Category Archives: บทความ

พระราชาผู้ทรงธรรม ในหลวงรัชกาลที่ ๙ จากบันทึกของครูบาอาจารย์

ข่าวการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของปวงชนชาวไทยทั้งชาติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 – 13 ตุลาคม 2559) เป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่เก้าแห่งราชวงศ์จักรี เสด็จสู่พระราชสมบัติตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2489 เป็นพระมหากษัตริย์ไทยผู้เสวยราชย์ยาวนานที่สุด ตลอด 70 ปีของการครองราชสมบัติ พระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยในการปฏิบัติราชภารกิจเพื่อปวงชนชาวไทยมาโดยตลอด นอกจากพระราชภารกิจในการพัฒนาความเป็นอยู่ของปวงชนชาวไทยแล้ว พระองค์ยังเป็นพระราชาผู้ทรงธรรม ใช้ธรรมะในการดำเนินชีวิต ทรงสืบสานทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและทรงปฏิบัติธรรมตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าอีกด้วย แม้พระองค์จะมีพระราชภารกิจมากมายและยิ่งใหญ่ แต่พระองค์ทรงไม่เคยขาดหลักธรรมแม้แต่น้อย ดังจะเห็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ต่างๆ ที่พระองค์เสด็จไปพบกับพระสงฆ์ทั่วราชอาณาจักร ด้วยทรงสนพระราชหฤทัยในการปฏิบัติธรรมยิ่งนัก สามารถอ่านบทความที่พระองค์เสด็จพบพระสงฆ์ทั่วราชอาณาจักรที่บทความในลิ้งค์นี้ >> www.faiththaistory.com/king-monk โอกาสนี้ผมจึงได้รวบรวมบทความบางส่วนที่ผมได้อ่านและรับรู้เกี่ยวกับพระองค์ที่ได้พบกับพระสงฆ์รูปต่างๆ และมีการสนทนาธรรม หวังว่าบทความนี้จะเป็นการต่อยอดให้ท่านผู้สนใจ ได้ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อเดินทางตามรอยพระองค์ ให้มีชีวิตที่ประสบสุขต่อไป **พ่อเหนื่อยมาทั้งชีวิต แต่พ่อไม่เคยหยุดเพื่อพสกนิกรชาวไทยทั้งปวง…** ณ โอกาสนี้ แอดมินขอเรียบเรียงบทความบางตอนในหนังสือ “พระเมตตา” โดยหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ซึ่งรวบรวมเรื่องราวพระราชปรารภของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อคราวเสด็จมาทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในพระอุโบสถหลังใหม่ วัดท่าซุง ในพระราชปรารภตอนหนึ่ง พระองค์มีพระราชปรารภว่า พระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยมาก ทั้งนี้หลวงพ่อก็ทราบดีว่า เพราะพระองค์มีพระราชจริยวัตรห่วงใยพสกนิกรของพระองค์มาก การประทับอยู่ในกรุงเทพฯ ก็เต็มไปด้วยหมายกำหนดการ และการออกเสด็จไปข้างนอกพระองค์ก็ไม่ได้ทรงพักผ่อน พระองค์ทรงแปรพระราชฐานครั้งใด ก็ปรากฏแต่ข่าวว่าไม่ได้ทรงพักผ่อนอยู่กับที่ เพราะการที่พระองค์เสด็จแปรพระราชฐานทุกครั้ง ก็เสด็จไปเยี่ยมเยียนประชาชน ไปเยี่ยมชาวเขา ชาวบ้าน หลวงพ่อกล่าวต่อว่า เมื่อได้ทราบข่าวการเสด็จของพระองค์ ก็เห็นพระองค์อยู่บนเขาบนดอย… Read More »

เขาวงพระจันทร์กับการธุดงค์ของหลวงพ่อปานและหลวงพ่อฤาษีลิงดำ

การเดินทางท่องเที่ยวและทำบุญแต่ละสถานที่มักจะมีเรื่องราวที่น่าสนใจแตกต่างกันไป แต่สิ่งที่น่าสนใจสำหรับผมคือเรื่องราวการตามรอยพระอริยะเจ้าองค์ต่างๆ ที่เดินทางไปยังสถานที่นั้นๆ ด้วยเหตุนี้ผมจะขอนำเรื่องราวสถานที่สำคัญสถานที่หนึ่งก็คือ เขาวงพระจันทร์ ที่หลวงพ่อปาน โสนันโทได้นำคณะศิษย์เดินทางธุดงค์แสวงหาธรรม โดยหนึ่งในคณะศิษย์นั้นคือหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ซึ่งมีเรื่องราวที่น่าสนใจอย่างมาก ส่วนตัวผมเองนั้นมีความเชื่อว่าสถานที่ต่างๆ ที่พระอริยะเจ้าได้เดินทางไปถึงนั้น ย่อมมีความศักดิ์สิทธิ์และต้องมีมูลเหตุสำคัญในการไปถึง ไม่ใช่ด้วยความบังเอิญ ผมได้ลองค้นหาข้อมูลเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับเขาวงพระจันทร์ ก็พบว่ามีบันทึกในหนังสือ 2 เล่ม คือ “ประวัติหลวงพ่อปาน โสนันโท” และ “หลวงพ่อธุดงค์” ซึ่งทั้งสองเล่มนี้เป็นหนังสือที่พิมพ์ขึ้นถอดความจากธรรมเทศนาของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ จึงมีความน่าเชื่อถือพอสมควร เขาวงพระจันทร์ ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่วัดเขาวงพระจันทร์ จังหวัดลพบุรี จะมีประเพณีงานบุญประจำปีเพื่อขึ้นนมัสการรอยพระพุทธบาท ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกๆปี จะมีผู้แสวงบุญเดินทางมากันเป็นจำนวนมาก และสามารถเดินขึ้นเขาวงพระจันทร์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง จุดแรกที่นักเดินทางมาถึงจะผ่านศาลเจ้าพ่อขุนด่านก่อน ซึ่งเจ้าพ่อขุนด่านมีเรื่องราวการบันทึกในหนังสือเช่นกันอยู่ในตอน “อานุภาพท่านเจ้าพ่อขุนด่าน” ซึ่งผมขอถอดความมานำเสนอดังนี้ อานุภาพท่านเจ้าพ่อขุนด่าน ท่านขุนด่านเป็นเทวดาของท่านท้าวเวสสุวัณ มีเครื่องทรงประจำสีแดง คือ นุ่งห่มสีแดง และโพกผ้าก็สีแดงเหมือนกัน ท่านที่ทรงเครื่องแดงนี้จัดเป็นเทวดามีอานุภาพมาก สมัยที่เขาวงพระจันทร์ยังมีสถานที่ยังไม่สมบูรณ์อย่างปัจจุบัน หลวงพ่อปานท่านกำลังสร้างมณฑปและบันไดขึ้นเขา มีพระองค์หนึ่งเป็นลูกศิษย์นอกสำนักของหลวงพ่อปาน ชื่อ ท่านสำราญ ชาวบ้านเรียกว่าอาจารย์สำราญ ขณะนี้สำราญอยู่เมืองผีนานแล้ว เพราะท่านแก่กว่าฉันมาก สมัยฉันอายุ 20 ปีเศษ ท่านมีอายุเกือบ 40 ปีแล้ว ท่านอยู่ประจำที่เขาวงพระจันทร์ เป็นเขตอารักขาของท่านขุนด่าน หลวงพ่อปานท่านสั่งไว้เสมอว่า อย่าประกาศตัวเป็นศัตรูกับผี ควรทำตนเป็นมิตรกับผีจะได้อยู่เป็นสุข เพราะผีไม่ใช่คน ถ้าเป็นศัตรูกัน เวลาที่เขามาทำอันตรายไม่มีนิมิตปรากฏ ท่านสำราญก็ไม่เชื่อ ปกติท่านสวดบทวิปัสสิสเสมอเพื่อไล่ผี คาถาบทนี้เป็นคาถาในบทภาณยักษ์และภาณพระ… Read More »

บรรยากาศบูชาพระเครื่องวัตถุมงคล รุ่นรวยสมใจนึก ปี 2558 หลวงพ่อรวย ปาสาทิโก

https://youtu.be/q_8_h6CoxCc ขอกล่าวสวัสดีกันอีกครั้งครับ วันนี้ผมจะพักเรื่องราวการท่องเที่ยววัดสักนิด แล้วจะพาไปชมบรรยากาศการเช่าบูชาพระเครื่องวัตถุมงคลของพระเกจิรูปหนึ่ง นั่นก็คือ “หลวงพ่อรวย ปาสาทิโก” แห่งวัดตะโก พระนครศรีอยุธยา ถ้าจะกล่าวถึงหลวงพ่อรวย น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักท่าน โดยเฉพาะแวดวงของนักสะสมวัตถุมงคล เพราะวัตถุมงคลของหลวงพ่อรวยนั้น จะได้รับความนิยมสูงมากในปัจจุบัน แม้ว่าจะเป็นวัตถุมงคลรุ่นหลังๆก็ยังเป็นที่ต้องการของนักสะสมและผู้มีจิตศรัทธาทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ … และส่วนตัวผมนั้นแม้จะไม่ใช่คนในท้องที่ แต่ก็พอทราบเรื่องราวความนิยมในวัตถุมงคลของท่านมาบ้างพอสมควร โดยเฉพาะวัตถุมงคลที่ออกให้บูชาในรุ่นไตรมาส (ออกพรรษา) จะได้รับความนิยมสูงที่สุด เพราะสร้างขึ้นมาจำนวนไม่มากนักและจำกัดจำนวนการบูชาของแต่ละคน ด้วยเหตุนี้ ผมจึงอยากจะไปชมบรรยากาศให้เห็นกับตาสักครั้งว่าบรรยากาศที่ผู้คนแห่แหนไปเช่าบูชาวัตถุมงคลของหลวงพ่อรวยนั้นจะเป็นเช่นไร ครั้งนี้จะเป็นการให้เช่าบูชาวัตถุมงคลไตรมาส รุ่นรวยสมใจนึก หลวงพ่อรวย ปาสาทิโก วัดตะโก พระนครศรีอยุธยา เปิดให้บูชาในวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2558 … ผมได้เดินทางไปที่วัดตะโก พระนครศรีอยุธยา หลังจากเลิกงานประจำไปถึงวัดราวๆ 6 โมงเย็น ก็เริ่มได้เห็นบรรยากาศผู้คนทยอยเดินทางมากันที่วัดแล้วหล่ะครับ… มีร้านค้ามาตั้งบริการมากมาย โดยเฉพาะอาหาร ทำให้ดูคึกคักขึ้นมาโดยทันที ในส่วนของสถานที่จอดรถในวัดเต็มแล้วครับ ใครที่มาจอดก่อน ก็คงออกลำบากหล่ะครับเพราะมีรถทยอยเข้ามาเรื่อยๆ ช่วงเวลาราวๆ หัวค่ำ บรรยากาศเริ่มคึกคัก แต่ก็ยังสามารถจับจองพื้นที่กันได้อยู่ครับ… บรรยากาศมีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ มีการหอบลูกหอบหลานมากันมากมาย เตรียมหมอนมานอนค้างคืนกันเลยทีเดียว แต่ละคนก็มีสีหน้าที่มุ่งหวังว่าจะต้องเป็นเจ้าของวัตถุมงคลรุ่นนี้ให้ได้ ราวๆ 6 โมงกว่าๆ บรรยากาศก็เริ่มมืดลงแล้วครับ เพราะเข้าสู่ฤดูหนาวท้องฟ้าจะมืดค่ำเร็วกว่าปกติ แต่คนก็เดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่องเลยครับ จนกระทั่งถึงเวลาราวๆ เที่ยงคืนก็มีคนเดินทางเข้ามาภายในวัดแทบจะเต็มพื้นที่ในส่วนที่จัดไว้สำหรับการบูชาพระเครื่อง หลายท่านก็เพลียกันมาก เพราะมารอกันแต่หัวค่ำเพื่อรอเวลาบูชาวัตถุมงคลในตอนเช้าวันที่ 27 ตุลาคม 2558 …… Read More »

เที่ยวถ้ำกระแซ จุดชมวิวที่สวยและอันตรายที่สุด เส้นทางรถไฟสายมรณะ

https://youtu.be/cegCXg2hiA4 วันนี้ผมจะพาเดินทางไปเที่ยวนอกสถานที่วัดกันบ้าง ซึ่งผมได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดกาญจนบุรีจึงถือโอกาสเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่อื่นๆบ้าง และสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดกาญจนบุรีก็คือ “ทางรถไฟสายมรณะ” จุดที่ผมจะเดินทางท่องเที่ยวก็คือ “ถ้ำกระแซ” ซึ่งเป็นจุดหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายมรณะ ที่ถูกกล่าวขานกันว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยและอันตรายที่สุดของเส้นทางรถไฟสายนี้… ทางรถไฟสายนี้เป็นอนุสรณ์ของสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ทิ้งเรื่องราวในอดีตถึงความโหดร้ายในสงครามโลก ซึ่งมีแต่ความสูญเสีย ถ้ำกระแซ แต่เดิมนั้นเป็นจุดที่พักของเชลยศึกในสงครามครั้งที่ 2 ที่ถูกต้อนมาโดยทหารญี่ปุ่น เพื่อทำการสร้างทางรถไฟสายนี้เพื่อขนส่งยุทโธปกรณ์และกำลังทหาร เพื่อเข้าโจมตีพม่าและอินเดีย … ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นมาภายหลัง ให้นักท่องเที่ยวได้กราบไหว้บูชาและขอพร … ส่วนวิวทิวทัศน์ก็มีความสวยงามตามที่กล่าวกัน โดยด้านล่างจะเป็นแม่น้ำแควน้อย มีเส้นทางรถไฟเลียบเขาไปกว่า 400 เมตร จึงถือได้ว่าเส้นทางรถไฟที่ถ้ำกระแซนี้ สร้างได้ยากลำบากที่สุด มีเชลยศึกล้มตายนับพันคน เมื่อผมได้เดินทางมาถึง ก็ลืมเรื่องราวที่ทราบเกี่ยวกับความโหดร้ายของเส้นทางรถไฟสายนี้ไปจนหมด เพราะปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีความสวยงามมาก วิวทิวทัศน์ทางธรรมชาติก็ยังสมบูรณ์ดี มีร้านค้าของที่ระลึกมากมาย นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเดินทางมาเที่ยวชมกันอย่างไม่ขาดสาย … ถ้าได้เดินทางมาถึงกาญจนบุรีกันแล้ว จุดท่องเที่ยวนี้จึงเป็นอีกจุดหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเลยหล่ะครับ จุดที่ต้องระวังกันให้มากในการเดินทางมาท่องเที่ยวที่นี่คือ เรื่องความระมัดระวังในการเดินชมบรรยากาศบนทางรถไฟ เพราะถ้าเกิดสะดุดล้มอาจจะตกลงไปข้างล่างได้รับบาดเจ็บกันได้ เพราะฉะนั้นแล้วขอให้ระวังให้มากนะครับ อย่ามัวถ่ายรูปกันซะเพลินเดี๋ยวจะได้รับอันตรายกันซะก่อน ผมเดินเข้าไปในถ้ำซึ่งเดินเข้าได้ไม่ลึดเท่าไหร่นักก็พบกับทางตัน … ในใจตอนนี้ผมก็นึกภาพบรรยากาศไม่ออกว่าเมื่อครั้งในอดีต เชลยศึกสงครามจะพักอาศัยกันอย่างแออัดขนาดไหน คิดแล้วก็เศร้าใจขึ้นมาเหมือนกัน หลังจากได้กราบไหว้พระพุทธรูปและเดินชมถ้ำกระแซสักระยะ ผมก็เดินออกมาเพื่อเดินชมบรรยากาศตามทางรถไฟสายนี้ต่อไป แม้เส้นทางจะดูอันตรายจากความสูง แต่ก็ขอบอกเลยว่า บรรยากาศช่างสวยงามซะจริงๆ … นักท่องเที่ยวแทบทุกคนต้องเก็บภาพเป็นที่ระลึกกันเลยทีเดียว การเดินบนทางรถไฟระวังเรื่องการสะดุดล้มให้ดูนะครับ เพราะแผ่นโลหะบางจุดน็อตยึดได้คลายตัวออกมาด้วย เดินไปสักระยะ ก็จะมีเส้นทางราบบนพื้นปกติครับ ประวัติเส้นทางรถไฟสายมรณะโดยสังเขป ทางรถไฟสายมรณะได้ถูกสร้างขึ้นเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยรัฐบาลญี่ปุ่นได้ยืมเงินจากรัฐบาลไทยจำนวน 4 ล้านบาทในการก่อสร้าง ซึ่งใช้เวลาเพียง 1… Read More »

ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลศพหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

https://youtu.be/P1u0JwO7z7k https://youtu.be/wdaRxsAPagA สวัสดีครับท่านผู้อ่าน โอกาสนี้ผมจะเขียนเรื่องราวบรรยากาศในพิธีบำเพ็ญกุศลศพหลวงพ่อคูณ ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งผมได้เดินทางมาร่วมในพิธีด้วย… หลายๆท่านคงได้ทราบเรื่องราวการมรณะภาพของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ และเป็นข่าวใหญ่ประจำสัปดาห์เลยก็ว่าได้ เนื่องจากหลวงพ่อคูณ เป็นพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เป็นที่เคารพศรัทธาของคนไทยอย่างมาก ก่อนที่ท่านจะมรณะภาพนั้น ในช่วงที่ท่านยังแข็งแรงอยู่ ท่านได้สั่งสอนชาวพุทธและเป็นแบบอย่างที่ดีให้ประชาชนมาโดยตลอด อีกทั้งท่านก็ยังบริจาคทรัพย์ปัจจัยต่างๆที่ท่านได้รับมาสร้างสาธารณะประโยชน์ สาธารณะกุศลมากมายนับไม่ถ้วน ท่านเป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณของชาวพุทธอย่างสมบูรณ์แบบ สิ่งที่ผมกล้ายืนยันเช่นนี้ ก็เพราะว่า ผมได้เห็นบรรยากาศการเดินทางมาร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลศพหลวงพ่อคูณของชาวไทยอย่างไม่ขาดสาย ถ้าได้ดูข่าวสารทั้งจากโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ รวมถึงสื่ออื่นๆ จะมีเรื่องราวของหลวงพ่อคูณเป็นข่าวใหญ่เสมอ สำหรับจำนวนผู้ที่เดินทางมานั้นแต่ละวัน ราวๆ 2 แสนคน และในวันสุดท้ายผมคาดว่ามากกว่าเดิมหลายเท่าตัว กำหนดการบำเพ็ญกุศลและสวดพระอภิธรรมศพของหลวงพ่อคูณจะดำเนินกันไปนาน 7 วัน จนถึงวันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2558 จะเป็นวันสุดท้าย และก็เป็นไปตามคาด ที่ผมจะเห็นผู้คนเดินทางมาในวันสุดท้ายอย่างล้นหลาม เพราะเป็นวันหยุดราชการ ยิ่งทำให้คนแห่แหนมาจากทั่วสาระทิศ ที่จอดรถเต็มพื้นที่ก่อน 7 โมงเช้า ผู้คนทยอยเดินทางมากันก่อน 6 โมง และเห็นผู้คนหน้าแน่นมาก… ผมคาดการณ์ผิดไปเล็กน้อย ด้วยคิดว่าบ้านของผมเองอยู่ติดสถานที่จัดพิธีเพียง 500 เมตร เลยชะล่าใจไปนิด แต่ก็ยังดีที่ผมไม่เดินทางไปสายกว่านี้ โดยผมไปถึงสถานที่ราวๆ 6 โมงเช้า แม้ผู้คนจะเยอะมาก ผมก็ยังสามารถแทรกตัวเข้าไปไหว้สรีระสังขารของหลวงพ่อคูณได้ แต่ถ้าสายกว่านี้ คงใช้เวลาอีกนานกว่าจะต่อแถวไปถึงสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณ สำหรับวันแรกที่ผมเดินทางมาถึงจังหวัดขอนแก่น ผมมาในวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม และมาร่วมในพิธีสวดพระอภิธรรมในเวลา 16.00 น. การเดินทางมาในช่วงเย็นจะหาที่จอดยนต์ลำบากมาก… Read More »

ตื้นตันใจเป็นที่สุด ได้ตักบาตรหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร และคณะสงฆ์ลูกศิษย์

https://youtu.be/kP2laE2U8B8 วันนี้ผมจะมาเขียนบันทึกเรื่องราวที่ทำให้ผมได้ตื้นตันใจอีกครั้งหนึ่งในชีวิต เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ.2558 ตรงกับวันเสาร์ ซึ่งเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ของผมด้วย ผมได้เตรียมตัวเดินทางเพื่อจะไปทำบุญตักบาตรกับหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร ซึ่งท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล กรุงเทพฯ ปัจจุบันท่านเป็นครูสอนสมาธิแก่พระสงฆ์ทั่วโลก แม้ท่านจะมีอายุถึง 95 ปี แล้วก็ตาม ผมได้ทราบเรื่องราวของหลวงพ่อวิริยังค์ เมื่อเร็วๆมานี้ จากการฟังธรรมและมีการกล่าวเรื่องราวของหลวงพ่อวิริยังค์ว่าท่านเป็นพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบตามแนวทางของพระพุทธเจ้า เมื่อผมได้ทราบเรื่องราวนี้ ผมจึงได้เริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับหลวงพ่อ โดยทันที จนทราบว่าท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล กรุงเทพฯ เป็นเหตุให้ผมจะต้องเดินทางไปยังวัดแห่งนี้ให้ได้ ผมได้เดินทางไปยังวัดธรรมมงคล เมื่อช่วงต้นปี พ.ศ. 2558 สถานที่ตั้งเดินทางสะดวก เดินทางด้วย BTS จากสถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิลงที่สถานีปุณณวิถี โดยลงฝั่งซ้าย แล้วนั่งมอเตอร์ไซต์รับจ้างเข้าไป แต่ผมไม่ได้พบหลวงพ่อวิริยังค์ นะครับ แค่มาดูวัดของหลวงพ่อเท่านั้น อีกทั้งหลวงพ่อ ท่านก็มีภาระกิจมากมายคงพบท่านได้ยาก  ด้วยเหตุนี้หลังจากที่ผมกลับจากการเดินทางไปยังวัดธรรมมงคลแล้ว ผมก็ได้คิดอยู่ในใจว่า จะต้องหาโอกาสเดินทางเพื่อได้พบหลวงพ่อองค์จริงให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต ขอแค่ให้ได้เจอกับองค์จริงก็ถือว่าคุ้มค่าสำหรับผมแล้วครับ หลังจากนั้นผมได้ทราบข่าวเกี่ยวกับการอบรมสมาธิของหลวงพ่อ ในหลักสูตรคุรุสาสมาธิ 2 จำนวน 49 วัน ณ วัดศรีรัตนธรรมาราม จังหวัดสมุทรปราการ อีกทั้งหลวงพ่อได้มีเมตตาแก่สาธุชน โดยจะเดินรับบิณฑบาตรทุกเช้าพร้อมคณะลูกศิษย์ ทั้ง 49 วัน ซึ่งที่ผ่านมานั้น จะมีครั้งนี้ที่หลวงพ่อเมตตาจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 เท่านั้น  ผมจึงคิดว่านี่แหละโอกาสมาถึงแล้ว ผมจะต้องไปให้ได้สักวัน… มูลเหตุความศรัทธาในตัวหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร ของผม เริ่มจากการได้ฟังธรรมกับครูบาอาจารย์… Read More »

ความเชื่อ ตำนานเรื่องรอยพระพุทธบาททั้ง 5 แห่ง ตามพระไตรปิฎกและคติความเชื่อต่างๆ

https://youtu.be/l_zeVlp5aX8 ความเชื่อ ตำนานเรื่องรอยพระพุทธบาททั้ง 5 แห่ง ตามพระไตรปิฎกและคติความเชื่อต่างๆ วันนี้ผมจะมาเขียนบทความเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องรอยพระพุทธบาท ที่มีปรากฏในพระคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาหรือพระไตรปิฎกและจากบทสวดมนต์ ครั้งนี้ผมได้เกิดความสงสัยในเรื่องของรอยพระพุทธบาท ซึ่งมีมากมายในประเทศไทยและหลายๆประเทศทั่วโลก ผมสงสัยว่ารอยพระพุทธบาทมีกล่าวไว้ในพระไตรปิฎกหรือไม่ มีการประทับไว้จริงหรือไม่ จึงได้ค้นหาข้อมูลเรื่องราวมาแบ่งปันกันไว้ที่บทความนี้ จากข้อมูลเรื่องราวที่ผมลองได้ค้นหาจากหนังสือและอินเตอร์เน็ต ผมจะนำมาสรุปให้ได้ใจความ เพื่อเป็นข้อมูลแก่ผู้สนใจ ทั้งนี้ในประเทศไทยก็จะมีเรื่องราวของรอยพระพุทธบาทมากมาย ถ้าจะกล่าวถึงรอยพระพุทธบาทที่คนไทยทั่วประเทศให้ความสนใจเดินทางไปนมัสการก็คงจะกล่าวถึงรอยพระพุทธบาทที่เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ที่คนไทยเดินทางไปร่วมแสน ร่วมล้านคนในแต่ละปี รอยพระพุทธบาทแต่ละแห่งนั้นจะเป็นรอยพระพุทธบาทแท้จริงหรือไม่นั้น ผมไม่สามารถที่จะฟันธงลงไปได้ ขอให้คิดว่าเป็นพุทธานุสติ ในการระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้าจะดีที่สุด…ซึ่งผมเคยฟังธรรมเทศนาของพระราชฟรหมยาน วัดท่าซุง ท่านก็ได้กล่าวไว้เช่นกันเกี่ยวกับเรื่องรอยพระพุทธบาท เป็นเรื่องของพุทธานุสติ ทำให้จิตเป็นกุศล จะแท้หรือไม่นั้น ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ตามความเชื่อในพระไตรปิฎกนั้น ถูกกล่าวไว้ในปุณโณวาทสูตร พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 23 (ภาค 3 เล่ม 2) อรรถกถาปัญจสูทนี หน้า 410 (ฉบับมหามกุฏฯ ฉลองพระชนมายุสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ) ซึ่งจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับรอยพระพุทธบาท 2 แห่ง ได้แก่ รอยพระพุทธบาทที่แม่น้ำนัมมทา และที่ภูเขาสัจจพันธ์ เรื่องราวคร่าวๆ พอสรุปเนื้อหาในพระไตรปิฎกมีดังนี้ ที่แคว้นสุนาปรันตะ มีพี่น้อง 2 คน คนพี่ชื่อปุณณะ คนน้องชื่อจุฬาปุณณะ อาศัยอยู่ในหมู่บ้านพานิชคาม ซึ่งเป็นหมู่บ้านของพ่อค้ากลุ่มหนึ่ง ครั้งหนึ่งฝ่ายพี่ชายได้บรรทุกเกวียน 500 เล่ม เดินทางไปค้าขายยังเมืองสาวัตถี และตั้งกองเกวียนพักแรมกันใกล้กับวัดพระเชตวันมหาวิหาร ในวันนั้นระหว่างการพักผ่อนกับบริวาร ได้เห็นชาวเมืองสาวัตถี อธิษฐานถืออุโบสถศีล… Read More »

เสียงสวดมนต์ไพเราะ จุลชัยยะมงคลคาถา (ไชยน้อย) หรือพุทธชัยมงคลคาถา (นะโมเม)

ถ้าจะกล่าวถึงบทสวดมนต์ที่นิยมสวดกันของคนไทย จะต้องมีบทพุทธชัยมงคลคาถาอยู่ด้วยอย่างแน่นอน โดยปกติแล้วเราจะคุ้นเคยในแบบทั่วๆไป แต่ผมได้บังเอิญฟังเสียงสวดมนต์จุลชัยยะมงคลคาถา (ไชยน้อย) หรือพุทธชัยมงคลคาถา จากบอร์ดพลังจิต Palungjit.org โพสไว้โดยคุณนิโรธสมาบัติ เป็นเสียงสวดมนต์ที่แสนไพเราะมาก และผมเองไม่เคยได้ยินเสียงสวดมนต์ที่ไพเราะนี้มาก่อนเลย จึงขออนุญาตคัดลอกเนื้อหาบทสวดมนต์นี้มาเผยแพร่ในบล็อกแห่งนี้ด้วยอีกทางหนึ่ง จึงขออนุโมทนาบุญนี้ต่อเจ้าของกระทู้มา ณ โอกาสนี้ บทสวดนี้ชื่อ จุลชัยยะมงคลคาถา หรือพุทธชัยมงคลคาถา หรือในท้องถิ่นอีสานเรียกว่าบทสวดไชยน้อย ประพันธ์ในสมัยล้านประเทศลาว โดยพระมหาปาสมันตระมหาเถร ว่าด้วยชัยชนะของพุทธเจ้า ต่อเทพพรหม ครุฑ นาค ปีศาจ ฯลฯ และอวมงคลทั้งหลาย นิยมสวดในยุคสมัย หลวงปู่ เสาร์ หลวงปู่มั่น หลวงปู่ชอบ ปัจจุบันนี้มีสวดเพียงไม่กี่ที่ แต่ที่คุ้นเคยจะมีการสวดพระคาถาบทนี้ที่วัดมหาวนาราม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี หรือวัดที่ประดิษฐานพระเจ้าใหญ่อินทร์แปงพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง จังหวัดอุบลราชธานี และสวดเนื่องในงานที่สำคัญ ๆ ที่มาของพระคาถา จุลชัยยะมงคลคาถา เป็นคาถาในหมวดเดียวกับพระคาถามหาชัยยะมงคลคาถา หรือ ไชยใหญ่ และพระคาถาไชยหลวง ซึ่งนิยมใช้สวดสาธยายกันในงานมงคลในแถบแว่นแคว้น 2 ฝั่งแม่น้ำโขง การแพร่หลายของพระคาถานี้ปรากฏโดยทั่วไปในแถบภาคอีสานของไทย และภาคกลางจนถึงภาคเหนือของลาว จากการสำรวจโดยหอสมุดดิจิตอลหนังสือใบลานลาว พบคัมภีร์ใบลานเกี่ยวกับบทสวดไชยน้อย ไชยใหญ่ หรือไชยหลวงจำนวนหนึ่ง ทั้งในเมืองหลวงพระบาง นครหลวงเวียงจันทน์ แขวงคำม่วนทางภาคกลาง และในแขวงไชยบุรี ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งมีพื้นที่ประชิดกับภาคเหนือของไทย ทฤษฎีเกี่ยวกับที่มาของจุลชัยยะมงคลคาถา มีอยู่หลายทฤษฎี ข้อมูลที่แพร่หลายที่สุดในประเทศไทย คือการระบุว่า พระมหาปาสมันตเถระ พระเถระแห่งอาณาจักรกัมพูชาโบราณ ผู้อุปการะพระเจ้าฟ้างุ้ม มหาราชแห่งอาณาจักรล้านช้าง… Read More »

ในหลวง รัชกาลที่ ๙ กับพระสงฆ์ไทย

ในหลวง รัชกาลที่ ๙ กับพระสงฆ์ไทย บ่อยครั้งที่ผมได้เดินทางไปท่องเที่ยวตามวัดต่างๆทั่วประเทศ ผมจะนึกถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เป็นจุดสำคัญของวัดนั้น พระสงฆ์รูปต่างๆที่มีความเกี่ยวข้องกับวัดนั้นๆ เพื่อจะได้เกิดความรู้และความศรัทธามากยิ่งขึ้น และอีกเรื่องราวหนึ่งที่ผมต้องการจะบันทึกเรื่องราวไว้ในบล็อกแห่งนี้ คือเรื่องราวของในหลวงกับพระสงฆ์ไทย ถ้ากล่าวถึงในหลวง รัชกาลที่ ๙ พระมหากษัตริย์ที่เป็นที่เคารพสูงสุดของปวงชนชาวไทย แม้ว่าพระองค์จะมีพระราชภารกิจมากมายเพียงใด พระองค์ก็ยังทรงสนพระราชหฤทัยในพระธรรมทางพระพุทธศาสนาเสมอมา พระองค์ทรงสละเวลาส่วนพระองค์ซึ่งมีอยู่เพียงน้อยนิดมาศึกษาพระธรรม และเสด็จไปยังสถานที่ต่างๆเพื่อพบกับพระสงฆ์รูปต่างๆมากมายเพื่อศึกษาพระธรรมโดยตรง ผมได้ลองค้นหาข้อมูลและรูปภาพต่างๆ ก็พบว่ามีข้อมูลและรูปภาพมากมายเกี่ยวกับในหลวง รัชกาลที่ ๙ กับพระสงฆ์ไทย พระองค์ท่านได้เสด็จไปทั่วราชอาณาจักร เพื่อพบพระสงฆ์รูปต่างๆ อีกทั้งดำเนินราชภารกิจทางพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง เมื่อผมได้เห็นข้อมูลดังกล่าวนี้ ยิ่งทำให้ผมรู้สึกทึ่ง และคิดว่าสิ่งที่ผมได้ทำในปัจจุบัน เกี่ยวกับการเขียนเรื่องราวแบ่งปันการเดินทางไปยังวัดต่างๆ จะเป็นสิ่งที่ดีต่อไปในอนาคต  ผมจะพยายามเดินทางตามรอยพระบาทของในหลวงไปยังสถานที่ ที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เคยเสด็จไปให้มากที่สุด แม้ว่าพระสงฆ์ส่วนมากที่ในหลวงเสด็จพบนั้น จะมรณภาพไปหลายรูปแล้วก็ตาม อย่างน้อยจะได้เป็นสังฆานุสติ และเป็นข้อมูลที่มีคุณค่าเพื่อทำให้เกิดความรู้ความศรัทธาต่อผู้ค้นหาข้อมูลต่อไป จากข่าวคราวต่างๆ ในปัจจุบัน อาจจะส่งผลต่อความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาในหลายๆคน เดินทางเข้าวัดน้อยลง แต่สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่า เป็นเรื่องปกติ อย่างน้อยเราก็มีในหลวง รัชกาลที่ ๙ เป็นแบบอย่าง ผมจึงคิดว่าเมื่อเรามีแบบอย่างที่ดี จะเป็นการได้ระลึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ได้อย่างมีศรัทธา เพราะในหลวง รัชกาลที่ ๙ ก็ได้เสด็จพบพระสงฆ์รูปต่างๆมาแล้วเช่นกัน ในเบื้องต้น ผมขอรวบรวมข้อมูลจากหนังสือและอินเตอร์เน็ตไว้ในบทความนี้ก่อน เกี่ยวกับพระสงฆ์รูปต่างๆ ที่ในหลวง รัชกาลที่ ๙ ได้เสด็จพบ และวัดต่างๆที่พระสงฆ์ได้จำพรรษาซึ่งคงไม่ครบทุกวัด ผมจะอัพเดทไปเรื่อยๆ โดยมีรูปภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต… Read More »

หลวงพ่อปานนมัสการพระพุทธฉาย สระบุรี และยืนยันว่าเป็นพระพุทธฉายแท้จริง

https://youtu.be/xa_hLoePTuc หลวงพ่อปานนมัสการพระพุทธฉาย สระบุรี และยืนยันว่าเป็นพระพุทธฉายแท้จริง อีกครั้งหนึ่งที่ผมได้เดินทางมาที่วัดพระพุทธฉาย เพื่อนมัสการพระพุทธฉาย จังหวัดสระบุรี สำหรับการเดินทางมายังวัดพระพุทธฉายผมได้เดินทางมาที่นี่บ่อยครั้ง เนื่องจากว่าเคยทำงานใกล้เคียงกับสถานที่แห่งนี้เมื่อหลายปีก่อน แต่ผมก็ยังไม่ทราบเรื่องราวความเป็นมาของพระพุทธฉายแห่งนี้ จนเมื่อเร็วๆนี้ ผมเกิดนึกสงสัยเกี่ยวกับเรื่องพระพุทธฉายขึ้นมาอีกครั้ง สงสัยในเรื่อง พระพุทธฉายแห่งนี้เป็นพระพุทธฉาย ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปาฏิหาริย์ ไว้จริงหรือไม่ ในใจผมก็กลัวต่อการปรามาสต่อพระพุทธองค์อย่างมาก จึงได้พยายามค้นหาข้อมูลเรื่องราวนี้อีกครั้ง และผมได้ไปอ่านเจอเรื่องราวพระพุทธฉาย ในหนังสือ “ประวัติหลวงพ่อปาน โสนันโท” ซึ่งเป็นการบันทึกจากการแสดงธรรมของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ซึ่งเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อปาน สำหรับเรื่องราวนั้นจะปรากฏในตอนที่หลวงพ่อปานเดินทางธุดงค์แสวงหลักธรรม พร้อมกับพระลูกศิษย์ ตามเส้นทางสระบุรี โดยได้เดินทางไปนมัสการรอยพระพุทธบาทที่สระบุรีก่อน แล้วจึงธุดงค์มาต่อที่พระพุทธฉาย ทุกๆครั้งที่หลวงพ่อปานธุดงค์ไปทางใด ก็มักจะทดสอบลูกศิษย์อยู่เสมอ และที่พระพุทธฉายเช่นกัน หลวงพ่อปานก็ได้ทดสอบลูกศิษย์ ให้ทำการพิสูจน์เรื่องราวพระพุทธฉายว่าเป็นของแท้จริงหรือไม่ หลวงพ่อปานให้ลูกศิษย์พิสูจน์พระพุทธฉายว่าแท้จริงหรือไม่ หลวงพ่อปานท่านให้พระทุกรูปเข้าอาโลกกสิณเต็มระดับ เมื่อได้รับบัญชาทุกองค์จึงเข้าอาโลกกสิณเต็มระดับ ต่างก็ทราบว่าหลวงพ่อจะได้พิสูจน์ความจริงเรื่องพระพุทธฉายอีกแล้ว ต่างก็เข้าฌาน 4 ในอาโลกกสิณทันที เมื่อท่านตรวจเห็นว่าทรงฌานดี อารมณ์สะอาด ท่านบอกให้ทดสอบเรื่องพระพุทธฉายว่าพระพุทธเจ้ามาฉายไว้จริงหรือเปล่า มีใครเป็นต้นเหตุให้พระพุทธเจ้ามาฉาย คณะศิษย์ทั้งสี่ต่างก็ตรวจตามความสามารถ ผลงานที่เขียนไว้ตรงกัน คือ เห็นแถวบริเวณพระพุทธฉายเป็นเขตใกล้ทะเล มีคน 2 คน คนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่ สูง ผิวขาว หน้ามน ๆ อีกคนหนึ่งผิวดำ สันทัดคน ร่างเล็กกว่าคนก่อน เป็นหัวหน้าสร้างที่พักด้วยไม้เหลือง เสร็จแล้วมีพระนิมนต์พระพุทธเจ้ามาพร้อมด้วยพระสาวกไม่กี่รูป เมื่อพระองค์ทรงเทศน์จบแล้วจะกลับ เขา 2 คน ขอให้พระองค์ทรงทำของที่ระลึก ท่านเลยเนรมิตรูปท่านกับพระอัครสาวกทั้งสองไว้เพื่อให้เขาบูชา พอเขียนเสร็จ คณะศิษย์ต่างก็ถวายผลงาน… Read More »

หลวงพ่อปานไหว้รอยพระพุทธบาท วัดพระพุทธบาท สระบุรี และการยืนยันว่าเป็นรอยพระพุทธบาทแท้จริง

https://youtu.be/uelrce6u3FQ หลวงพ่อปานไหว้รอยพระพุทธบาท วัดพระพุทธบาท สระบุรี และการยืนยันว่าเป็นรอยพระพุทธบาทแท้จริง สวัสดีครับ ผมได้มีโอกาสเดินทางมายังวัดพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรีอีกครั้งหนึ่ง ผมได้เดินทางมาที่นี่บ่อยครั้งเพราะเดินทางสะดวกและระยะทางไม่ไกลเท่าไรนัก อีกทั้งเหตุผลสำคัญอีกอย่างคือ ตัวผมเองนั้นมั่นใจว่า ที่วัดพระพุทธบาทแห่งนี้ มีรอยพระพุทธบาทประทับอยู่จริง เป็นรอยพระพุทธบาทจริง หลายๆคนอาจจะสับสนว่า ที่นี่เป็นรอยพระพุทธบาทแท้จริงหรือเปล่า ต่างคนก็ต่างหยิบยกหลักฐานต่างๆ มาอ้างอิง ไม่ว่าจะอ้างอิงจากอาจารย์ท่านต่างๆ ซึ่งเรื่องความเชื่อต่างๆ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน การจะฟันธงลงไปว่าแท้จริงหรือไม่นั้น ก็คงจะลำบาก เพราะปุถุชนทั่วไปนั้น ก็ต่างใช้เหตุผลทางประสาทสัมผัส และความเชื่อส่วนบุคคลมาตัดสิน และก็หาข้อสรุปไม่ได้ เอาเป็นว่าขอให้ใช้วิจารณญาณในการที่จะเชื่อแล้วกันนะครับ จะได้มีความสุขด้วยกันทั้งหมด และตัวผมเองก็ไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นเช่นไร แต่ผมเองนั้น มีความศรัทธาในพระสงฆ์หลายๆรูป โดยเฉพาะหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง ซึ่งท่านเองนั้นเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ที่ผมได้กล่าวถึงหลวงพ่อทั้งสองรูปเพราะว่า ท่านได้กล่าวถึงเรื่องราวของรอยพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรีไว้อย่างชัดเจน โดยที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ได้เมตตาบอกกล่าวเรื่องราวนี้ และมีการพิมพ์หนังสือออกมา ในชื่อ “ประวัติหลวงพ่อปาน โสนันโท” เรื่องราวในหนังสือได้กล่าวถึงการเดินธุดงค์ เพื่อแสวงพระธรรมและตัดกิเลสของหลวงพ่อปานและคณะลูกศิษย์ และเดินทางมาจนถึงรอยพระพุทธบาท สระบุรี หลวงพ่อปานให้ลูกศิษย์ พิสูจน์ว่ารอยพระพุทธบาท เป็นพระพุทธบาทจริงหรือไม่ หลวงพ่อปานและคณะศิษย์ เดินทางมาถึงถิ่นพระพุทธบาท ช่วงนั้นไม่ใช่ช่วงงานบุญประจำปี จึงมีผู้คนไม่มากนัก ทำให้มีสมาธิในการกราบไหว้ และเกิดปิติโสมนัสที่ดีกว่า จนกระทั่งช่วงใกล้เย็น หลวงพ่อปานได้เรียกลูกศิษย์ทุกคนมาฟังธรรมและได้กล่าวถึงเรื่องราวของรอยพระพุทธบาทแห่งนี้ อีกทั้งหลวงพ่อปานบอกว่า ไม่ให้สนใจเรื่องประวัติของรอยพระพุทธบาทแห่งนี้ที่เขากล่าวหรือเขียนกันไว้ ขอให้เธอทั้งหลายใช้วิชาอภิญญา ในการตรวจสอบว่ารอยพระพุทธบาทแห่งนี้เป็นของจริงหรือไม่ โดยให้เวลาคนละ 3 นาที เมื่อครบเวลากำหนด พระทุกรูปตอบตรงกันว่า “ที่นี่มีความสำคัญทางพระพุทธศาสนาจริง… Read More »

10 สุดยอดพระเกจิแห่งสยามประเทศ ที่ได้รับความนับถือสูงสุดในอดีต

10 สุดยอดพระเกจิแห่งสยามประเทศ ที่ได้รับความนับถือสูงสุดในอดีต https://youtu.be/71C9lSfXZbs 10 สุดยอดพระเกจิแห่งสยามประเทศ ที่ได้รับความนับถือสูงสุดในอดีต วันนี้ผมจะมาขอเล่าเรื่องที่น่าจะมีการแชร์ไว้บนโลกออนไลน์ไว้นานแล้ว แต่ก็ขอนำมาแชร์อีกบล็อกหนึ่งก็แล้วกันนะครับ ส่วนที่มาเรื่องราวมาจากแห่งใดเป็นต้นฉบับ ผมก็ไม่อาจจะทราบได้ แต่ก็มีเนื้อหาเป็นที่น่าสนใจยิ่งนัก นั่นก็คือเรื่องราวของ 10 สุดยอดพระเกจิไทย ที่ได้รับความนับถือในวิชาอาคมอันแก่กล้า หาใครเทียบได้ ซึ่งแต่ละองค์นั้นก็ได้มรณภาพไปหมดแล้ว เรื่องราวนี้ตามคำบอกเล่าได้ผ่านมาหลายปีแล้ว และมีการทดสอบเพียงครั้งเดียวในประเทศไทย ซึ่งจะจริงหรือไม่ ผมก็ไม่สามารถยืนยันได้เช่นกัน ยังไงก็โปรดใช้วิจารณญาณด้วยนะครับ เรื่องราวมีอยู่ว่า เมื่อปี พ.ศ. 2452 สมเด็จพระสังฆราช ฯ (เข) วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ได้จัดให้มีพิธีทดสอบพลังจิตพระเกจิอาจารย์ที่ได้รับความเคารพนับถือจากทั่วประเทศไทย มากกว่า 100 รูป โดยพิธีได้จัดขึ้นที่วัดพระปฐมเจดีย์ ตามเรื่องราวนั้นมีการจัดพิธีครั้งยิ่งใหญ่นี้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น จึงถือได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญหน้าหนึ่งของสยามประเทศเลยก็ว่าได้ พิธีกรรมมีขั้นตอนคือ ทำการจับสลากคัดเลือกพระเกจิครั้งละ 10 รูป โดยนำท่อนไม้ 1 ท่อน วางบนม้าไม้ 2 ตัว แล้วนำกบไสไม้วางไว้บนท่อนไม้อีกทีหนึ่ง โดยมีกติกาว่า ให้พระเกจิอาจารย์ทำการบริกรรมคาถาบังคับให้กบไสไม้เคลื่อนที่ไปด้านหน้า และหันหลังกลับมาให้ได้ และไม่หล่นลงมา พิธีกรรมนี้ได้ใช้เวลาทดสอบนานถึง 3 วัน 3 คืน และมีพระเกจิเพียง 10 รูปเท่านั้น ที่มีพลังจิตแก่กล้า ทำให้กบไสไม้เคลื่อนที่ไปข้างหน้าและหลังได้ ส่วนรูปอื่นๆ ส่วนมากจะสามารถทำได้เพียงทำให้กบไสไม้เคลื่อนไปด้านหน้าเท่านั้น จึงถือได้ว่าเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีพลังจิตแก่กล้ามากที่สุดในประเทศไทยและหาเทียบได้ในปัจจุบันเลยก็ว่าได้ 10 พระเกจิอาจารย์ ที่มีพลังจิตแก่กล้า… Read More »