมายหลายแห่ง แต่การที่จะเข้าไปยังตัวเมืองฉะเชิงเทราก็ต้องทำใจกันเล็กน้อยนะครับ เพราะรถติดแน่นอน ยิ่งช่วงเทศกาลด้วยแล้ว ยิ่งติดเป็นทวีคูณ ด้วยเหตุนี้ผมจึงจัดแจงโปรแกรมเที่ยววัดของผมออกมาจากโซนเมืองเล็กน้อย และเป้าหมายของผมจะอยู่ที่วัดเขาดิน อ.บางปะกง นั่นเอง ถ้าใครเคยขับรถผ่านจุดพักมอเตอร์เวย์ เส้นฉะเชิงเทรา – ชลบุรี คงจะสังเกตุเห็นวัดเขาดิน ที่ติดริมถนนมอเตอร์เวย์เลยนะครับ เพราะมีความโดดเด่น มองเห็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่และเจดีย์องค์ใหญ่สูงเด่นบนยอดเขา ซึ่งผมก็ได้เห็นอยู่บ่อยๆ จึงมีความตั้งใจว่าจะต้องไปสักครั้ง และก็มีโอกาสเดินทางในปีใหม่ 2559 นี้ เป็นครั้งแรก สำหรับการเดินทาง ผมคิดว่าจะเดินทางไปง่ายๆ เพราะเห็นวัดติดกับถนนมอเตอร์เวย์ แต่เชื่อมั้ยครับว่า เล่นเอาผม งง ไปหลายตลบเลยครับ การเดินทางของผมใช้เวลานานมากเพราะมัวหลงเส้นทาง โดยครั้งแรกผมมาจากเมืองฉะเชิงเทรา มาตามเส้นทางไปมอเตอร์เวย์ แต่ผมดันเลี้ยวเข้าเส้นไปวัดเขาดินไม่ทัน ทำให้ขับรถออกเส้นมอเตอร์เวย์ เสียเวลาหาทางกลับเข้ามาอีกนานหลายนาที หลังจากนั้น พอกลับเข้ามาได้ ก็ดันหลงทางอีก วนเวียนผ่านโรงไฟฟ้าบางปะกง เสียเวลาครั้งนี้เป็นชั่วโมงเลยหล่ะครับ เล่นเอาท้อจนเกือบจะกลับ… เอาเป็นว่า ผมขอแนะนำเส้นทางให้ไปทางอำเภอบ้านโพธิ์ จะดีที่สุด แม้ว่าจะไม่ใช่เส้นทางหลัก แต่ก็สามารถประหยัดเวลาได้ดีเลยทีเดียว ขับรถยิงตรงตามทางหลักถึงวัดเขาดินเลยครับ… ที่ผมรู้เส้นทางนี้เพราะว่า ผมใช้เป็นเส้นทางกลับครับ หรือท่านจะลองดูแผนที่ด้านล่างแล้วศึกษาเส้นทางดูนะครับ หลังจากหลงทางเป็นชั่วโมง ผมก็มาถึงจนได้ และได้สอบถาม รปภ. ที่วัด ก็ทราบว่าไม่ใช่เรื่องแปลกเลยครับ เพราะคนอื่นๆที่มากันครั้งแรกก็เจอปัญหาเช่นเดียวกันกับผม บรรยากาศวันที่ผมไปถึงค่อนข้างคึกคัก เพราะตรงกับวันหยุดช่วงเทศกาลปีใหม่ ท่านสามารถชมบรรยากาศโดยรวมทางคลิปวีดีโอ ที่ผมอัพไว้ให้ชมด้านบนนะครับ… Read More »

เที่ยววัดโพรงอากาศ ชมเจดีย์แบบอินเดีย ไหว้พระพิฆเนศที่ฉะเชิงเทรา

https://youtu.be/dYbxkUtKKSo สวัสดีครับกับภารกิจเที่ยววัด ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา หรือเมืองแปดริ้ว… จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นจังหวัดที่มีวัดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากมายโดยเฉพ าะวัดวาอารามต่างๆซึ่งผมก็ได้แวะเวียนไปเที่ยวอยู่เป็นระยะ วัดในฉะเชิงเทราที่ผมเดินทางไปเที่ยวแล้ว ชมได้ที่ลิ้งค์นี้ >>> วัดในฉะเชิงเทรา สำหรับครั้งนี้ ผมจะพาท่านเดินทางไปเที่ยวที่วัดโพรงอากาศ ซึ่งมีความโดดเด่นขององค์พระเจดีย์สีทองอร่ามในรูปแบบศิลปะแบบอินเดีย อีกทั้งยังประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุให้กราบไหว้บูชาอีกด้วย และใกล้เคียงกันก็ยังมีพระพิฆเนศปางนั่งประทานพรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกให้บูชา ผมขับรถมาเรื่อยๆ จะมองเห็นเจดีย์สีทอง และพระพิฆเนศแต่ไกลเลยครับ วัดโพรงอากาศเกิดจากพลังความเลื่อมใสของชาวบ้านที่เลื่อมใสในตัวพระอาจารย์สมชาย พุทธสโร จึงได้มีการบริจาคที่ดินบริเวณตำบลโพรงอากาศ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว รวมเนื้อที่ทั้งหมด 48 ไร่ และพระอาจารย์สมชาย พุทธสโร ได้เริ่มก่อสร้างอุโบสถในปี พ.ศ. 2539 อุโบสถใหญ่ที่สร้างแล้วเสร็จเป็นทรงมหาเจดีย์ สีทองอร่ามสวยงามจนเป็นจุดเด่นภายในตำบลโพรงอากาศสามารถมองเห็นได้แต่ไกล หลังจากหาที่จอดรถเรียบร้อยแล้ว ผมก็เดินขึ้นมาภายในซึ่งจะเป็นส่วนด้านล่างของพระเจดีย์ จะจัดไว้สำหรับการจุดธูปเทียนบูชาพระ และปิดทองลูกนิมิต ที่วัดประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อโสธร และพระพุทธชิราชให้กราบไหว้ สำหรับผู้ที่มีจิตศรัทธาต่อพระพิฆเนศ ที่วัดก็สร้างไว้ห้บูชากันด้วยครับ หลังจากนั้นผมก็เดินขึ้นบันได เพื่อไปชมพระเจดีย์ด้านบน เมื่อเดินขึ้นมาด้านบน เราจะได้เห็นทิวทัศน์ของวัด และองค์พระพิฆเนศขนาดใหญ่ปางนั่งประทานพร ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อขึ้นมาด้านบน แม้ว่าจะมีแสงแดดที่ร้อนแรงแต่ก็ไม่ได้ร้อนอย่างที่คิดเลยครับ มีลมพัดแรงตลอดเวลาเลยทีเดียว นักท่องเที่ยวก็แวะเวียนมากันอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย …ภายในพระอุโบสถประดิษฐานหลวงพ่อโสธรองค์จำลองให้บูชาครับ ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดฉะเชิงเทรา … ท่านใดที่ชอบท่องเที่ยววัด โดยเฉพาะมีสถานที่สวยงามก็ขอแนะนำสถานที่แห่งนี้เลยครับ รับรองไม่ผิดหวัง และอีกอย่างที่ขอแนะนำ สำหรับท่านที่เดินทางมาแล้วจะถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ถ้ามีเลนส์แบบกว้างจะดีมาก เพราะจะเก็บภาพได้หมด สำหรับผมนั้นไม่มีครับ เก็บภาพได้ยากมากจริงๆ ปัจจุบันพระพิฆเนศ คงสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว น่าจะมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น แล้วผมจะตามไปเที่ยวอีกครั้งแน่นอนครับ…   ช่องทางการติดตามเรื่องราว ภารกิจเที่ยววัด… Read More »

เที่ยววัดสาวชะโงก ตำนานโศกนาฏกรรมความรัก และกราบหลวงพ่อเหลือ

https://youtu.be/y0fjstQmsI8 สวัสดีครับ วันนี้ผมเดินทางมาถึงจังหวัดฉะเชิงเทราและเป็นช่วงจังหวะพายุเข้าประเทศไทยพอดิบพอดี เล่นเอาผมถึงกับเซ็งไปพอสมควรเพราะหลายๆโปรแกรมที่ตั้งใจไว้ก็ได้ยกเลิกไปด้วยเพราะสภาวะอากาศไม่เอื้ออำนวย แต่ก็ได้เดินทางไปเที่ยววัดบ้างเช่นกัน หนึ่งในนั้นก็คือ “วัดสาวชะโงก” ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.สาวชะโงก อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ที่ผมตัดสินใจเดินทางมาท่องเที่ยวที่วัดแห่งนี้ ก็เนื่องด้วยเหตุผล 2 ประการหลักคือ ที่วัดแห่งนี้มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับการสร้างวัดในชื่อว่า “วัดสาวชะโงก” ซึ่งเป็นตำนานโศกนาฏกรรมความรัก ของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวคู่หนึ่ง ตำนานเครื่องรางวัตถุมงคลอันลือลั่น นั่นก็คือ “ปลัดขิก” ของหลวงพ่อเหลือ ที่เชื่อกันว่าเป็นปลัดขิกอันดับหนึ่งของเมืองไทย การเดินทางไปวัดสาวชะโงก ผมได้เดินทางตามเส้นทางมาจากวัดสมานรัตนาราม มาตามเส้นทางถนนหมายเลข 304 ซึ่งท่านสามารถดูตามแผนที่การเดินทางด้านล่างนี้ ผมเดินทางไปถึงวัดก็ยังมีบรรยากาศฝนปรอยๆ อยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังสามารถที่จะเดินชมพื้นที่ในวัดได้สะดวกอยู่ระดับหนึ่ง … วัดสาวชะโงกจะอยู่ติดกับแม่น้ำบางปะกง ทำให้มีบรรยากาศที่ดี มีวิวทิวทัศน์สวยงาม เหมาะแก่การเดินทางมาท่องเที่ยว บริเวณที่จอดรถ ผมจอดอยู่ใกล้กับศาลแม่เฒ่าซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง ศาลแม่เฒ่า ได้สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยหลวงพ่อเหลือ เป็นเจ้าอาวาส… ครั้งนั้นกำลังมีการก่อสร้างกุฏิพระในวัด จึงมีการลอยท่อนซุงมาตามลำแม่น้ำบางปะกง เพื่อใช้ในการก่อสร้าง แต่ปรากฏว่ามีท่อนซุงตะเคียนท่อนหนึ่งได้เกิดการแสดงปาฏิหาริย์ ไม่สามารถลากขึ้นมาบนฝั่งได้ … จึงได้แจ้งหลวงพ่อเหลือ จึงมีพิธีอัญเชิญท่อนซุงท่อนนั้นขึ้นจากน้ำ และทำการตั้งศาลแม่เฒ่าไว้บริเวณหน้าวัด ริมแม่น้ำบางปะกงตั้งแต่นั้นมา … เป็นศาลที่ได้รับความเคารพนับถือของผู้คนในท้องถิ่นมาเป็นเวลาช้านาน ผมเดินวนเวียนที่ริมแม่น้ำบางปะกง สังเกตุเห็นปริมาณน้ำที่เยอะมากพอสมควร อาจจะเป็นเพราะช่วงหลังๆ มีพายุเข้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อว่าเวลาผ่านไปไม่ได้ไม่นาน ซึ่งก่อนหน้านี้น้ำแล้งมาก แต่ตอนนี้น้ำเยอะมากจริงๆ ภายในพระวิหารหลวงพ่อเหลือ จะมีรูปหล่อหลวงพ่อเหลือและอดีตเจ้าอาวาสรูปอื่นๆ ให้กราบไหว้บูชาและปิดทอง ส่วนด้านหลังเป็นองค์หลวงพ่อโสธรจำลอง และพระพุทธชินราชจำลอง หลวงพ่อเหลือ หรือพระครูนันทธีราจารย์ เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดสาวชะโงก ดำรงตำแหน่งเมื่อปี… Read More »

พระสถูปเจดีย์แห่งชัยชนะ พระเจ้าตาก ปากน้ำโจ้โล้ ฉะเชิงเทรา

https://youtu.be/te08PvYFCTs สวัสดีครับ วันนี้ผมจะพาท่องเที่ยวไปที่เมืองแปดริ้ว หรือฉะเชิงเทรา จุดหมายจะอยู่ที่อำเภอบางคล้า … ณ จุดนี้จะมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในช่วงการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เมื่อ ปีพ.ศ.2310 … เพราะเป็นจุดปะทะครั้งหนึ่งของกองทัพพม่าและกองกำลังของพระยาวชิรปราการ (พระเจ้าตาก) จุดสำคัญจุดนี้คือ บริเวณปากน้ำโจ้โล้ ซึ่งป็นจุดบรรจบของคลองท่าลาดและแม่น้ำบางปะกง ตามพระราชพงศาวดารฉบับราชหัตถเลขากล่าวว่า หลังจากที่พระยาวชิรปราการ (พระเจ้าตาก) ได้ฝ่าวงล้อมของกองทัพพม่าจากกรุงศรีอยุธยามาฝั่งตะวันออกเริ่มต้นจากวัดพิชัยสงคราม (ลองอ่านตามลิ้งค์วัดพิชัยสงครามนะครับ จะมีเรื่องราวรวมบทความเส้นทางเดินทัพพระยาตากอีกหลายจุด) ซึ่งผ่านการปะทะกันเป็นระยะๆ จนกระทั่งมาถึง ณ บริเวณปากน้ำโจ้โล้ จึงเป็นอีกครั้งที่กองทัพพม่าได้ยกทัพติดตามมาทัน โดยมีกองทัพเรือและกองทัพบกคอยหนุนกำลังโจมตีกองทัพไทย แต่ก็เช่นเคย ที่กองทัพของพระเจ้าตากได้มีชัยเหนือศัตรูอีกครั้ง และหลังจากนั้นกองทัพพม่าก็ไม่ติดตามกองทัพพระเจ้าตากอีกเลย หลังจากที่พระเจ้าตากสามารถกอบกู้เอกราชคืนมาจากพม่าได้  และปราบดาภิเษกเป็นพระเจ้ากรุงธนบุรี จึงได้โปรดเกล้าให้สร้างพระสถูปเจดีย์ขึ้น ณ บริเวณปากน้ำโจ้โล้ เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะ แต่พระสถูปเจดีย์ได้เกิดการพังทลายจากการพัดพาของกระแสน้ำ เมื่อปี พ.ศ. 2491 ต่อมาทางรัฐบาลไทยได้รับงบประมาณ ได้รับการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ 2 ไร่ 2 งาน 38.4 ตารางวาในการก่อสร้างพระสถูปเจดีย์องค์ใหม่ในบริเวณเดิม ลักษณะทรงระฆังมีซุ้มทั้ง 4 ด้าน เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2539 แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 การเดินทางและสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง อนุสรณ์สถาน พระสถูปเจดีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จะอยู่ใกล้เคียงกับวัดปากน้ำโจ้โล้ ถ้าเดินทางมาจากตลาดน้ำบางคล้า ก่อนถึงวัดปากน้ำโจ้โล้… Read More »

พาชมต้นโพธิ์สีขาว เจดีย์โบราณอายุกว่า 100 ปี ที่วัดเตาอิฐ ฉะเชิงเทรา

https://youtu.be/M3oDpxqTMNo สวัสดีครับ กลับมาพบกับการเดินทางท่องเที่ยววัดอีกครั้งของผม สำหรับครั้งนี้ผมเดินทางไปไกลถึงจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นช่วงเวลาประจวบเหมาะพอดีที่ผมจะเดินทางไปทำธุระที่นั่น … จึงได้ใช้โอกาสนี้เดินทางไปท่องเที่ยววัดต่างๆในจังหวัดฉะเชิงเทราให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ วัดแห่งแรกที่อยู่ในแผนงานครั้งนี้ คือ “วัดเตาอิฐ” หลายๆท่านอาจจะไม่คุ้นชื่อเท่าไหร่นัก และไม่รู้ว่ามีความสำคัญอย่างไร … เนื่องจากว่าผมได้ทราบข่าวว่า ที่วัดเตาอิฐแห่งนี้ มีสิ่งแปลกๆ ที่ไม่ค่อยจะได้เห็นกันนัก นั่นก็คือ “ต้นโพธิ์สีขาว” ต้นโพธิ์สีขาว ทำให้วัดเตาอิฐ มีชื่อเสียงขึ้นมา รวมถึงตัวผมเองด้วยครับ… ถ้าไม่มีข่าวนี้ ผมคงไม่ได้เดินทางมาที่นี่แน่นอน นอกจากต้นโพธิ์สีขาวที่เป็นจุดเด่นของวัดเตาอิฐแล้ว ก็ยังมีเจดีย์โบราณ ซึ่งสันนิษฐานว่ามีอายุมากกว่า 100 ปี เพราะวัดแห่งนี้สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2415 ซึ่งก็ล่วงเลยเวลามานานนับร้อยปี สำหรับลักษณะของเจดีย์ ก็แปลกตาสำหรับผมซะจริงๆ เพราะไม่เคยเห็นเจดีย์ลักษณะนี้ โดยมีลักษณะ ปล้องไฉนเป็นบัว องค์บัลลังค์เพรียว… ฐานทรงกลมเป็นชั้น… เราเริ่มออกเดินทางไปยังวัดเตาอิฐกันเลยครับ การเดินทางมายังวัดเตาอิฐ วัดเตาอิฐ ตั้งอยู่ หมู่ที่ 4 ตำบลบางคา อำเภอราชสาส์น จังหวัดฉะเชิงเทรา ผมเดินทางจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วเลี้ยวขวาไปที่อำเภอพนมสารคาม จนกระทั่งถึงสี่แยกอำเภอบางคล้า แล้วผมก็เลี้ยวซ้ายเข้าไปที่อำเภอบางคล้า แล้วขับตามเส้นทางไปตลาดน้ำบางคล้า ผ่านหน้าตลาดน้ำเจอกับสามแยกแรกผมก็ขับรถไปตามถนนหลายเลข 3378 ไปยังอำเภอราชสาส์นและอำเภอพนมสารคาม สำหรับท่านที่ไม่เคยเดินทางมา ก็อาจจะไม่คุ้นเคยเส้นทาง อาจจะต้องเปิดแผนที่การเดินทางไปยังอำเภอราชสาสน์ นะครับ หรือดูคลิปวีดีโอการเดินทางบน Youtube ที่ผมได้โพสไว้ด้านบนบทความนี้   ผมขับรถผ่านโรงเรียนไพบูลย์ประชานุกูล อีกเล็กน้อยก็จะเจอป้ายเลี้ยวซ้ายไป อำเภอราชสาส์น แล้วครับ… Read More »