Category Archives: ความเชื่อของคนไทย

ตามรอยขุมสมบัติอาถรรพ์ วัดกุฎีดาว ณ สถานที่จริง

https://youtu.be/XBa1ZDn_gm8 สวัสดีครับท่านผู้รักการท่องเที่ยวตามรอย ครั้งนี้เป็นบทความพิเศษอีกครั้งหนึ่ง เพราะผมจะพาทุกท่านเดินทางตามรอยความเร้นลับเกี่ยวกับขุมสมบัติอาถรรพ์ ที่มีบันทึกเป็นข้อเท็จจริงถึงความเร้นลับนี้ ก่อนหน้านี้ผมเคยเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับกรุมหาสมบัติของวัดราชบูรณะ พระนครศรีอยุธยาไว้แล้ว แต่ครั้งนี้เราจะไปตามรอยอีกแห่ง ซึ่งสถานที่แห่งนี้ก็คือ วัดกุฎีดาว จ.พระนครศรีอยุธยา  เป็นสถานที่มีเรื่องราวขุมสมบัติอาถรรพ์ที่มีความหลอนและน่ากลัวในประวัติศาสตร์อีกเรื่องหนึ่ง เพราะเป็นประสบการณ์ตรงของพระรวงวศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช การเดินทางครั้งนี้ เดินทางในช่วงต้นเดือนสิงหาคม พ.ศ.2560 และสิ่งที่สุดพิเศษก็คือ ได้รับเกียรติจากนักวิชาการทางโบราณคดี นำโดยอาจารย์แบ๊งค์และทีม Ghost Forces Team ในรายการ PARANORMALได้กรุณานำเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์มาทำการพิสูจน์เรื่องราวการตามรอยความเร้นลับครั้งนี้ จุดจอดรถจะมี 2 จุดคือ ทางหน้าพระวิหาร และอีกจุดคือบริเวณฝั่งวัดประดู่ทรงธรรม โดยกลุ่มนักเดินทางจอดรถ ณ ฝั่งวัดประดูทรงธรรม พาเดิมชมพื้นที่วัดกุฎีดาว อันดับแรก ผมจะพาทุกท่านเดินชมพื้นที่ของวัดกุฎีดาวกันเสียก่อน เป็นวัดที่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น เมื่อเข้ามาในบริเวณวัดกุฎีดาว จะผ่านตำหนักกำมะเลียน มีปรากฏในพระราชพงศาวดารว่า เมื่อครั้งที่สมเด็จพระเจ้าบรมโกศทรงบูรณปฏิสังขรณ์พระอารามนี้ พระองค์เสด็จมาทอดพระเนตรการบูรณะเป็นครั้งคราว สันนิษฐานว่าพระองค์น่าจะมาประทับที่ตำหนักนี้ พระเจดีย์ประธานในวัด เป็นเจดีย์ศิลปะแบบมอญ มีร่องรอยการพอกองค์เดิม สันนิษฐานว่าเป็นการปฏิสังขรณ์ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ การเดินชมพื้นที่วัดโดบรอบ มีพื้นที่ใหญ่พอสมควร ทำให้จินตนาการไปถึงในยุคสมัยรุ่งเรืองคงมีความสวยงามอลังการอย่างยิ่ง เรื่องราวขุมทรัพย์อาถรรพ์ที่วัดกุฎีดาว เรื่องราวอาถรรพ์ขุมสมบัติที่วัดกุฎีดาว เป็นประสบการณ์ของพระรวงวศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช  ซึ่งพระองค์มีชื่อเสียงอย่างมากเพราะเป็นชาวเอเชียคนแรกที่ได้รับรางวัลชนะเลิศเวิร์ลกรังปรีซ์ พระองค์เจ้าพีระฯ เป็นผู้ที่มีความคิดสมัยใหม่ ไม่เชื่อเรื่องลี้ลับ วิญญาณ จนกระทั่งครั้งหนึ่งพระองค์ได้รับลายแทงขุมทรัพย์มหาสมบัติ ซึ่งปรากฏแหล่งขุมทรัพย์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาถึง 303 จุด และที่วัดกุฎีดาวมีขุมสมบัติถึง 18 จุด นอกจากนี้ในลายแทงยังมีคำสาบแช่งปรากฏอีกด้วย แต่ด้วยที่พระองค์เจ้าพีระฯ ทรงไม่เชื่อเรื่องราวความอาถรรพ์ จึงมีพระประสงค์ที่จะพิสูจน์ค้นหาสมบัติดังกล่าว โดยพระองค์ได้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฏหมาย โดยมีการทำสัญญาว่า… Read More »

พระแก้วมรกต ความศักดิ์สิทธิ์ที่หลวงปู่มั่นได้บอกไว้

สวัสดีครับท่านผู้ติดตามอ่านบทความ FaithThaistory.com ผมมีเรื่องราวที่น่าสนใจมานำเสนอเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ของพระแก้วมรกต ณ วัดพระแก้ว (วัดพระศรีรัตนศาสดาราม) เรื่องราวนี้ได้จากคำบอกเล่าของหลวงปู่มั่น บันทึกโดยหลวงตาทองคำ จารุวัณโณ ซึ่งท่านได้เป็นพระอุปัฏฐากหลวงปู่มั่นอย่างใกล้ชิดอีกรูปหนึ่ง หลวงตาทองคำ จารุวัณโณ (หรือในอดีต คือ พระอาจารย์ทองคำ ญาโณภาโส) เป็นพระอุปัฏฐากผู้ใกล้ชิดหลวงปู่มั่น อยู่หลายปี ได้มีโอกาสอยู่ปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่มั่นทั้งในช่วงที่หลวงปู่มั่นจำพรรษาอยู่ที่บ้านโคกและบ้านนามน อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ในช่วงปี พ.ศ. 2486 -2487 จนเมื่อหลวงปู่มั่นย้ายมาอยู่ที่วัดป่าบ้านหนองผือ (วัดป่าภูริทัตตถิราวาส) อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร พ.ศ. 2488-2492 ท่านก็ได้ติดตามมาอยู่ด้วย การศึกษาเรื่องราวประวัติของหลวงปู่มั่น ถ้าจะให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องหรือใกล้เคียงที่สุด ก็ควรศึกษาจากพระอุปัฏฐากใกล้ชิดซึ่งน่าจะได้ข้อมูลที่ใกล้เคียงที่สุด ผมเองนั้นได้ใช้ข้อมูลเรื่องราวการบันทึกประวัติหลวงปู่มั่นหลักๆ ประมาณ 3 เล่ม โดยมีพระอุปัฏฐากหลวงปู่มั่นเขียนไว้ได้แก่ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน, หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร และหลวงตาทองคำจารุวัณโณ ในฐานะที่ผมชอบเดินทางท่องเที่ยววัดต่างๆ และได้อ่านบทความประวัติหลวงปู่มั่นโดยหลวงตาทองคำ ได้พบบทความเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ของพระแก้วมรกต ซึ่งบางท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าหลวงปู่มั่นได้เขียนเรื่องราวนี้ไว้อย่างไร นอกจากการบันทึกเรื่องราวนี้โดยหลวงตาทองคำแล้ว ผมยังได้เห็นการนำเรื่องราวนี้ไปจัดแสดงไว้ที่วัดป่าสุทธาวาส (สถานที่ละสังขารของหลวงปู่มั่น) ไว้ด้วย จึงน่าจะเป็นข้อมูลที่ไม่ผิดเพี้ยน  ผมจึงขอโอกาสนี้นำเรื่องราวดังกล่าว มานำเสนอเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อท่านผู้ติดตามต่อไป บันทึกความศักดิ์สิทธิ์ของพระแก้วมรกต เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่หลวงปู่มั่นพักที่วัดป่าบ้านหนองผือ พระอุปัชฌาย์อุ่น หรือ พระครูบริบาลสังฆกิจ (อุ่น อุตตโม) วัดอุดมรัตนาราม อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร ได้เข้ามากราบนมัสการหลวงปู่มั่นเพื่อฟังธรรม และได้นำรูปพระแก้วมรกตขนาด 20 นิ้ว… Read More »

เทพเจ้ากวนอูกับหลวงพ่อฤาษีลิงดำ จากหนังสือ ตายไม่สูญ…แล้วไปไหน

สวัสดีครับ วันนี้ผมขอพักเรื่องราวในเรื่องการท่องเที่ยววัดสักบทความ จึงขอนำเสนอเรื่องราวของเทพเจ้าหรือภาษาไทยเราๆที่เรียกกันว่า เทวดา มานำเสนอกันสักนิด ซึ่งจะเป็นเรื่องราวคร่าวๆ สอดแทรกคำสอนของพระสงฆ์นั่นก็คือหลวงพ่อราชพรหมยาน (ฤาษีลิงดำ) ซึ่งผมเองนั้นมีความศรัทธาในองค์หลวงพ่อเป็นอย่างยิ่ง บทความนี้ผมจะนำเสนอเรื่องราวของเทพเจ้ากวนอู ซึ่งคนไทยหลายๆคนก็มักคุ้นเคยกันดี เป็นเทพเจ้านักรบที่ได้รับความเคารพนับถือในหมู่คนจีนและคนไทยอย่างกว้างขวาง ตัวผมเองก็นึกแปลกใจว่าทำไมสังคมไทยจึงได้รับอิทธิพลเรื่องราวของเทพเจ้ากวนอูมากขนาดนี้ ซึ่งแต่เดิมนั้นตัวผมเองก็ไม่ค่อยจะเข้าใจเรื่องราวและไม่มั่นใจว่าเทพเจ้ากวนอูนั้นจะมีอยู่จริงหรือไม่ แต่ด้วยเหตุบังเอิญที่ผมได้ไปอ่านหนังสือ “ตายไม่สูญ … แล้วไปไหน” ซึ่งเป็นหนังสือที่ถอดความมาจากการเทศนาของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ จึงทำให้ผมนั้นคลายความสงสัยไปเยอะเลยครับ… หนังสือ “ตายไม่สูญ…แล้วไปไหน” เป็นหนังสือที่น่าสนใจยิ่งนัก โดยเฉพาะผู้ที่มีความศรัทธาในหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ควรที่จะหามาเป็นเจ้าของเพื่อไว้ศึกษาข้อมูลเรื่องราว ในการดำเนินชีวิตได้เป็นอย่างดี หนังสือเล่มนี้ มีเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับบุคคลต่างๆ เมื่อตายไปแล้ว ได้พบเจอกับสิ่งใด … ทั้งนี้  ตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาก็ได้กล่าวถึงเรื่องความเชื่อตามหลักกาลามสูตร 10 ซึ่งมีหัวข้อดังนี้ อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังตามกันมา (มา อนุสฺสเวน) อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการถือสีบๆกันมา (มา ปรมฺปราย) อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือ (มา อิติกิราย) อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำรา หรือคัมภีร์ (มา ปิฏกสมฺปทาเนน) อย่าปลงใจเชื่อ เพราะตรรก (มา ตกฺกเหตุ) อย่าปลงใจเชื่อ เพราะอนุมาน (มา นยเหตุ) อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล (มา อาการปริวิตกฺเกน) อย่าปลงใจเชื่อ เพราะเข้าได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้แล้ว (มา ทิฏฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา) อย่าปลงใจเชื่อ เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าจะเป็นไปได้… Read More »

ไม่รักษาศีล ผิดศีลข้อไหนอันตรายและบาปที่สุด

ไม่รักษาศีล ผิดศีลข้อไหนอันตรายและบาปที่สุด เมื่อกล่าวถึงพระพุทธศาสนา ทุกๆคนต้องทราบอย่างแน่นอนว่าเป็นศาสนาประจำชาติของเรา และมีผู้นับถือมากที่สุดในประเทศไทย อีกทั้งยังมีศาสนสถานมากมายทั่วประเทศ ทำให้คนไทยต่างนิยมที่จะเดินทางทำบุญกันตามวัดวาอารามต่างๆ ทั้งนี้เป็นสิ่งที่ดีและสามารถสืบทอดพระพุทธศาสนาให้มั่นคงต่อไปได้ และโดยส่วนมากแล้วนั้น เมื่อเดินทางไปทำบุญตามสถานที่ต่างๆ จะเป็นการเน้นในเรื่องการทำทาน เป็นหลัก ได้แก่ การบริจาคทุนทรัพย์เพื่อบูรณะ หรือ สร้างศาสนสถานต่างๆ เป็นต้น แต่คำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา ไม่ได้สอนเรื่องการทำดีเพียงแค่การทำทานเท่านั้น แต่ได้กล่าวไว้ว่าการทำบุญมี 3 ระดับด้วยกัน ได้แก่ บุญขั้นต่ำคือการให้ทาน หรือการบริจาคทรัพย์และสิ่งของต่างๆเป็นต้น  บุญขั้นกลางคือ การรักษาศีล ซึ่งถ้าเป็นฆราวาสก็คือการรักษาศีล 5 นั่นเอง และบุญขั้นสูงก็คือการบำเพ็ญภาวนา และหนังสือ “การสร้างบุญบารมี” โดย สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ก็ได้อธิบายไว้อย่างละเอียดเรื่องผลบุญ 3 ระดับนี้เช่นกัน บุญ 3 ระดับ ผมก็แปลกใจเหมือนกันว่า ทำไมการให้ทานจึงเป็นบุญที่น้อยกว่าการรักษาศีลและการภาวนา จึงพยายามพิจารณาจากความยากง่ายในการปฏิบัติ และผมก็คิดว่าเมื่ออะไรที่ง่ายๆ ก็อาจจะมีผลต่อผลบุญได้เช่นกัน (ผมคิดเอาเองนะครับ ถ้าคิดผิดๆ ก็ขออภัย) และผมก็สรุปเอาเองว่า การให้ทาน เป็นการทำบุญที่แสนง่ายดาย เพียงบริจาคสิ่งของหรือปัจจัย แก่ใครๆก็ตามก็เกิดผลบุญกุศลขึ้นแล้ว แม้ว่าจิตใจจะมีเจตนาหรือไม่ก็ตาม ส่วนการรักษาศีล ต้องบอกว่าการทำดีในเรื่องศีล ยากขึ้นอีกขั้นแน่ๆ ลองสังเกตุดูตัวท่านเองนะครับว่า แต่ละวันรักษาศีลได้ดีแค่ไหน เผลอตบยุง ฆ่ามดกันไปบ้างหรือเปล่า เผลอพูดเพ้อเจ้อโกหก กันบ้างมั้ย… หรือบางคนมีโอกาสได้ถือศีลก็เมื่อได้มีโอกาสทำบุญในโอกาส สำคัญๆทางศาสนาเท่านั้น โดยมีพระสงฆ์พานำในการสมาทานศีล แต่หลายๆคนก็เผลอผิดศีลตั้งแต่ นาทีแรกที่รับมาก็เยอะ ทำให้การรักษาศีลเป็นสิ่งที่ยากขึ้น… Read More »

ความเชื่อพระคาถาเงินล้าน ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ และประสบการณ์ของพระภาสกร

ความเชื่อพระคาถาเงินล้าน ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ และประสบการณ์ของพระภาสกร เรื่องนี้ผมขอกล่าวในเรื่องของความเชื่อและความศรัทธาส่วนบุคคล ขอให้ใช้วิจารณญาณกันนะครับ ทั้งนี้ผมเห็นว่าอาจจะมีประโยชน์เพราะอย่างน้อยก็มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของการรักษาศีล 5 เข้ามาด้วย ซึ่งเป็นการปฏิบัติความดีตามคำสอนของพระพุทธศาสนา เรื่องพระคาถาเงินล้าน เป็นพระคาถาที่แพร่หลายในสมัยของหลวงพ่อราชพรหมยาน วัดท่าซุงหรือ หลวงพ่อฤาษีลิงดำอย่างมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ ที่มีผู้คนประสบผลสำเร็จมากมาย แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น มีผู้ที่แนะนำไว้ว่าจะต้องมีการรักษาศีล 5 อย่างเคร่งครัดประกอบคู่กันไป  ถ้าจะกล่าวกันหลายๆคนอาจจะคิดว่าเป็นสิ่งที่งมงาย หาหลักและเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ แต่สำหรับผู้ที่เชื่อและศรัทธา ก็ยินดีที่จะเชื่อและปฏิบัติตามกันก็หลายคน ผมจึงขอนำเรื่องราวของพระคาถาเงินล้านนี้มาเล่าให้กันฟัง จะเชื่อหรือไม่ก็ขอให้ใช้วิจารณญาณด้วยนะครับ จากข้อมูลต่างๆ ที่ผมค้นหามามีเรื่องราวว่า พระคาถาเงินล้าน เป็น พระคาถาพระปัจเจกโพธิ์โปรดสัตว์ และมีพระคาถาอื่นๆ เข้ามาประกอบเป็นพระคาถาเงินล้านที่แพร่หลายมาจนวันนี้  เริ่มต้นของพระคาถาจึงมาจากพระคาถาพระปัจเจกโพธิ์โปรดสัตว์มาก่อน ซึ่งหลวงพ่อปานได้นำมาเผยแพร่ให้เหล่าลูกศิษย์ทั้งหลาย โดยประวัติพระคาถามีคร่าวๆพอสังเขปคือ ครูผึ้งเป็นผู้นำมาถวายแก่หลวงพ่อปาน วัดบางนมโคเพื่อให้เผยแพร่ และครูผึ้งได้เล่าเรื่องราวพระคาถานี้ว่าได้จากพระธุดงค์รูปหนึ่งเมื่อตอนอายุประมาณ 40 ปี (ครูผึ้งนำพระคาถามาถวายหลวงพ่อปานเมื่ออายุ 99 ปี) เหตุการณ์คือมีพระธุดงค์เดินธุดงค์มารูปเดียว แล้วรู้สึกเลื่อมใสมาก จึงได้นิมนต์ให้พักอยู่เพื่อบำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 5 วัน ได้ปฏิบัติท่านอย่างดีเท่าที่จะทำได้ ได้เรียนกรรมฐานจากท่าน ท่านได้สอนให้เป็นอย่างดี เมื่อจะกลับท่านได้มอบพระคาถาพระปัจเจกพระพุทธเจ้าไว้ให้ และบอกว่าสวดมนต์พระคาถานี้แล้วจะไม่ยากจน อ่านบทความ วัดบางนมโค ที่ลิ้งก์ >> www.faiththaistory.com/wat-bangnomkho ตำนานที่มา ปาฏิหาริย์อภินิหารพระคาถาพระปัจเจกพุทธเจ้า https://youtu.be/4xyqdsrkUXM ตัวพระคาถาพระปัจเจกโพธิ์โปรดสัตว์มีดังนี้ นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ(ว่า 3 จบ) พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ… Read More »

ปางพระพุทธรูปที่เราไม่คุ้นเคย

https://youtu.be/H03Ml8KYt-k ก่อนหน้านี้ผมเคยเขียนบทความเรื่อง ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับพระพุทธรูปประจำวัน สำหรับผู้ที่จำวันเกิดไม่ได้  ซึ่งแท้จริงแล้วคือปางพระเกศธาตุ เรื่องราวเป็นอย่างไรลองอ่านดูได้นะครับ ถ้าจะกล่าวถึงปางพระพุทธรูป คนไทยส่วนใหญ่มักจะคุ้นเคยกันในบางปาง เช่น ปางมารวิชัย ปางสมาธิ เป็นต้น แต่ปางพระพุทธรูปนั้นมีอยู่มากมายหลายแบบ ซึ่งการสร้างขึ้นมาแต่ละครั้งนั้น ก็จะมีเรื่องราวในพุทธประวัติถึงความเป็นมาประกอบการสร้างเสมอ และเมื่อเร็วๆนี้ ก็ได้มีข่าวคราวเรื่องพระพุทธรูปปางแปลก และพากันเรียกว่า ปางกดไลค์ ตามข่าวได้แจ้งว่า พระพุทธรูปองค์นี้ประดิษฐานอยู่ที่วัดถ้ำตลอด จ.สงขลา เผยประดิษฐานมานานแล้ว คาดอายุหลายร้อยปี ตามข่าวพระครูญาณโกศล เจ้าอาวาสวัดถ้ำตลอด ได้บอกว่าพระพุทธรูปกดไลค์สร้างเมื่อใดนั้นตนไม่ทราบ แต่ประดิษฐานในถ้ำนี้มาตลอดก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่งเจ้าอาวาสเสียอีก ในมหานิกายบอกว่าเป็นหนึ่งในท่าปางสมาธิ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีประชาชนเดินทางมากราบไหว้ขอพรเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อมีการนำภาพไปแชร์ในโลกออนไลน์ ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมกันมากขึ้น ขณะที่ นายวรรโณทัย ศรีฟ้า ไวยาวัจกรของวัดถ้ำตลอด กล่าวว่า คาดว่าพระพุทธรูปองค์นี้น่าจะอยู่ในสมัยอาณาจักรศรีวิชัย อายุไม่น้อยกว่า 500 ปี ส่วนนิ้วโป้งที่ชี้ขึ้นมาเหมือนการกดไลค์นั้น อาจเป็นแนวคิดของช่างที่จะสื่อว่าวัดนี้ดี หรือพระองค์นี้ดี ทำให้ผู้ที่พบเห็นเรียกพระพุทธรูปองค์นี้ว่า พระดีบ้าง และพระกดไลค์บ้าง ผมเองก็พยายามค้นหาพระพุทธรูปที่มีความใกล้เคียงกับปางดังกล่าว ก็ไม่ปรากฏว่ามีบันทึก ยังไงคงต้องรอให้กรมศิลปากรมาไขปริศนาเรื่องราวกันต่อไป ปางพระพุทธรูป ที่ไม่คุ้นเคย ถ้าจะกล่าวถึงปางพระพุทธรูปที่ไม่คุ้นเคยนั้น ต้องบอกตามตรงว่า มีเยอะแยะมากมาย จนทำให้คนไทยหลายๆคนพากันเข้าใจผิด และอาจจะคิดไปในแนวทางผิดๆไป ผมจึงขอแนะนำถ้ามีเวลาว่างๆ ลองแวะไปเที่ยวชมพระพุทธรูปมากมายที่มีถึง 80 ปาง ที่วัดกระทุ่มเสือปลา เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร โดยประดิษฐานพระพุทธรูปมากมายรวม 80 ปาง ในพิพิธภัณฑ์พระพุทธรูป 80 ปาง… Read More »