ชมคัมภีร์โบราณทางพระพุทธศาสนาเก่าแก่ที่สุดในโลก วัดสระเกศ

https://youtu.be/x89ufbKoJ-M ชมคัมภีร์โบราณทางพระพุทธศาสนาเก่าแก่ที่สุดในโลก วัดสระเกศ… สวัสดีครับท่านผู้รักการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยความศรัทธาทุกท่าน ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปยังวัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร เพื่อไปชมพระคัมภีร์โบราณทางพระพุทธศาสนา ที่ประเมินอายุว่าเก่าแก่ที่สุดในโลก พระคัมภีร์โบราณนี้ เป็นพระคัมภีร์ที่ได้ลักลอบออกมาจากหุบเขาบามิยัน ประเทศอัฟกานิสถาน ก่อนที่จะถูกทำลายโดยกลุ่มตาลีบัน กลุ่มตาลีบันมีความมุ่งหมายที่จะทำลายศาสนสถานต่างศาสนาในประเทศ อีกทั้งได้ทำลายพระพุทธรูปแห่งบามิยัน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสลักหน้าผาหินเก่าแก่ที่สุดในโลกและขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2544 แต่ได้มีพระคัมภีร์โบราณทางพระพุทธศาสนาบางส่วนถูกลักลอบออกมาได้ พระคัมภีร์โบราณทางพระพุทธศาสนาเริ่มเปิดเผยเมื่อครั้ง ดร.เจนส์ บราวิก ศาสตราจารย์ด้านโบราณคดี ประเทศนอร์เวย์ ได้เข้าร่วมประชุมทางวิชาการที่เมืองไลเดน ประเทศเนเธอแลนด์ และมีผู้เข้าร่วมประชุมคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า แซม ฟ็อกก์ พ่อค้าของเก่าแห่งกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้เอกสารโบราณที่ลักลอบออกจากอัฟกานิสถานและขายให้แก่ ดร.มาร์ติน สเคอเยน ผู้อำนวยการและเจ้าของสถาบันอนุรักษ์สเคอเยน ซึ่งเป็นสถาบันที่เก็บเอกสารโบราณอันดับต้นๆของโลก เมื่อ ดร.เจนส์ บราวิก ทราบดังนั้น จึงได้ติดต่อ ดร.มาร์ติน สเคอเยนเพื่อขอศึกษาพระคัมภีร์โบราณดังกล่าว และพบว่าเป็นคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาที่เก่าแก่ จารึกในช่วง พ.ศ.540 – 940 ที่มีรายละเอียดกล่าวถึง พระสูตร พระวินัย และพระธรรมทางพระพุทธศาสนา วัสดุที่จารึกมีทั้งเปลือกไม้ ใบลาน หนังสัตว์และแผ่นโลหะทองแดง เป็นมรดกล้ำค้ายิ่งของโลก จารึกทั้งหมด เมื่อมีการแปลโดยผู้เชี่ยวชาญทางโบราณคดี พบว่าตรงตามประไตรปิฎก เช่น พระสูตรจังกีสูตร และบางข้อมูลไม่เคยรู้มาก่อน และเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 ทางรัฐบาลประเทศนอร์เวย์ ได้ส่งมอบพระคัมภีร์โบราณ 3 ชิ้นที่จารึกบนเปลือกไม้ให้แก่ประเทศไทย โดยมี… Read More »

วัดสักกะวัน (ภูกุ้มข้าว) หลวงปู่หาผู้พบกระดูกไดโนเสาร์จากนิมิต

https://youtu.be/C_dZs5c0PU8 วัดสักกะวัน (ภูกุ้มข้าว) กาฬสินธุ์ หลวงปู่หา (หลวงปู่ไดโนเสาร์) ผู้พบกระดูกไดโนเสาร์จากนิมิต… สวัสดีครับท่านผู้รักการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยความศรัทธา ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปยังวัดสักกะวัน (ภูกุ้มข้าว) เพื่อไปกราบหลวงปู่หา สุภโร ที่ชาวบ้านต่างขนานท่านว่าหลวงปู่ไดโนเสาร์ เนื่องจากมีเรื่องราวเล่าขานว่าท่านเป็นผู้นิมิตเห็นไดโนเสาร์จนเกิดการค้นพบกระดูกไดโนเสาร์ในเวลาต่อมา การเดินทางของผม เดินทางเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2561 ถือเป็นวัดแรกแห่งปีของแอดมินครับ จากเดิมที่เดินทางท่องเที่ยวตามรอยสถานที่ ที่มีเรื่องราวหลักร้อยหลักพันปี แต่ครั้งนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางตามรอยหลักล้านปีเลยครับ การเดินทางจะเห็นภูกุ้มข้าวมาแต่ไกล จนกระทั่งมาถึงวัด… วัดมีลานกว้างสำหรับจอดรถ และเบื้องหน้าที่เห็นชักเจนคือพระอุโบสถหลังเล็กๆสีทองสวยงาม เวลาที่ผมเดินทางมาถึงวัดเป็นช่วงเวลาใกล้เพล ซึ่งหลวงปู่หา (หลวงปู่ไดโนเสาร์) จะออกรับญาติโยม ผมจึงเข้าไปกราบท่านก่อนที่จะชมสถานที่ ผมได้ถามโยมอุปัฏฐากหลวงปู่หา ทราบว่าสามารถเข้ามากราบหลวงปู่ได้ช่วงเวลาเพล และหลังฉันภัตตาหารได้ทุกวัน ทั้งนี้ให้ติดต่อสอบถามผู้อุปัฏฐากที่วัดครับ รูปที่ผมถ่ายหลวงปู่หาดูมืดเพราะถ่ายย้อนแสง ขออภัยท่านผู้อ่านด้วยครับ ผมได้เข้าไปกราบหลวงปู่หาและถวายปัจจัยเพื่อบำรุงพระศาสนา จากนั้นหลวงปู่หาท่านได้มอบซีดีธรรมะ วัตถุมงคลและฉีดน้ำมนต์ให้ด้วยครับ จากนั้นได้เข้าไปกราบขอพรพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ที่มีความเก่าแก่ได้รับความศรัทธาคู่วัดสักกะวันมายาวนาน คือหลวงพ่อบันดาลฤทธิผล หลวงพ่อบันดาลฤทธิผล หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อบ้านด่าน เป็นพระพุทธรูปโบราณปางมารวิชัย สมันทวาราวดี เดิมประดิษฐานอยู่ริมบึงโดน อำเภอสหัสขันธ์ สมัยนั้นยังเป็นป่าไม่มีหมู่บ้าน พระพุทธรูปที่สร้างขึ้นนี้ได้ประดิษฐานอยู่ที่ริมบึงโดนเป็นเวลายาวนาน จนถึงช่วงเวลาการสร้างเขื่อนลำปาวในปี พ.ศ. 2510 จึงได้มีการปิดกั้นเขื่อนลำปาว ทำให้น้ำเอ่อขึ้นไปท่วมบริเวณที่หลวงพ่อประดิษฐานอยู่ พระญาณวิสาลเถรหรือหลวงปู่หา สุภโร ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ และนายอำเภอสหัสขันธ์ พร้อมด้วยพ่อค้าประชาชนชาวอำเภอสหัสขันธ์พากันไปนิมนต์หลวงพ่อไปประดิษฐานที่วัดสักกะวัน เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2510 และเมื่อก่อตั้งอำเภอสหัสขันธ์ ประชาชนแถวนั้นก็พากันกราบไหว้บูชาด้วยดอกไม้ธูปเทียนมีลายแทงแต่เขียนเป็นหนังสือขอม (มีเนื้อความว่าหลวงพ่อบันดาล) ตัวหนังสือขอมไม่มีไม้เอกไม้โท… Read More »

ตามรอยหลวงพ่อเงิน ชมปืนใหญ่โบราณ วัดกกสับใน ฉะเชิงเทรา

https://youtu.be/XKFeGPtMU-M วัดกกสับใน ฉะเชิงเทรา หลวงพ่อเงิน พระเกจิดังในท้องถิ่น… สวัสดีครับ วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางในบรรยากาศที่เย็นสบายๆ ในเดือนธันวาคม พ.ศ.2560 ไปเที่ยววัดในท้องถิ่น ซึ่งมีข่าวว่าขุดค้นพบปืนใหญ่โบราณและวัตถุโบราณสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น และมีเรื่องราวของพระเกจิดังในอดีตคือ หลวงพ่อเงิน จันทสโร วัดกกสับใน อยู่ในเขตตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นวัดในท้องถิ่น จึงมีความเงียบสงบมาก วัดจะมีความคึกคักขึ้นมาเมื่อมีงานบุญตามประเพณี ด้านหน้าวัดจะติดกับคลองท่าลาด  มีศาลาริมน้ำ ให้ได้นั่งพักผ่อน คลองท่าลาดเป็นคลองสำคัญในท้องถิ่นนี้ พาดผ่านสถานที่สำคัญและมีเรื่องราวประวัติศาสตร์มากมายที่น่าค้นหา บริเวณศาลาทางเดินริมน้ำคลองท่าลาด ผมเห็นมีเศษวัตถุที่นำขึ้นมากองไว้ ซึ่งน่าจะงมขึ้นมาจากคลองท่าลาดหน้าวัดนั่นเอง บริเวณวัด มีพื้นที่ไม่กว้างมากนัก มีพื้นที่กุฏิสงฆ์ มณฑปหลวงพ่อเงิน(ปิดอยู่ ผมจึงไม่ได้เข้าไป) ศาลาการเปรียญ พระอุโบสถ เป็นต้น เมื่อผมเดินดูพื้นที่ทั่ววัดแล้ว จึงเข้าไปชมวัตถุโบราณที่ขุดพบจากคลองท่าลาด วัตถุโบราณทั้งหมด ทางกรมศิลปากรที่ ๕ ปราจีนบุรีได้เข้ามาทำการตรวจสอบลงทะเบียน จากการสันนิษฐานอายุอยู่ในสมัยรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๔-๖ ประวัติวัดกกสับใน (พอสังเขป) ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม ระบุว่า วัดกกสับใน ก่อตั้งเมื่อ 13 มีนาคม พ.ศ.2465 โดยมีพระพนมสารนรินทร์ (หุ่น พนมยันต์) เป็นผู้นำในการสร้าง โดยนายกลี่ นางสาย จากอำเภอพนมสารคามเป็นผู้บริจาคที่ดินให้เมื่อ พ.ศ.2462 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2476 เขตวิสุงคามสีมากว้าง… Read More »

วัดหงส์ ค่ายโพธิ์สามต้นของสุกี้นายกองแม่ทัพพม่า เมื่อครั้งเสียกรุงศรี

https://youtu.be/lIX5bLf19LQ วัดหงส์ ค่ายโพธิ์สามต้นของสุกี้นายกองแม่ทัพพม่า เมื่อครั้งเสียกรุงศรี… สวัสดีครับ วันนี้เรามาเปลี่ยนบรรยากาศเดินทางกันบ้าง ครั้งนี้ผมจะพาเดินทางไปชมบรรยากาศให้ระลึกถึงเรื่องราวเมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 โดยผมจะเดินทางไปยังวัดหงส์ ตำบลโพธิ์สามต้น อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่มีเรื่องราวบันทึกว่า เป็นส่วนหนึ่งของค่ายโพธิ์สามต้น ที่เป็นค่ายของสุกี้นายกองแม่ทัพพม่า ในช่วงเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ปี พ.ศ.2310 วันเดินทางตรงกับวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ.2560 อากาศมีอุณหภูมิที่ต่ำลง เหมาะแก่การออกเดินทางท่องเที่ยวอย่างยิ่ง และเพื่อไม่ให้เสียโอกาสเพราะเมืองไทยปัจจุบันอากาศเย็นหาได้ยากถ้าไม่ใช่แถบชนบทจริงๆ การเดินทางครั้งนี้แอดมินเป็นสายแว๊นซ์ เพราะได้สัมผัสอากาศอย่างเต็มอิ่ม..เมื่อมาถึงพบว่าพื้นที่วัดโดยรวมสวยงามตามสภาพบรรยากาศท้องถิ่น มีหนองน้ำโดยรอบ สัมผัสกับอากาศเย็นๆ ช่างสบายใจจริงๆ กรมศิลปากรได้เข้าทำการบูรณะ พบเพียงซากฐานอาคารและเจดีย์เท่านั้น จากประวัติสถานที่ทางกรมศิลปากรได้ระบุว่า วัดหงส์เป็นวัดร้างแห่งหนึ่งในตำบลโพธิ์สามต้น อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากประวัติการสร้างยังไม่ทราบแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอนกลาง ต่อมาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของค่ายโพธิ์สามต้น ที่เป็นค่ายทัพของสุกี้นายกองแม่ทัพพม่า อีกทั้งมีการรื้ออิฐบางส่วนนำไปสร้างป้อมค่ายในช่วงสงครามเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 2 พ.ศ.2310 และต่อมาได้ถูกทิ้งร้างในสมัยรัตนโกสินทร์จนถึงปัจจุบัน สำหรับวัดหงส์แห่งนี้ ไม่มีอะไรมากครับ แต่ที่ชอบมากคือบรรยากาศท่องเที่ยวดีๆ ที่นานๆครั้งจะได้สัมผัสอากาศเย็นๆ เพราะปกติแอดมินเดินทางทีไร เหนื่อยเพราะอากาศร้อน แอดมินนั่งพักชมบรรยากาศ ฟังเสียงธรรมชาติสักพักจึงได้เดินทางไปยังสถานที่อื่นๆต่อไป ขอขอบพระคุณการติตาม แล้วพบกันใหม่ในโอกาสต่อไป สวัสดีครับ ช่องทางการติดตามเรื่องราว ภารกิจเที่ยววัด ติดตามเรื่องราวผ่าน Facebook เพจได้ที่ www.facebook.com/faith108 หรือติดตามช่อง YouTube Channel ได้ที่ www.youtube.com/FaithThaiStory แบ่งปันเรื่องราวการท่องเที่ยววัดที่กลุ่ม รวมพลคนชอบเที่ยววัด… Read More »

วัดแสนภุมราวาส (กกสับนอก) ฉะเชิงเทรา หลวงพ่อทอง เกจิดังในท้องถิ่น

https://youtu.be/nv-ueSYA1cI วัดแสนภุมราวาส (กกสับนอก) เมืองแปดริ้วฉะเชิงเทรา หลวงพ่อทอง ภุมมปัญโญ… สวัสดีครับ ท่านผู้ติดตามเรื่องราวการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยความศรัทธา วันนี้ผมได้มีโอกาสเดินทางไปยังเมืองแปดริ้ว หรือฉะเชิงเทรา ผ่านไปยัง อ.ราชสาส์น จึงแวะท่องเที่ยววัดในท้องถิ่นดูบ้าง ซึ่งนานๆครั้งจะได้แวะท่องเที่ยวแบบนี้ โดยที่แทบไม่มีข้อมูลเรื่องราว ตั้งใจว่าจะไปหาข้อมูลข้างหน้า ผมเดินทางผ่านมายัง อ.บางคล้ามุ่งตรงสู่ อ.ราชสาส์น และได้เห็นซุ้มประตูวัดกกสับนอกข้างถนน จึงได้เลี้ยวรถเข้าไปเยี่ยมชม พื้นที่ลานวัดค่อนข้างกว้างขวางสามารถเลือกจอดได้ตามสะดวก ทั้งนี้สามารถหาที่จอดตามร่มไม้ก็ได้นะครับ เพราะยังมีร่มไม้ให้เลือกจอดอีกเยอะ เมื่อผมจอดรถเป็นที่เรียบร้อย จึงได้พบกับบรรยากาศที่เงียบสงบด้วยเพราะเป็นวัดในท้องถิ่น ที่จะคึกคักก็ต้องเมื่อมีงานบุญทางพระพุทธศาสนาหรือพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น …เรื่องของนักท่องเที่ยวคงไม่มีใครจะแวะชม การเดินทางมาที่นี่ ผมพอจะทราบเรื่องราวในอดีตว่า มีพระเกจิท้องถิ่นได้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมา นั่นก็คือหลวงพ่อทอง ภุมมปัญโญ ท่านเป็นพระที่ชาวบ้านแถบนี้ให้ความเคารพศรัทธาอย่างมาก อีกทั้งตามประวัติของวัดแห่งนี้ หลวงพ่อทองได้ริเริ่มสร้างขึ้นมา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2460 ชาวบ้านกกสับนอก จึงร่วมกันสร้างรูปหล่อหลวงพ่อทองเพื่อสักการะ ระลึกถึงคุณหลวงพ่อ มาตราบจนถึงทุกวันนี้ ภายในวิหารหลวงพ่อทอง ประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อทองและหลวงปู่เจิม… จากการสอบถามชาวบ้านบอกว่าหลวงพ่อทองเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ส่วนหลวงปู่เจิมเป็นพระที่เคยจำพรรษาที่วัดกกสับนอกแห่งนี้ ต่อไปมาได้ย้ายไปจำพรรษาที่จังหวัดนครปฐม แต่ชาวบ้านมีความศรัทธาหลวงปู่เจิม จึงได้สร้างรูปหล่อท่านเพื่อกราบสักการะด้วยเช่นกัน วัดนี้แต่เดิม ชาวบ้านเรียกชื่อว่า “วัดหนองคันบวย” เพราะที่ตั้งวัดอยู่ใกล้กับหนองนํ้าที่มีลักษณะคล้ายกระบวยตักนํ้า ครั้นภายหลังชาวบ้านไล่ต้อนควายใช้หนองนํ้านี้เป็นที่อาบดื่มกิน จึงเรียกชื่อหนองนํ้านี้ใหม่ว่า “หนองไล่ควาย” พอนนานไปก็เพี้ยนเสียงเป็น “หนองลาดควาย” มาจนทุกวันนี้ วันที่ผมเดินทาง เป็นช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ.2560 อากาศเย็นลง มีลมพัด บรรยากาศสบายๆ …เลยรู้สึกเสียดายที่ศาลาตรงนี้ใกล้พัง เพราะเป็นจุดนั่งพักผ่อนที่ดีมากเลยทีเดียว ตรงข้าวก็เป็นร่มโพธิ์ใหญ่ดูร่มรื่น สามารถชมคลิปบรรยากาศได้ครับ ผมติดไวให้ชมแล้วด้านบนบทความนี้… Read More »

หลวงปู่มัง วัดเทพกุญชรวราราม ลพบุรี – พระสายหลวงปู่มั่น

https://youtu.be/ZJEbiW0Gg9w หลวงปู่มัง มังคโล วัดเทพกุญชรวราราม ลพบุรี – พระสายหลวงปู่มั่น… สวัสดีครับท่านผู้ติดตามเรื่องราวการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยความศรัทธา วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปยัง วัดเทพกุญชร อ.เมือง จ.ลพบุรี ที่ในอดีตนั้นมีพระสุปฏิปันโน ที่เป็นที่เคารพศรัทธาอย่างมากเคยจำพรรษาอยู่ นั่นก็คือ หลวงปู่มัง มังคโล ในวันที่ผมเดินทางนั้นตรงกับเดือนกันยายน พ.ศ.2560 เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ได้เดินทางท่องเที่ยวมายังจังหวัดลพบุรี ผมได้เดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดลพบุรีจนกระทั่งเย็น และได้ลองค้นหาข้อมูลวัดระหว่างที่จะเดินทางกลับ จึงได้พบว่าจะเดินทางผ่านวัดเทพกุญชร ที่มีเรื่องราวของหลวงปู่มัง … ผมจึงได้แวะเที่ยวชมและเก็บบันทึกเรื่องราวไว้เป็นวัดสุดท้ายในการท่องเที่ยววันนั้น เมื่อมาถึงวัด พบว่ามีความสงบเงียบอย่างมาก เนื่องจากวัดแห่งนี้ ไม่ใช่วัดท่องเที่ยว จึงจะมีญาติโยมเดินทางมาในช่วงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนามากกว่า  รวมถึงมักจะเป็นผู้ที่ทราบเรื่องราวของหลวงปู่มัง จึงจะแวะเดินทางมาที่นี่ เช่นผู้เขียนนี่แหละครับ เมื่อผมเข้ามาถึง ก็ได้จอดรถไว้บริเวณลานวัด ตรงข้ามกับโรงเรียนวัดเทพกุญชร จะมองเห็นพระเจดีย์มังคโลฝั่งขวา และวิหารหลวงปู่มังฝั่งซ้าย เมื่อทำการจอดรถเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จุดแรกที่ผมเดินทางไปคือ พระเจดีย์มังคโล แต่เมื่อไปถึงปรากฏว่าไม่สามารถเข้าไปได้เนื่องจากล็อคอยู่ แต่เมื่อมองผ่านกระจกเข้าไปข้างใน เห็นว่ามีโลงศพอยู่ จึงได้สอบถามพระที่วัด…ได้คำตอบว่าเป็นสังขารของเจ้าอาวาสรูปที่สอง ที่รอการถวายเพลิงหลังงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงในหลวงรัชกาลที่ 9 ในพระวิหารหลวงปู่มัง ประดิษฐานรูปหล่อองค์ยืนหลวงปู่มัง, มีรูปถ่ายเอกสารสำนักพระราชวังงานพระราชพิธีถวายเพลิงศพหลวงปู่มัง, รูปถ่ายอื่นๆ, พัดยศ เป็นต้น แต่น่าเสียดายที่รูปถ่ายทั้งหมดภายในพระวิหาร มีความเสื่อมไปตามอายุ ซึ่งอาจจะเกิดแสงแดดที่เข้าถึงวิหาร หลังจากเก็บภาพบรรยากาศทั้งหมดในพระวิหารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมจึงเดินไปเก็บภาพที่พระมณฑปและพระอุโบสถ… พระอุโบสถวัดเทพกุญชรมีความสวยงามอย่างมาก มีซุ้มประตูทั้งสี่ทิศ ดูงามสง่ายยิ่งนัก ภายในพระมณฑปและพระอุโบสถเป็นอย่างไร ผมไม่ได้ถ่ายรูปเนื่องจากทางวัดล็อคประตูไว้ ซึ่งผมไม่อยากรบกวนพระจึงถ่ายรูปมาให้ชมเพียงภายนอกเท่านั้นครับ บรรยากาศโดยรวมเงียบเหงาไปสักเล็กน้อย แต่เมื่อได้รู้และทราบประวัติเรื่องราวของครูบาอาจารย์ ก็สามารถทำให้อิ่มเอมใจในการเดินทางครับ… สำหรับท่านที่ศรัทธาในเรื่องราวของพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวและทำบุญกันได้ทุกวันครับ… Read More »

ตามรอยหลวงพ่อผินะ พระผู้ละสังขารในท่านั่งสมาธิ วัดสนมลาว สระบุรี

https://youtu.be/xga_bt_bxnU ตามรอยหลวงพ่อผินะ พระผู้ละสังขารในท่านั่งสมาธิ วัดสนมลาว (วัดไทยงาม) สระบุรี… สวัสดีครับท่านผู้ติดตามเรื่องราวการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยความศรัทธา ก่อนที่ผมจะเดินทางมายังวัดสนมลาวครั้งนี้ เนื่องจากผมได้ฟังเรื่องเล่าเกี่ยวกับหลวงพ่อผินะจากรายการ The Shock 13  ด้วยชื่อของหลวงพ่อผินะ เป็นชื่อที่แปลกซึ่งผมไม่คุ้นเคยมาก่อน อีกทั้งมีเรื่องราวเกี่ยวกับการละสังขารของท่านอยู่ในท่านั่งสมาธิ รวมถึงทราบว่าท่านเป็นพระที่เคยศึกษาธรรมกับหลวงปู่มั่นอีกด้วย ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ผมจึงได้วางแผนเดินทางไปยังวัดสนมลาวในวันรุ่งขึ้นทันที วัดสนมลาว ตั้งอยู่ที่ ต.โคกแย้ อ.หนองแค จ.สระบุรี ซึ่งไม่ห่างจากถนนเส้นหลัก (ถนนพหลโยธิน) เท่าไหร่นัก เดินทางสะดวกมากครับ ห่างจากแยกหินกองเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น สามารถดูแผนที่ประกอบการเดินทางด้านล่างครับ ผมใช้เวลาเดินทางไม่นานนัก จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาใช้เวลาราวๆ 1 ชั่วโมงเท่านั้น เมื่อเข้ามาสู่พื้นที่วัด จะเห็นทิวเขาลูกเตี้ยๆ รายล้อมเรียงว่าเขาโป่งแร้ง ได้บรรยากาศที่ดีมากครับ บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างเงียบ ส่วนมากจะมีเฉพาะลูกศิษย์ที่นับถือหรือทราบเรื่องราวของหลวงปู่ผินะ จึงจะเดินทางมา ปัจจุบันทางวัดได้อัญเชิญสังขารของหลวงปู่ผินะจากสุสานผินะ มาเก็บรักษาไว้บนศาลาเพื่อให้ศิษยานุศิษย์ได้กราบไหว้บูชา จากการสอบถามหลวงพี่อ๊อพ พระที่วัดสนมลาวได้บอกว่า สังขารหลวงปู่ผินะได้ใช้เรซินโอบครอบไว้ เพื่อรักษาสภาพ ดังภาพที่เห็นในปัจจุบันนี้ หลวงพี่อ๊อพ ได้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวัดสนมลาวว่า แต่เดิมวัดแห่งนี้เป็นวัดร้าง ต่อมาหลวงพ่อผินะได้ธุดงค์มาถึงและเห็นว่าเป็นสถานที่เหมาะแก่การอยู่ปฏิบัติธรรมและละสังขาร ท่านจึงได้ทำการบูรณะวัดขึ้นมา ผมได้สอบถามต่อว่า วัดแห่งนี้เหลือโบราณสถานให้ได้ชมหรือไม่ หลวงพี่อ๊อพบอกว่า ยังพอมีซากอิฐโบราณหลงเหลือบนภูเขาอยู่บ้าง แต่ไม่เหลือโครงสร้างให้เห็นแล้วในปัจจุบัน ในใจผมคิดว่าจะลองขึ้นไปดูสภาพโบราณสถานที่หลงเหลือ ซึ่งหลวงพ่ออ๊อดบอกว่าสามารถขึ้นไปได้ เพราะมีบันไดขึ้น… แต่ผมก็ต้องหยุดความตั้งใจนั้นเพราะ วันเดินทางดังกล่าวไปคนเดียว จิตใจจึงหวั่นๆไม่ค่อยกล้า เลยยุติความคิดครับ ฮ่าๆ หลวงพี่อ๊อพ ได้แนะนำถึงวัตถุมงคลที่มีให้บูชาในปัจจุบัน (ปี… Read More »

ย้อนอดีตวัดเก่าพระสังฆราช(สุก ไก่เถื่อน)เคยจำพรรษา วัดท่าหอย อยุธยา

https://youtu.be/U98QbrS8sN4 ตามรอยวัดเก่า วัดท่าหอย อยุธยา ที่สมเด็จพระสังฆราช(สุก ไก่เถื่อน)เคยจำพรรษา… สวัสดีครับท่านผู้รักการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยความศรัทธาทุกท่าน วันนี้เรามาเปลี่ยนบรรยากาศเดินทางตามรอยโบราณสถานกันบ้าง เป็นวัดเก่าแก่ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เคยมีความรุ่งเรืองในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น เพราะเคยเป็นสถานที่จำพรรษาของสมเด็จพระสังฆราช (สุก ไก่เถื่อน) ซึ่งเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เวลาผ่านไปเพียง 200 กว่าปี กลับแทบไม่เหลือซากอะไรให้เห็นในปัจจุบัน พื้นที่วัดท่าหอย ตั้งอยู่ริมคลองปทาคูจาม แต่เดิมถูกปกคลุมไปด้วยป่า ไม่สามารถมองเห็นพื้นที่ได้… ซากโบราณสถานไม่ปรากฏให้เห็นเพราะได้พังทลายราบเป็นหน้ากลองจมอยู่ใต้พื้นดินทั้งหมด มีโผล่เหนือดินให้เห็นบ้างบางส่วน จนกระทั่งในปี พ.ศ.2558 กรมศิลปากรได้รับงบประมาณในการบูรณะวัดเก่า และวัดท่าหอยก็เป็นหนึ่งในวัดที่ได้รับงบประมาณในการบูรณะ เราจึงได้เห็นซากโบราณสถานที่ถูกฝังใต้พื้นดินมาอย่างยาวนาน ผมเคยเดินทางไปชมพื้นที่วัดท่าหอยครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ.2558 ซึ่งเป็นช่วงที่ได้ทำการถางป่า และเริ่มขุดสำรวจทางโบราณคดี ได้เห็นร่องรอยความรุ่งเรืองในอดีตอย่างชัดเจน และได้เดินทางไปอีกครั้งในปี พ.ศ.2560 ซึ่งได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงมีการก่ออิฐบูรณะไปมากพอสมควร รวมถึงขยายพื้นที่ขุดสำรวจกว้างออกไปอีก จึงได้เห็นว่าพื้นที่วัดท่าหอยเดิมนั้น มีอาณาบริเวณที่กว้างใหญ่มาก ตามรอยสมเด็จพระสังฆราช (สุก ไก่เถื่อน) สาเหตุการเดินทางที่สำคัญคือ ได้ทราบว่าวัดแห่งนี้เคยรุ่งเรือง และเคยเป็นที่จำพรรษาของสมเด็จพระสังฆราช (สุก ไก่เถื่อน) มาก่อนและเริ่มมีการบูรณะ ผมจึงถือโอกาสนี้นำภาพพื้นที่มาให้รับชมกัน จากหนังสือ “พระประวัติและพระนิพนธ์ สมเด็จพระอริยวงษญาณฯ พระสังฆราช (สุก ไก่เถื่อน)” ตีพิมพ์ 3 ตุลาคม พ.ศ.2530 ได้เขียนเรื่องราวไว้ว่า สมเด็จพระสังฆราช (สุก) ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงเป็นพระมหาเถระที่ทรงพระเกียรติคุณ เป็นที่เลื่องลือพระองค์หนึ่งในยุครัตนโกสินทร์… Read More »

วัดเกริ่นกฐิน กราบหลวงพ่อเพี้ยน พระเกจิเรืองวิทยาคมแห่งลพบุรี

https://youtu.be/ocdY694dJwQ วัดเกริ่นกฐิน กราบหลวงพ่อเพี้ยน พระเกจิแห่งลพบุรี… สวัสดีครับท่านผู้ติดตามและรักการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยความศรัทธาทุกท่าน ผมได้เดินทางท่องเที่ยวไปยังลพบุรี ถ้าเราจะกล่าวถึงพระเกจิดังในปัจจุบัน(ปีพ.ศ.2560) หลายท่านจะต้องนึกถึงหลวงพ่อเพี้ยนอย่างแน่นอน ผมจึงเดินทางไปยังวัดเกริ่นกฐิน ในวันอาทิตย์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 เป็นวันหยุดที่มีผู้คนเดินทางมาวัดกันอย่างมากมาย จนแทบไม่มีที่จอดรถ ผมจึงขอแนะนำว่า สำหรับท่านที่จะเดินทางไปช่วงวันหยุด ให้ไปจอดรดที่โรงเรียนหน้าวัดก็ได้ครับ ผมมาท่องเที่ยวที่วัดเกริ่นกฐิน แต่ยังไม่ได้เขียนบทความนี้ จนกระทั่งมาทราบข่าวการอาพาธหนักของหลวงพ่อเพี้ยน และท่านได้ละสังขารอย่างสงบที่สถาบันโรคทรวงอก จังหวัดนนทบุรี เมื่อเวลา 03.25 น. วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 ซึ่งผ่านไปเพียง 4 วันหลังจากที่ผมได้เดินทางไปวัด ในวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 ผมไม่เห็นหลวงพ่อในกุฏิ จึงคิดว่าเป็นช่วงพักของหลวงพ่อ เพราะโดยปกติหลวงพ่อจะออกมานั่งรับญาติโยมที่หน้ากุฏิของท่านอยู่เป็นประจำ ซึ่งผมเคยเดินทางไปและหลวงพ่อได้พรมน้ำมนต์ให้ผมอีกด้วย เมื่อปี พ.ศ.2559 ข่าวการละสังขารของหลวงพ่อเพี้ยน เป็นข่าวใหญ่ของจังหวัดลพบุรี เหมือนสูญเสียร่มโพธิ์ร่มไทรที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านไปอีก 1 รูป … สำหรับท่านที่เคารพศรัทธาหลวงพ่อเพี้ยน สามารถเดินทางไปกราบศพหลวงพ่อได้ โดยติดตามข่าวจากเพจเรารักลพบุรีครับ ท่องเที่ยวสถานที่สำคัญในวัดเกริ่นกฐิน เมื่อเราขับรถมายังวัดเกริ่นกฐิน จะมองเห็นพระพุทธรูปประทับยืนปางถวายเนตรองค์ขนาดใหญ่แลเห็นมาแต่ไกล ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประจำวันเกิดวันอาทิตย์ ซึ่งตรกับวันเกิดหลวงพ่อเพี้ยนนั่นเอง  และเมื่อเข้ามายังเขตวัด จะมองเห็นเจดีย์พระธาตุสวยงามเด่น เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่ได้รับประทานมาจากสมเด็จพระสังฆราช เมื่อปี พ.ศ.2647 นอกจากนี้ มีวิหารหลวงพ่อปาน ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ที่ขนานนามตามชื่อพระอาจารย์ของหลวงพ่อเพี้ยนคือหลวงพ่อปาน ซึ่งเป็นพระภิกษุชาวกัมพูชา พระอุโบสถที่สวยงามและมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง โดยปกติแล้วในครั้งที่หลวงพ่อเพี้ยนยังทรงขันธ์ ท่านจะออกมานั่งรับญาติโยมเป็นประจำ… Read More »

หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม(บ้านแค) ชัยนาท พระเกจิดังแห่งภาคกลาง

https://youtu.be/V0CCHE1zBl4 หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม(บ้านแค) ชัยนาท พระเกจิดังแห่งภาคกลาง… สวัสดีครับท่านผู้ติดตามเรื่องราวการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยความศรัทธา ผมจะพาทุกท่านไปพบกับเรื่องราวพระเกจิชื่อดังในอดีต ที่มีเรื่องราวกล่าวขานมากที่สุดรูปหนึ่งแห่งจังหวัดชัยนาท นั่นก็คือ หลวงพ่อกวย ชุตินธโร แห่งวัดโฆสิตาราม (วัดบ้านแค) เรื่องราวของหลวงพ่อกวย เป็นที่กล่าวขานกันมานานโดยเฉพาะเรื่องราววัตถุมงคล ที่ลูกศิษย์ลูกหาล้วนต้องการมาเป็นที่ยึดเหนี่ยว เพราะในอดีตนั้น เทคโนโลยีต่างๆยังไม่ก้าวหน้า ชาวบ้านจึงพึ่งพระสงฆ์โดยเฉพาะเรื่องทางการแพทย์แผนโบราณและที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และหลวงพ่อกวยก็เป็นพระรูปหนึ่งที่เมตตาชาวบ้านในเรื่องดังกล่าว ผมวางแผนเดินทางท่องเที่ยวที่จังหวัดชัยนาท จึงมีวัดโฆษิตารามหรือวัดบ้านบ้านแค่เป็นหนึ่งในโปรแกรม และได้ลองหาข้อมูลเรื่องราวเกี่ยวกับหลวงพ่อกวยมาบ้าง จึงเห็นว่าเรื่องราวของท่านน่าจะเป็นบันทึกที่ผมควรเก็บเรื่องราวไว้อีกเรื่องหนึ่ง จุดแรกเมื่อผมเดินทางมาถึง จะเห็นวิหารรูปหล่อหลวงพ่อกวย ซึ่งสามารถจุดธูปกราบไหว้บูชาและปิดทองที่องค์พระกันได้ครับ ก่อนที่ผมจะเดินชมสถานที่ จึงได้ทำการกราบไหว้สักการะรูปหล่อหลวงพ่อกวยก่อนเป็นเบื้องต้น รูปหล่อองค์นี้สร้างในช่วงบั้นปลายชีวิตของหลวงพ่อกวย คือ ในปีพ.ศ.2522 ซึ่งเล่ากันว่าหลวงพ่อกวยได้เพ่งกระแสจิตในการสร้างรูปหล่อนี้ด้วย หลวงจากที่กราบสักการะรูปหล่อหลวงพ่อกวยที่วิหารหน้าวัดกันแล้ว ผมจึงได้เดินไปที่ศาลาที่เก็บรักษาสังขารหลวงพ่อกวยไว้ครับ เราสามารถเข้าไปกราบสังขารหลวงพ่อกวยได้ในห้องกระจก แต่ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปด้านในนะครับ เมื่อทำการกราบสักการะสังขารหลวงพ่อกวยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมจึงเดินทางไปดูบริเวณวัดสถานที่อื่นๆต่อไป จุดต่อไปที่พาไปชมคือ สระน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งกล่าวกันว่าสมัยก่อนหลวงพ่อได้ลงคาถาอาคมไว้ ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงมีรั้วรอบ เป็นสระน้ำที่อยู่คู่วัดมาแต่โบราณ หลวงพ่อกวยได้เคยสั่งไว้ว่า ถ้าจะใช้น้ำที่นี่ต้องตักแล้วหาบไปใช้ที่อื่นเพราะจะได้ไม่เกิดความสกปรก ก่อนที่จะมีพระอุโบสถ คณะสงฆ์จะใช้ศาลากลางน้ำในการทำสังฆกรรม พระอุโบสถ วัดโฆสิตารามตั้งอยู่ติกกับสระน้ำศักดิ์สิทธิ์  ซึ่งเริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2518 ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี ทำพิธีผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิตในปี พ.ศ.2521 เป็นพระอุโบสถที่หลวงพ่อกวยรักและภูมิใจมาก ภายในวัดจะมีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ของหลวงพ่อกวย รวมถึงวัตถุมงคลต่างๆ ทั้งนี้ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปด้านบนที่จัดแสดงครับ ต้นมะค่าหน้าศาลาหลวงพ่อกวย เป็นต้นไม้คู่วัดมายาวนาน ในอดีตเล่ากันว่า กลางลำต้นจะเป็นโพรง หลวงพ่อกวยจะนำวัตถุมงคลใส่ไว้ในโพรงต้นมะค่า ปัจจุบันนี้ไม่เห็นโพรงต้นมะค่าแล้วครับ รูปหล่อหลวงพ่อโต สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2473 … Read More »

วัดธรรมบรรพต (ถ้ำพระเวส) นครพนม ชมถ้ำธรรมชาติ ถิ่นครูบาอาจารย์

https://youtu.be/R4GNjhdXuXc วัดธรรมบรรพต (ถ้ำพระเวส) นครพนม ชมถ้ำธรรมชาติ ถิ่นครูบาอาจารย์ ในอดีตนั้นหลวงปู่ศรี มหาวีโร ลูกศิษย์พระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ได้ธุดงค์มาภาวนาแล้วเกิดอาพาธจากไข้ป่าจนแทบเอาชีวิตไม่รอด ณ สถานที่นี้… สวัสดีครับท่านผู้ติดตามและสนใจในเรื่องราวการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยความศรัทธาทุกท่าน วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปยังจังหวัดนครพนม ในบรรยากาศเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งบรรยากาศการเดินทางครีั้งนี้ มีความคุ้มค่าและได้พักผ่อนอย่างเต็มพิกัดในบรรยากาศที่ผมชอบมากอีกทริปหนึ่ง ผมเดินทางมายัง อ.นาแก จ.นครพนม โดยมีเพื่อนสมัยเรียนด้วยกันที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นผู้นำเที่ยว และทำให้ผมรู้ว่า ยังมีอีกหลายสถานที่มากมายในแถบอีสานที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะมีความเกี่ยวข้องกับครูบาอาจารย์กับครูบาอาจารย์พระกรรมฐาน แต่ด้วยระยะเวลาในการท่องเที่ยวมีจำกัด ผมจึงได้แวะท่องเที่ยวในสถานที่สำคัญเป็นหลักนั่นก็คือ พระธาตุพนม ส่วนวัดธรรมบรรพต (ถ้ำพระเวส) เป็นอีก 1 เส้นทางที่ผมได้เดินทางผ่าน จึงแวะเข้าไปท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าคุ้มค่าที่ได้เข้ามาครับ เส้นทางการไปยังวัดธรรมบรรพต (ถ้ำพระเวส) เป็นเส้นทางขึ้นเขาไปไกลพอสมควร แต่เส้นทางสะดวกมากครับ เนื่องจากตลอดเส้นทางมีการเทคอนกรีตอย่างดี ที่วัดจะมีลานกว้างสำหรับจอดรถกว้างขวางดีครับ เท่าที่ผมสังเกตุอาณาบริเวณ จะเห็นถึงการจัดสรรสถานที่ได้ดี มีถาวรวัตถุพอประมาณ การเดินทางสะดวก แม้จะอยู่ห่างไกล … ทั้งหมดทั้งมวล ผมเชื่อว่าคือพลังศรัทธาที่มีต่อวัดแห่งนี้พอสมควร เมื่อมองเข้าไป จะเห็นพระเจดีย์บูรพาจารย์ ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น จุดแรกที่ผมจะเข้าไปชมก็คือ ถ้ำพระเวส ซึ่งเป็นจุดไฮไลท์ของสถานที่แห่งนี้ครับ ท่านที่จะเดินทางไปยังวัดแห่งนี้ ขอแนะนำเดินไปชมถ้ำตามถนนที่ลาดคอนกรีตไว้นะครับ อย่างลัดเลาะไปแบบผม เพราะผิดทางฮ่าๆ ทางขึ้นถ้ำพระเวสจะมีบันไดสร้างขึ้นไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ เดินขึ้นสะดวก ลักษณะถ้ำจะเป็นเงื้อมผายื่นออกมา เป็นถ้ำตื้นๆ แต่มีความยาวประมาณ 50 เมตร ปัจจุบันทางวัดทำการปูพื้นไม้ไว้ครับ เมื่อผมขึ้นไปยังถ้ำพระเวส ต้องบอกว่ามีบรรยากาศที่เย็นลงอย่างชัดเจน ถ้ามีหมอนสักใบ… Read More »

เราลอยกระทง มีจุดประสงค์เพื่ออะไร

เราลอยกระทง มีจุดประสงค์เพื่ออะไร… สวัสดีครับท่านผู้อ่านและติดตามทุกท่าน วันที่เขียนบทความนี้ตรงกับวันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำก็นองเต็มตลิ่ง… หลายท่านวางแผนเพื่อจะไปลอยกระทงตามสถานที่ต่างๆ ที่ได้จัดงานสืบสายประเพณีและวัฒนธรรมนี้ แต่ก่อนที่เราจะไปลอยกระทงกัน เรามาลองทำความเข้าใจถึงวัตถุประสงค์การลอยกระทงกันสักเล็กน้อย ซึ่งอาจจะเกิดประโยชน์ต่อเรามากยิ่งขึ้น ความเข้าใจของหลายๆท่านคิดว่า จุดประสงค์การลอยกระทงคือการขอขมาเจ้าแม่คงคา หรือแม่น้ำต่างๆที่เราได้ล่วงเกินทำสิ่งปฏิกูลลงไป แต่รู้หรือไม่ จุดประสงค์แต่โบราณมีว่าอย่างไร … ประเพณีลอยกระทงมีมาช้านานจนเป็นประวัติศาสตร์บันทึกว่ามีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย เรียกว่า “พระราชพิธีจองเปรียง” จัดขึ้นในวันเพ็ญเดือนสิบสอง… ตามบันทึกได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ 2 ประการว่า แต่เดิมมีการลอยโคมประทีปเพื่อบูชาพระจุฬามณี บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ (ตามคติความเชื่อทางพระพุทธศาสนากล่าวว่าเป็นที่บรรจุพระจุฬาพระโมลีและพระเขี้ยวแก้วของพระโคตมพุทธเจ้า) และลอยกระทงเพื่อสักการะบูชารอยพระพุทธบาท ณ ฝั่งแม่น้ำนัมมทานที เรื่องราวตำนานพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที เป็นรอยพระพุทธบาทหนึ่งในตำนานที่ระบุไว้ในพระคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาจำนวน 5 แห่งทั่วโลก แต่ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่า รอยพระพุทธบาทนี้ประทับอยู่ที่ใดกันแน่ในปัจจุบัน เพราะมี 2 ความเชื่อที่ว่า อยู่ในประเทศอินเดียหรือประเทศไทย ความเชื่อของประเทศอินเดียกล่าวว่าแม่น้ำนัมมทานที ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหนึ่งอยู่ในแคว้นทักขิณาบถของประเทศอินเดีย ปัจจุบันเรียกว่า แม่น้ำเนรพุททา (Narmada) ชาวอินเดียก็มีการบูชาแม่น้ำแห่งนี้เช่นกัน ด้วยการลอยประทีป (กระทง) เพื่อบูชารอยพระพุทธบาท ความเชื่อของประเทศไทยเชื่อกันว่า รอยพระพุทธบาทที่ประดิษฐาน ณ ริมฝั่งแม่น้ำนัมทานที อยู่ที่เกาะแก้วพิสดาร ปลายแหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต ทั้งนี้แม้ว่าจะมีความเชื่อรอยพระพุทธบาทตามตำนานใดๆก็ตาม แต่เราก็ได้รู้ถึงวัตถุประสงค์ที่มีมาแต่โบราณแล้วว่า เราลอยกระทงเพื่อบูชาคุณแห่งพระพุทธองค์… ดังนั้น เมื่อเราจะไปลอยกระทง ขอให้ระลึกทำจิตให้เป็นกุศล ระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้าเป็นพุทธานุสติอันก่อให้เกิดอานิสงส์อันดีต่อเราในการดำเนินชีวิตต่อไป… ประเพณีลอยกระทงจึงเป็นอีกประเพณีวัฒนธรรมที่สวยงามทางพระพุทธศาสนาที่ต้องรักษาไว้ตราบนานเท่านาน… ลิ้งก์เพิ่มเติม ตำนานรอยพระพุทธบาท 5 แห่งทั่วโลกตามพระคัมภีร์ >> https://www.faiththaistory.com/buddhabat ช่องทางการติดตามเรื่องราว ภารกิจเที่ยววัด ติดตามเรื่องราวผ่าน Facebook… Read More »